Michael Hanna Story on the CEO Blogger03
Image from Vimeo.com

เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมทุกครั้งคือเรื่องการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสของคนที่เผชิญกับจุดตกต่ำครั้งใหญ่ของชีวิต Michael Hanna ชาวเมือง Portland USA เป็นชายวัยกลางคนผ่านประสบการณ์ทำงานกับองค์กรใหญ่ในอเมริกามามากมายทั้งผู้รายงานข่าวและตำแหน่งสุดท้ายคือหัวหน้าทีมขายโฆษณามือทองที่คุมทีมขาย 40 ชีวิตทำกำไรให้บริษัทออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง COMCAST.com แต่แล้ววันหนึ่งในวัย 47 ปีกับตำแหน่งการงานอันมั่นคงของ Michael H. เขาถูกผู้บริหารเรียกตัวไปแจ้งขอเชิญเขาออกจากบริษัทด้วยเหตุผล เศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทต้องการลดคนงาน หลักผู้บริหารแจ้งเรื่องเสร็จ เลขาฯ ก็นำกล่องเก็บของมาวางไว้เป็นการบีบเอาดื้อๆ แบบไม่มีการอุทรณ์ Michael H. เก็บข้าวของกลับบ้านแบบงงๆ และที่สำคัญ ที่บ้านยังมีภาระ การศึกษาของลูกๆสองคน ภรรยา และค่าใช้จ่ายรถ บ้าน และหนี้สินอีกมากมาย

 

สิ่งแรกที่ Michael Hanna ทำหลังตกงาน

คือออกหางานใหม่ เขาไม่รอช้าที่จะรีบเขียนจดหมายและโทรศัพท์ไปหาบริษัทและผู้คนต่างๆที่เขาเคยรู้จักในแวดวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นวงการข่าว วงการธุรกิจอินเตอร์เน็ต เขาเชื่อว่าประสบการณ์อันยาวนานและ Connection ที่เขามีจะช่วยให้เขาได้งานในตำแหน่งดีๆและเงินเดือนสูงๆทำอีกครั้ง แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีใครสนใจรับ Michael H. เข้าทำงาน ตลาดแรงงานใน Portland ตกต่ำ คนในตำแหน่งสูงๆตกงานกันถ้วนหน้าและไม่มีต้อนรับคนวัย 40 ปีที่มีฐานเงินเดือนสูงๆเข้าทำงานรวมไปถึงตัวเขาด้วย

Michael H. ดิ้นรนติดต่อผู้คนเป็นจำนวนมากทำงานแข่งกับค่าใช้จ่ายที่เบียดชีวิตเข้ามาทุกขณะจนกระทั่งเขาไปพบกับคนรู้จัก Steve และ Debbie Schneiderman ซึ่งตอนนั้นพวกเขาทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์อยู่อีกรัฐหนึ่งและบอกกับ Michael H. ว่ามียี่ปั้วเฟอร์นิเจอร์รายหนึ่งอยากปล่อยฟูกนอน (mattress) จำนวนเต็มคันรถสิบล้อแบบถูกๆเพื่อล้างสต็อกในราคา $9,000 หรือประมาณ 270,000 บาท Michael H. ฟังข่าวแล้วตัดสินร่วมหุ้นกับครอบครัว Schneiderman ซื้อฟูกนอนแล้วมาประกาศขายในพวก Classified website (เว็บประกาศขายแนว thaisecondhand.com) ภายในเดือนเดียวพวกเขาขายฟูกนอนได้ทั้งหมดและแบ่งกำไรกัน Michael H. จึงเกิดความหวังและลองหันมาจับธุรกิจขายฟูก โดยที่ตนเองไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องฟูกและไม่เคยทำทำธุรกิจซื้อมาขายไปมาก่อน! แม้แต่ภรรยาของเขายังบอกว่า “คุณบ้าไปแล้ว”

Michael Hanna Story on the CEO Blogger04
Image from yelp.com

 

Mattress Lot ธุรกิจขายฟูกนอนราคาถูกโดยผู้ประกอบการใหม่แกะกล่อง

Michael H. ออกค้นหาสถานที่เปิดร้านขายฟูก เขาติดต่อขอเช่าพื้นที่เต้นรถที่ปิดกิจการไปแล้ว เพราะเต้นรถเป็นอาคารชั้นเดียวแต่มีพื้นที่กว้างเหมาะแก่การประยุกต์ใช้เป็นร้านขายฟูก เขาติดต่อเจรจาหาแหล่งกับผู้ขายฟูกรายใหญ่ๆ เขาเตรียมงานไปตามสัญชาติญาณโดยไม่ได้มีแผนธุรกิจขั้นเทพแบบ CEO อะไรทั้งสิ้น จากนั้นเขาก็เอาบ้านอายุ 12 ปี สมบัติใหญ่ชิ้นสุดท้ายไปจำนองขอเงินกู้ธนาคารมาลงทุนเปิดกิจการร้านขายฟูกชื่อ Mattress Lot (www.mattresslot.com) และย้ำอีกครั้ง เขาไม่มีความรู้ในเรื่องของ ฟูกนอน หรือ แม้แต่การบริหารกิจการค้าปลีกใดๆมาก่อน วันเปิดร้าน เขาจ้างคนมาอัดวิดีโอคลิปตัดต่อลง Youtube ขึ้นป้ายหน้าร้าน ลงโฆษณาในเว็บไซต์แล้วก็ Go Live!

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนก็แล้ว สองเดือนก็แล้ว ยอดขายไปแบบอีเรื่อยเฉื่อยแฉะ Michale H. เริ่มเครียดกับธุรกิจเขาจึงเริ่มคิดว่าเขาผิดพลาดตรงไหน เขาจ้างที่ปรึกษาด้านการขายที่นอนมากพูดคุย เขาจึงรู้ว่า เมื่อเขาขายสิ่งใด เขาต้องมีความรู้ในสิ่งนั้น เขาเริ่มศึกษารายละเอียดทางเทคนิคของฟูกนอน โครงสร้างของฟูก คุณภาพของฟูก เพื่อให้สามารถอธิบายได้และขายเป็น จากนั้นเขาคิด campaign การตลาดสุดจี๊ดคือสร้างรถ trailer บรรทุกฟูกผูกไว้กับท้ายจักรยานแล้วปั่นจักรยานไปส่งของให้ลูกค้า โดยที่ตัว trailer ติดป้ายชื่อร้านเอาไว้ ป้ายชื่อร้านแปะติดแบบบ้านๆ ปรากฏว่าได้ผลมาก เพราะมันทำให้คนรู้จักร้านเขาไปทั่วเมือง คนที่พบเห็นก็รุมถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอคลิปจากมือถือแล้วเอาไปแชร์ในอินเตอร์เน็ตจนข่าวสารแพร่กระจายไปไกล ผู้คนต่างหลั่งไหลไปชมร้าน Mattress Lot และเจ้าของร้านตระกูล Hanna ก็มีความรู้มากพอที่จะอธิบายรายละเอียดของฟูกและปิดการขายได้ ความสำเร็จเริ่มก่อตัว ภายในเดือนที่ 6 ของการเปิดร้าน ครอบครัว Hanna เริ่มมีกำไรจากการขายฟูกแบบก้าวกระโดดและเติบโตจวบจนปัจจุบัน

Michael Hanna Story on the CEO Blogger01
Image from oregonlive.com

ชีวิตในวันนี้ของ Michael Hanna… เหนื่อย! แต่มีความสุข

คิดแล้วใจหาย จากวันแรกที่โดนเชิญออก Michael Hanna ไม่เคยกลับมาใส่สูตรผูกไทโก้ๆ อีกเลย เขาใส่ชุดนักกิฬา หมวกแก็ปและปั่นจักรยานส่งฟูก จากผู้บริหาร มาสู่เจ้าของกิจการที่ต้องลงมือทำงานแบบคนใช้แรงงาน ขนฟูก ส่งฟูก เหน็ดเหนื่อย ปวดหลัง แต่โครตตตตตต มีความสุข “But I’ve never been happier in my life” นี่คือคำสารภาพของเขา

วันนี้ Mattress Lot กลายเป็นธุรกิจขายฟูกสมบูรณ์แบบ กับสไตล์การขายที่ไม่ Hard Sales เดินตามจี้ตูดลูกค้า คนที่เขามาสามารถเดินเล่นเดินดูฟูกเสมือนบ้านตัวเองจนกว่าจะสงสัยหรือพอใจ บอกกับสไตล์การจัดส่งที่ไม่เหมือนใครคือปั่นจักรยานไปส่ง ติดป้ายร้านไปกับจักรยานตลอดทาง เป็นการทำการตลาดที่ฉลาดสุดๆ นอกจากนั้นร้านของเขายังได้ช่วยเหลือคนตกงานจำนวนไม่น้อย ด้วยการเปิดรับสมัครพนักงานขาย พนักงานจัดส่ง ซึ่งก็มีคนจากหลายสาขาอาชีพมาร่วมงาน ไม่เว้นแม้แต่อาชีพแนวหน้าอย่างสถาปนิกยังตกงานและมารับจ้างทำงานเป็นนักปั่นจักรยานส่งของกับเขาด้วย

เรื่องราวของ Michael H. คือประสบการณ์ที่ผมบอกตรงๆว่าอ่านแล้วน้ำตาซึม เพราะท่ามกลางวิกฤต คนตกงาน เสียตำแหน่งใหญ่ๆโตๆ หรือธุรกิจล้ม บางคนเลือกที่ฆ่าตัวตาย สดๆร้อนๆเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2013 ที่ผ่านมาคนหนุ่มในซอยเดียวกับผมก็ฆ่าตัวตายเพราะเครียดไม่มีงานทำ ทิ้งแม่ ทิ้งเมีย ทิ้งลูกอายุไม่ถึงขวบไว้ข้างหลัง แต่เรื่องราวของ Michael H. ตกงานตอนแก่ ภาระเต็มมือ และต้องเริ่มต้นค้นหาทางใหม่จากศูนย์ เขารู้ดีว่าอายุขนาดเขาที่อีกไม่กี่ปีจะเกษียณ ถ้าจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หากมันพลาดแล้วคือพลาดเลย ถามว่าเขามีความกลัวไหม —เขากลัวมากครับ และภรรยาเขาคอยคิดจะให้กลับไปหางานประจำทำเหมือนเดิม – แต่เขาเอาชนะความกลัวด้วยการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเดินหน้าและไม่มองกลับทางเก่า

 

Paul KridakornPornprom Kridakorn
Blogger | Author
www.theceoblogger.com

Subscribe to our newsletter >> FREE! News| Blog Updates | Exclusive Tips; Right to you Inbox