กระแส ‘สังคมไร้เงินสด’ มาแรง คนออนไลน์อ้าแขนรับ ส่งผลยอดใช้ K PLUS SHOP พุ่ง 80%

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

Cashless society หรือ ‘สังคมไร้เงินสด’ ส่งสัญญาณดี คนออนไลน์ทั้งฝั่ง คนขายของออนไลน์ และ นักช็อปปิ้งออนไลน์ หันมาซื้อขายและใช้จ่ายแบบไร้เงินสดด้วย QR Code กันมากขึ้น

กสิกรไทย ผู้นำด้านดิจิตัลแบงกิ้งในกลุ่มร้านค้า และมีผู้ใช้แอปพลิเคชั่น Cashless สูงที่สุดในตลาด พบว่าเฉพาะครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2561 ร้านค้าต่าง ๆ มีธุรกรรมรายวันผ่าน แอปพลิเคชั่น K PLUS SHOP สูงขึ้น 80% นับจากสิ้นปีที่ผ่านมา และจากนี้ไป กสิกรไทย พร้อมหนุนการขายของออนไลน์อย่างเต็มที่ด้วยการเชื่อมโยงพันธมิตรด้าน Logistic โดยตั้งเป้าร้านค้าร่วมใช้แอปพลิเคชั่นจำนวน 2 ล้าน ร้านค้าภายในสิ้นปี 2561

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริโภคหันมาจ่ายเงินด้วย QR Code แทนเงินสดมากขึ้น โดยปัจจุบันธนาคารมีร้านค้าใช้แอปพลิเคชั่น K PLUS SHOP เพื่อรับเงินในธุรกิจสูงที่สุดในตลาด มียอดดาวน์โหลด 1.3 ล้านร้านค้า จำนวนธุรกรรม 2.5 ล้านรายการ และมูลค่าธุรกรรม 3,668 ล้านบาท


นายพัชร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการขายของออนไลน์ จ่ายเงินโดยใช้ Social Media เช่น Line, และ Facebook Messenger เป็นช่องทางในการพูดคุยและส่งสลิปการโอนเงิน มากถึง 53% ซึ่งมีหลายขั้นตอนทำให้ผู้ซื้อไม่สะดวก ต้องจำเลขที่บัญชี 10 หลักและต้องเปิดหลายหน้าจอ ในฝั่งผู้ขายเองก็ต้องเสี่ยงกับสลิปปลอม รวมถึงต้องเสียเวลาในการตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินของผู้ซื้อ

จากปัญหานี้ ธนาคารจึงได้พัฒนาฟีเจอร์ Social Payment บน K PLUS SHOP ขึ้นมา เป็นโปรแกรมสรุปยอดโอนหรือการส่งบิลเป็น QR Code ให้ผู้ซื้อ แทนการส่งเลขที่บัญชี ในฝั่งผู้ซื้อก็สะดวกเพียงใช้ QR Code ดังกล่าวจ่ายผ่าน K PLUS ได้เลย ในฝั่งผู้ขายก็จะทราบสถานะการจ่ายเงินของผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ

อีกฟีเจอร์ที่ทำให้ K PLUS SHOP เป็น แอปพลิเคชั่นที่ร้านค้าต้องมี คือ สะสมแสตมป์ ที่จะช่วยให้ SME สามารถทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าซื้อซ้ำ และมีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าที่ใช้ K PLUS อีกกว่า 8 ล้านคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับร้านค้าได้อีกด้วย

นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายต่อสื่อว่า นอกจากการพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์แล้ว ธนาคารยังเชื่อมโยงกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภายในสิ้นเดือน พฤษภาคม นี้จะเชื่อมต่อกับพันธมิตรด้าน Logistic เพื่อให้การส่งของออนไลน์มีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้นภายในคลิกเดียว ทั้งหมดนี้เพื่อให้ K PLUS SHOP เป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ธุรกรรมออนไลน์ทั้งฝั่ง ผู้ขาย และ ผู้ซื้อ ง่ายที่สุด โดยตั้งเป้าหมายร้านค้าใช้แอปพลิเคชั่นเพิ่มเป็น 2 ล้าน ร้านค้าภายในสิ้นปีนี้

สรุป

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้จ่ายด้วย QR Code มีแนวโน้มสดใส โดยดูจากการที่ธนาคารกระตุ้นการใช้จ่ายกับร้านค้าชื่อดัง เช่น เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เลิฟอันดามัน ท่าเรือข้ามฟาก After you ต๋องเต็มโต๊ะ จ๊ากกี่ และข้าวต้มเจ๊โอว ซึ่งพบว่าบางร้านมีสัดส่วนยอดการใช้จ่ายผ่าน QR Code สูงถึง 30% ของยอดขายทั้งหมด

นอกจากนั้น ผลการสำรวจของ ETDA พบว่า ในปี 2559 การซื้อของออนไลน์ขึ้นมาติด 1 ใน 5 กิจกรรมยอดนิยมของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก โดยการทำธุรกิจ e-commerce ในกลุ่ม B2C ของไทยเติบโตขึ้นถึง 37.91% จากปี 2558 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลธุรกรรมการเงินในการใช้แอปพลิเคชั่น K PLUS SHOP ของร้านค้าทั่วไทย ที่มีสัดส่วนการรับเงินผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 30% จากเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email