Blogger Road Map ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับการสร้างเว็บบล็อกเรื่องหุ้น

3
1312

Wall Street

หุ้นเป็นสาขาหนึ่งที่มีความเหมาะสมและมีความนิยมนำมาทำบล็อกอย่างมาก สาเหตุเพระหุ้นเป็นหมวดที่เกี่ยวกับเรื่อง Make Money หรือ Get Rich ซึ่งง่ายต่อการดึงดูดความสนใจของผู้คนและสร้างเป็น Online Community ให้แก่เจ้าของบล็อกซึ่งบทความนี้ผมจะเจาะลึก Blogger Road Map แบบ One Stop ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับการสร้างบล็อกเรื่องหุ้นสำหรับคนมี Skill ด้านการลงทุนได้มีบล็อกและทำเงินจากความรู้เรื่องหุ้นผ่านบล็อกของตัวเอง

ในประเทศไทยมีบล็อกหุ้นหลายบล็อกแต่ที่มือชื่อเสียงที่สุดในขณะนี้ (มีค. 2013) คือ Pawawit.com ของคุณ ภาววิทย์ กลิ่นประทุม…
คุณภาววิทย์ ทำงานเป็นนักวิเคราะห์อยู่ที่ธนาคารกรุงเทพและสนใจศึกษาเรื่องหุ้นและเริ่มลงทุน เขาเปิดบล็อกราวๆปี 2009 เพื่อใช่แชร์ข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ในแต่ละสัปดาห์และแต่ละเดือนที่เขาได้รับมาจากการลงทุนในสนามจริง นอกจากการเขียนบล็อกแล้วยังมีการเข้าไปพูดคุยกระทู้ในเว็บบอร์ด Stock2Morrow จนเป็นที่รู้จักและมี Traffic ไหลเข้าบล็อกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง เนื้อหาและสไตล์การเขียน วิเคราะห์ วิพากษ์ ของคุณภาววิทย์เป็นที่น่าสนใจของทีมงาน Stock2Morrow และได้นำพาไปสู่การเขียนหนังสือเล่มในตระกูล แกะรอยหยักสมอง รวยหุ้นหมื่นล้าน และ งานวิทยากรสัมมนาเรื่องหุ้นมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติมของ คุณภาววิทย์ ผมมีเขียนไว้ ที่นี่ Epic Blogger Exclusive Review

นี่คือตัวอย่างการเติบโตโดยเริ่มจาก ความสนใจ บวก ความรู้และประสบการณ์ มาถ่ายทอดสู่บล็อกจนก้าวไปสู่การสร้างเวทีขนาดใหญ่ และถ้าหากคุณต้องการจะสร้างเวทีของตัวเองในแวดวงการบล็อกเรื่องหุ้น คุณต้องเริ่มสร้างฐานตั้งแต่วันนี้

Blogger Road Map การสร้างบล็อกเรื่องหุ้นชุดนี้ครอบคลุมเรื่องราวดังต่อไปนี้:

  1. Brand New Start: เปิดบัญชี Blogspot และจด Domain Name
  2. Purpose& Profit: เผยแพร่ความรู้คู่การทำเงินผ่านบล็อก
  3. Contents Strategy: วางแผนงานด้านเนื้อหา 
  4. Blog Marketing: การตลาดเพื่อหาคนเข้าบล็อก
  5. Resources Center: แหล่งข้อมูลเรื่องหุ้น

 

Brand New Start: เปิดบัญชี Blogspot และจด Domain Name เว็บบล็อกหุ้น

ส่วนตัวผมเริ่มทำบล็อกโดยใช้ Blogspot (Blogger.com) แม้ในต่างประเทศจะวิพากษ์วิจารณ์ Blogspot ว่าสู้ WordPress ไม่ได้ แต่ส่วนตัวผมมองว่า Blogspot ใช้ง่ายมาก และสามารถประยุกต์ใช้งานสำคัญได้หลายอย่าง Blogspot สามารถปรับแต่ง Page setting และ Lay out สามารถ Integrate เข้ากับปุ่ม Paypal, Formstack , และ HTML ต่างๆได้ทันทีซึ่ง Free WordPress ทำไม่ได้นอกเสียจากต้องไปเช่าโฮสต์และจดชื่อโดเมนเสียก่อน ซึ่งมีเรื่องเทคนิคเข้ามามาก แม้ปัจจุบันผมจะใช้ WordPress สำหรับ The CEO Blogger แต่บางบล็อกผมก็เลือกที่จะใช้ Blogspot เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัวในการทำงาน แต่ที่สุดแล้วคุณจะเลือกใช้ Platform ไหนทำบล็อกก็อยู่ที่คุณจะตัดสินใจอีกทีนะครับ แต่ที่ทราบคร่าวๆคือทั้งสอง Platform มีฟังชั่นการ Import บทความระหว่าง Platform ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็สามารถ import ไปมาหากันได้ แต่เพื่อความชัวร์ คุณควรเก็บทุกบทความเป็น Microsoft Word จะปลอดภัยที่สุด

หลังจากเปิดบล็อกแล้ว สมมุติว่าคุณใช้ Blogspot แล้วกัน ต่อมาคือเลือกชื่อเว็บไซต์เรียกว่า ชื่อโดเมน หรือ Domain Name เว็บไซต์ หรือ เว็บบล็อกเกี่ยวกับหุ้นก็ไม่พ้นชื่อโดเมนด้าน หุ้น เงิน ลงทุน ที่มีคนทำไปแล้วอย่างเช่น

  • stockmoneygear.com
  • stockmanday.com
  • isalaryman.com
  • monkeytrade.blogspot.com

ให้คุณเลือกชื่อโดเมนเก๋ๆมาหลายๆอัน เอาที่เก๋และจำง่าย ยาวไม่เป็นไรเพราะพวก Niche Site เขานิยมตั้งชื่อแบบ Long tail กันพอสมควร ที่ให้เลือกหลายชื่อเพื่อที่เวลาไปจดโดเมนแล้วชื่อที่เลือกมามันเกิดไม่ว่างคุณจะได้ไม่เกิดความรู้สึก เงิ้บ จนคิดต่อไม่ออก หากคุณได้ชื่อโดเมนที่สวยเก๋มากๆแนะนำว่าควรรีบจด ค่าจดชื่อโดเมนแค่ 300 บาทเท่านั้น ถ้าคุณไม่สงวนเอาไว้ เกิดวันหนึ่งคุณเปิดบล็อกไปจนเป็นที่นิยม แฟนเพจก็โตเป็นพันๆหมื่นๆ จะย้อนกลับไปจดปรากฏว่ามีคนล็อกจดเอาไปขายในเว็บซื้อขายโดเมนเสียแล้วจะเสียดายสุดชีวิต ผมเคยโดนมากับตัว เว็บเก่าค่าชื่อโดเมนแค่ 300 บาทไม่ยอมจด ใช้เป็นสกุล dot-Blogspot พอกลับไปอีกทีมีมือดีจดเอาไปขายในตลาดซื้อขายชื่อโดเมนตั้งราคา 50,000 บาท โอ้โห ผมเงิ้บเลย — สรุปถ้าชื่อโดเมนเก๋ และคิดว่าบล็อกจะไปได้สวย จดล็อกชื่อไว้เถิด

 

Purpose& Profit: เผยแพร่ความรู้คู่การทำเงินผ่านเว็บบล็อกหุ้น

คุณเปิดบล็อกเพื่ออะไร?…. วัตถุประสงค์ของการบล็อกเพื่อแสดงเนื้อหา เนื้อหาที่มีประโยชน์ เนื้อหาที่ถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์และสติปัญญาของคุณ เพื่อประโยชน์ทางปัญญาแก่ผู้เข้ามาอ่าน เพื่อให้เขานำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นี่คือวัตถุประสงค์ของบล็อก

หุ้นเป็นอีกสาขาที่มีคนสนใจมาก ทุกๆวันจะมีคำถามจากคนรุ่นใหม่ๆว่า อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร และนี่คือโอกาสของคนบล็อกเรื่องหุ้นที่จะช่วยเหลือคนเหล่านั้น เป็นบล็อกหุ้นสาขาที่ขายได้ตลอดไปแน่นอนครับ และต่อมา เมื่อมีวัตถุประสงค์แล้วต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายของคุณคืออะไร บล็อกไปเรื่อยๆ บล็อกไปวันๆ ผมบอกได้เลยว่าไม่กี่วันก็แป้ก เพราะการไม่มีเป้าหมายมันเคว้งและการบล็อกไปเรื่อยๆมันเหนื่อย เป้าหมายของการบล็อกคือ คุณจะพัฒนาไปสู่การ Monetize หรือทำเงินจากความรู้ได้อย่างไร

เป้าหมายในการบล็อกคือพัฒนาช่องทางทำเงินผ่านบล็อก หรือ เพื่อผลิต Information product “เพื่อขาย” ไม่ใช่ความคิดที่ผิด น่าเกลียด หรือ เห็นแก่ตัว …It is a way of living เป็นการทำงานตามหลักมรรคมีองค์๘ ของพระพุทธเจ้า – เพียรชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ – เพียรผลิตสิ่งดีๆและขายอย่างสุจริตนั้นควรทำไปเถิด การทำบล็อกแล้วมีของขายและขายได้ เรียกว่า Conversion ซึ่ง Conversion มันเป้นตัวบอกศักยภาพการทำบล็อกของคุณด้วยว่าดีมากน้อยแค่ไหนและสามารถนำเงินไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อๆไป ฉะนั้นบล็อกเกอร์ต้องวางแผนแต่เนิ่นว่า วัตถุประสงค์ในการเปิดบล็อกครั้งนี้คืออะไร และคุณจะ Monetize บล็อกด้วยวิธีไหน

Blog Monetize แนวทางทำเงินเว็บบล็อกหุ้น

  1. Ads และ Banner เช่น สมัครและติด Google AdSene หรือติดป้ายโฆษณา Private banners ต่างๆ 
  2. Affiliate program เป็นนายหน้าขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ผู้อื่น เช่น Forex Account Affiliate
  3. Information Product มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เช่น E-Book, Video/ Audio CD หรือ Live Coach สอนการลงทุนไม่ว่าจะเป็นโปรดักท์สำหรับ Beginner, Advance, สอน Fundamental หรือ Technical บอกเล่า Success story ฯลฯ หลากหลายมากสำหรับโปรดักท์เรื่องหุ้นที่สามารถคิดค้นออกมาขาย

คุณสามารถเข้าไปดูแนวของ Information Product ด้านหุ้นได้อีกมากใน Amazon books และ Clickbank.com

 on-stage_think-big - Copy

Contents Strategy: วางแผนงานด้านเนื้อหาเว็บบล็อกหุ้น

อุปสรรคของบล็อกเกอร์ทุกสมัยคือ หนึ่ง) ไม่รู้จะบล็อกเรื่องอะไร และ สอง) ไม่รู้จะเขียนอะไร
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าจะบล็อกเรื่องหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะป้อน Contents ได้ยาวนานแค่ไหน กลัวจะจนปัญญาไปเสียก่อน ผมเองก็เคยมีความกังวลแบบนั้นและเคยมีช่วงเวลาที่คิดอะไรไม่ค่อยออก หากคิดไม่ออกก็อย่าฝืนให้พักก่อน แต่โดยภาพรวมพอเริ่มทำบล็อกจนเข้าที่เข้าทางแล้วความคิดดีๆจะมีมาเรื่อยๆ กอปรกับธรรมชาติของบล็อกเกอร์ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่บ่อยๆทำให้มีข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆเช่นกัน สำหรับบล็อกเกอร์ใหม่ (และเก่า) วิธีทีช่วยได้มากที่สุดคือ Contents Planning ตั้งโจทย์และวางคอนเซปที่จะเขียนไว้เป็นหัวข้อๆ ใส่กระดาษ อย่างเช่นบล็อกหุ้น อย่างน้อยต้องมีรายการเหล่านี้

  • Stock/ Techical analysis
  • Market analysis
  • Business analysis
  • Business and economy review
  • Investment mindset
  • Success story

6 อย่างนี้คุณก็ได้แนวทางที่จะไปทำ Contents มากโขจนแทบทำไม่หวาดไม่ไหวแล้ว เจ้าของบล็อกหุ้นควรกระจายเนื้อหาออกไปหลายๆอย่างดังกล่าว ผมเคยเห็นบางบล็อกมีแต่ กราฟหุ้น กราฟหุ้น แล้วก็กราฟหุ้น ซึ่งมันไม่น่าสนใจเลย เพราะคนอ่านต้องการข้อมูลหลายๆแบบ

การเขียนบทความอ่านกราฟหุ้นผมคิดว่ามันเหมือนรายการข่าวที่เอาหนังสือพิมพ์มากางแล้วอ่านผ่านกล้อง มันพื้นฐานไปซึ่งคนทำกันเยอะ กราฟหุ้นเป็นการ Forecast ว่า กราฟแบบนี้เป็นความน่าจะเป็นอย่างนี้ แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรจริงๆต้องรอดูพรุ่งนี้ว่าจะ stay same, break event หรือ go down แล้วค่อยอัพเดทแนวโน้มกันใหม่วนไปวนมาแบบนี้ตลอด นี่คือกราฟหุ้นซึ่งนักลงทุน Value Investor ไม่ค่อยสนใจเพราะสุดท้ายมันก็คือการคาดเดาจาก Stat แต่สิ่งที่ทำให้บล็อกหุ้นแตกต่างคือสไตล์การวิเคราะห์ของบล็อกเกอร์คนนั้นๆเอง ว่าจะสามารถเอาสถานการณ์ตลาด เศรษฐศาสตร์ แวดวงธุรกิจในแง่มุมต่างๆมาย่อยเป็นบทวิเคราะห์ควบคู่กับกราฟได้อย่างไร นั่นจึงจะเป็นศาสตร์และศิลป์แห่งการบล็อก เว็บบล็อกหุ้นจึงควรผสมผสานเนื้อหาอื่นๆเข้าไปด้วยเช่น Business review, Investor mindset และ Success story ดังกล่าวเพื่อความน่าสนใจแก่บล็อกของคุณ

 

Blog Marketing: การตลาดเพื่อหาคนเข้าบล็อก

เมื่อเปิดบล็อกหุ้นและเริ่มเขียนบทความเรื่องหุ้นตามแผนแล้ว เนื้อหาของคุณก็จะเริ่ม Index ใน Google Search Database ทีละน้อยๆ ช่วงแรกๆยังไม่มีใครรู้จักแม้จะ Index แล้วแต่ Traffic ของบล็อกจค่อนข้างเงียบ คุณจะเป็นต้องทำการตลาดโดยบุกไปแนะนำตัวกับ Audience หลักๆมีสองทาง

1) Facebook Page: เปิดเพจ Facebook Page เกี่ยวกับหุ้นของคุณเลยครับ แล้วเริ่มโพสต์บทความสั้นให้ความรู้คนอย่างจริงจังและจริงใจ และโพสต์แนะนำบทความต่างๆเป็นระยะๆ ผมเข้าใจว่าทุกคนตอนเริ่มต้นใหม่ๆจะค่อนข้างใจร้อน อยากให้มีบทความเยอะๆ มี Facebook Page โพสต์เยอะๆกระหน่ำ 5-6 โพสต์จนคิดอะไรไม่ออก อยากมี Audience มากๆ ฯลฯ แต่มันเร่งดั่งใจไม่ได้ก็ต้องมีสติและค่อยๆทำไป โพสต์ Facebook วันละ 1-2 บทความ พอเริ่มปรับตัวได้ไอเดียจะไหลมาและโพสต์อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น พอบล็อกมีสัก 10 บทความและ Facebook เริ่มมีเนื้อหาให้อ่านต่อเนื่องก็ลองโปรโมทด้วย Facebook Ads ตั้ง Budget สัก 1000 บาท (ปรับ ลด ยกเลิก ได้ตลอดเวลา) ด้วย Campaign 1 เดือนเพื่อขยาย Target Audience อย่างมีประสิทธิภาพ พอ Audience เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องคุณจะพบกับความรู้สึกของพลังใจท่วมท้นอย่างบอกไม่ถูก

2) Web Board: เว็บบอร์ดเป็นช่องทางการนำเสนอตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้คุณต้องส่งมอบเนื้อหาดีๆและมีประโยชน์แก่ผู้อื่น ให้เกียรติเจ้าของเว็บบอร์ด รักษากฎและอย่า Spam เว็บบอร์ดหลักๆที่คุณสามารถเข้าไปโพสต์ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้ เขียนบทความและแนะนำ Blog และ Facebook ของตนเองได้แก่

  1. www.stock2morrow.com เป็นเว็บบอร์ดด้านหุ้นและการลงทุน 100% เต็ม ทางเว็บบอร์ดเป็นศูนย์รวมข้อมูล ความรู้ สัมมนา คุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม ก็เป็นสมาชิกเว็บบอร์ด Stock2Morrow
  2. www.thaiseo.com เป็นเว็บบอร์ดด้าน Internet/ Online Marketing และการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ทางเว็บบอร์ดเปิดกว้างในการนำเสนอความรู้ด้านการทำเงินในช่องทางอื่นๆและคุณสามารถนำเรื่องการทำเงินจากหุ้นไปเขียนกระทู้และแนะนำบล็อกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณทำบล็อกเรื่องหุ้นแล้วประสบความสำเร็จใจการทำ SEO หรือ Traffic Conversion ให้เว็บบล็อกหุ้นยิ่งมีประโยชน์
  3. www.pantip.com เป็นเว็บบอร์ดหลายๆแนว โดยมี ห้องสินธร เป็นห้องกระทู้ด้านหุ้นโดยเฉพาะ

 

Resources Center: แหล่งข้อมูลเรื่องหุ้น

การศึกษาหาความรู้สำหรับบล็อกเกอร์หุ้นเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากการหาความรู้ฟรีจากเว็บบอร์ดแล้ว การลงทุนกับความรู้เพิ่มเติมเป็นสิ่งสำคัญ ผมแนะนำหนังสือสองเล่ม

Buy High Sell HigherBuy High Sell Higher โดย Joe Terranova เป็นนักกลยุทธ์การลงทุน Chief Market Strategist ให้กับบริษัทจัดการกองทุน Virtus Investment Partners บริหารเม็ดเงินมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านเหรียญและได้รับเชิญให้ออกรายการดังๆในอเมริการวมไปถึงรายการชื่อดังอย่าง CNBC ปรัชญาการลงทุนในหุ้นสไตล์ “ซื้อแพงขายแพงกว่า” ซึ่งแหวกแนวคิดเดิม “ซื้อถูกขายแพง” โดย Joe T. มีการนำแนวทางการลงทุนแบบ Technical มาผสมกับ Fundamental และการวิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจควบคู่กันไปอย่างลงตัว หนังสือเล่มนี้ดีมากครับ เพราะผมเป็นคนไม่ชอบ Technical Analysis แต่ Joe T. สามารถนำหลักการเล่นหุ้นแบบ Technical Analysis มาผสานกับ Business และ Fundamental อย่างสมเหตุสมผลและลงตัว

ซื้อ E-Book Kindle Edition ภาษาอังกฤษ: Buy High, Sell Higher: Why Buy-And-Hold Is Dead And Other Investing Lessons from CNBC’s “The Liquidator” (Amazon Affiliate Link)

.

.

the-intelligent-investorThe Intelligent Investor Revised Edition with Commentary by Jason Zweig ผมแนะนำว่านักลงทุนและนักเล่นหุ้นทุกคนต้องมีหนังสือเล่มนี้ เป็นที่สุดแห่งคัมภีร์การลงทุนโดย Benjamin Graham บิดาแห่ง Value Investment หรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า วิเคราะห์กิจการ วิเคราะห์เศรษฐศาสตร์ และการใช้ตัวเลขทางการเงินต่างๆ หนังสือเล่มนี้เขียนให้เข้าใจง่ายและเหมาะกับบุคคลทั่วไปมากกว่าตำราที่เขาเขียนก่อนหน้าคือ Security Analysis และ Warren Buffet นักลงทุนที่เก่งที่สุดในโลกก็ให้การรับรองว่า The Intelligent Investor คือตำราสอนการลงทุนที่จำเป็นมาก ส่วนเวอร์ชั่น Investor Revised Edition with Commentary by Jason Zweig มีการเพิ่มเติมบทวิเคราะห์โดย Jason Z. นักเขียนชื่อดังแห่ง Wall Street Journal ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

ซื้อ E-Book Kindle Edition ภาษาอังกฤษ: The Intelligent Investor, Rev. Ed (Amazon Affiliate Link)

.

.

Paul KridakornPornprom Kridakorn
Blogger & Author of E-Book The Art of Blog (Coming Soon)
www.theceoblogger.com

Subscribe to our newsletter >> FREE! News| Blog Updates | Exclusive Tips; Right to you Inbox

3 COMMENTS

  1. Nice post. I learn something totally new and challenging on sites I stumbleupon on a daily basis. It will always be helpful to read through content from other writers and use something from other websites.

  2. ผมทำ blog เกี่ยวกับหุ้นไว้เหมือนกันครับ

  3. Consequently, they help in protecting the calf & ankle areas and
    also smooth the progress of quick movement in the ring.
    The boxers use boxing shoes to fight all through the time of boxing.

    A typical base workout is shadow boxing, pad work and sparring.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.