7 ข้อคิดปรับตัวพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ในวันที่ E-Commerce ใหญ่บุกตลาดหนักมาก

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

Jack Ma teaching 1908001

7 ข้อคิดปรับตัวพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ในวันที่ E-Commerce ใหญ่บุกไทยหนักมาก จาก โค้ชออย ธีรนุช กมลเดช ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายแบบเจาะลึกแบบ Deep Learning

—– —– —–

พ่อค้าแม่ค้าไทยแย่แล้ว! นี่คือหนึ่งในประโยคที่ ออย ได้ยินบ่อยที่สุดใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเพราะปัญหาการลดการมองเห็นโพสต์ต่าง ๆ ที่ทาง Facebook กระทำต่อเพจขายสินค้าของคุณ หรือเพราะค่าโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะค่าโฆษณา Facebook Ad แพงขึ้นทุกปี

รวมไปถึงโรงงานจีนที่ทะลักเข้ามายัง ‘เว็บมาร์เก็ตเพลส’ รายใหญ่ของไทยและขายในราคาที่ถูกกว่า และล่าสุดกับการเคลื่อนทัพของ Alibaba พร้อมแสนยานุภาพด้านเงินทุนมากกว่า 13,000 ล้านบาท มาลงหลักปักฐาน ณ ศูนย์กระจายสินค้าฉะเชิงเทรา ในเร็ว ๆ นี้

ตัวอย่างเหตุการณ์เหล่านี้นอกจากส่งผลกระทบให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยบางคนไปแล้ว ยังสร้างความกังวลให้อีกหลายคนต่ออนาคตการขายออนไลน์ไทย ในสถานการณ์แบบนี้ ออย — ในฐานะลูกแม่ค้าชาวสวนคนหนึ่ง อยากให้ทุกคนนึกถึงประโยคอมตะของ Charles Darwin กันนะคะ

It Is Not the Strongest of the Species that Survives,
But the Most Adaptable


ไม่ใช่คนที่แกร่งที่สุด หากแต่เป็นผู้ปรับตัวเก่งที่สุด ที่จะอยู่รอด

ออยรู้ค่ะว่าหลายคนอาจไม่ชอบคำนี้ แต่วันนี้มีแนวคิดดี ๆ ที่อาจทำให้คุณหลงรักคำ ๆ นี้มากขึ้น และพร้อมที่รับมือล่วงหน้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

ออย มี 7 Mindset สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้นำไปใช้กันง่าย ๆ โดยเป็น Mindset ที่สะสมมาจากประสบการณ์ และจากการมีโอกาสได้พบเจอ ผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่านที่เริ่มต้นจาก พ่อค้าแม่ค้า ซื้อมาขายไป ไม่มีแบรนด์ ไม่มีแผน และสามารถปรับตัวไปสู่ผู้ประกอบการที่มีอาณาจักรธุรกิจ

ออยขอสรุปให้ฟังเป็น 7 ข้อย่อยง่าย ๆ นะคะ

1. พ่อค้าแม่ขายสร้างรายได้ ผู้ประกอบการสร้าง Asset

ในวันที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นเริ่มขายออนไลน์ใหม่ ๆ สิ่งที่พวกเขาอยากมีคืออะไรรู้ไหมคะ? ใช่แล้วค่ะ พวกเขาอยากมีรายได้! อยากมีรายได้ไม่ผิดนะคะ แต่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

เวลาที่ในหัวของพวกเขาคิดเพียงทำยังไงให้ขายได้เยอะ ๆ โฟกัสเรื่องเฉพาะหน้าอย่างเดียว งัดสารพัดเทคนิค ตอบแชทไว ขายของถูก อะไรขายดีก็หา ๆ ๆ มาขาย และเมื่อผ่านไปเป็นปี ๆ พวกเขาเอาแต่ขายเพื่อสร้าง ‘รายได้’ แต่ไม่เคยมี ธุรกิจจริง ๆ เป็นของตัวเอง

หากวันนี้คุณยังเป็นแบบนี้อยู่ ให้ถอนคันเร่ง Mindset การ ‘สร้างรายได้’ และเปลี่ยนเกียร์ไปเป็น ‘สร้าง Asset’ ได้แก่ เริ่มสร้างแบรนด์ของตนเอง จดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรสูตรสินค้า จดชื่อเว็บไซต์ จดเครื่องหมายการค้า จัดตั้งบริษัท ฯลฯ

Entrepreneur หรือ ผู้ประกอบการมืออาชีพ โฟกัสที่การสร้าง Asset ซึ่งจะไปสู่เครื่องจักรสร้างรายได้ในระยะยาวค่ะ

2. พ่อค้าแม่ขายสนใจเทคนิค ผู้ประกอบการสนใจกลยุทธ์

ออยทำเพจ Getupteacher และมีเพื่อน ๆ ที่ติดตามตั้งแต่ตอนแฟนเพจมี 1000 Like จนมาเจออีกทีเป็น 200,000 กว่า Like โดยไม่เสียค่าเฟสบุ๊คแอด คำถามที่ออยถูกถามมากที่สุด คือ ‘ทำยังไง?’

ทุกคนถามแต่คำว่า ทำยังไง ๆ ๆ แต่ไม่มีใครเคยถามว่า ออย ‘ใช้กลยุทธ์อะไร

ออย อยากบอกว่า Tips & Trick ในการทำแฟนเพจแสนไลค์ไม่ยากค่ะ โพสต์ดราม่า โพสต์ Fake News โพสต์ Engagement bait ต่าง ๆ ก็พาให้แฟนเพจของคุณไปถึงแสนไลค์ได้ไม่ยาก แต่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน

สิ่งที่สำคัญกว่า ‘ทำยังไง’ คือ ‘ใช้กลยุทธ์อะไร’ กลยุทธ์ คือ Action Plan ที่แตกออกมาจาก วิสัยทัศน์และพันธกิจในการทำธุรกิจว่าเราต้องการอะไร อยากได้ลูกค้าแบบไหน ต้องการลูกค้ากี่คน จากนั้นวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า แล้วแจกแจงออกมาเป็น แผน 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน และแผน 1 ปีขึ้นไป

หากคุณมองหาแต่ ทริก หรือ เทคนิก คุณจะได้ผลลัพธ์โดยไม่รู้เหตุผลว่าได้ผลเพราะอะไร และสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจู่ ๆ ไม่ได้ผลเพราะอะไร!! ส่วนผู้ประกอบการมืออาชีพ จะโฟกัสไปที่การวางกลยุทธ์ระยะยาวค่ะ

3. พ่อค้าแม่ขายขายทุกอย่างให้ทุกคน ผู้ประกอบการขายบางอย่างให้บางคน

บางคนพยายามเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกค้าทุกคน อยากได้อะไรก็หามาให้ ทักมาตีสามตีสีก็ต้องลุกมาตอบ ฯลฯ แต่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จบางคน ‘เลือกลูกค้า’

ออยเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยถูก ผู้ขาย ที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ หรือ สินค้าแบรนด์เนม มีกฏระเบียบในการค้าขาย อยากได้ของต้องรอคิว เข้าไปในร้านได้ทีละคน หรือแม้กระทั่งปฏิเสธที่จะขายสินค้าให้ โดยผู้ขายเป็นฝ่ายบอกว่า “คุณไม่เหมาะกับสินค้าของบริษัทเรา” ออยเคยเจอนะคะ

ผู้ประกอบการเหล่านั้น เลือกตลาดและกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน และมุ่งสร้าง Branding ให้แข็งแกร่งในตลาดเฉพาะของตัวเอง — แม้แต่ Amazon และ Alibaba ที่ดูเหมือนจะขายทุกอย่าง แต่ดูดี ๆ 2 เว็บนี้ทาร์เก็ตก็ยังต่างกัน

4. พ่อค้าแม่ขายทำตามกระแส ผู้ประกอบการทำตามอนาคต

ออย จัดเรื่องการ ขายตามกระแส อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ‘เทคนิก’ คุณได้ผลเร็วแน่นอน แต่อาจจะได้ผลในระยะสั้น ในขณะที่วิธีคิดแบบ ‘ผู้ประกอบการ’ มองไปที่อนาคต

อนาคตจะเป็นอย่างไร โลกจะเปลี่ยนไปทางไหน ไลฟ์สไตล์ของคนในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง จากนั้นคิดย้อนกลับและเริ่มปรับตัวหรือออกแบบธุรกิจที่รองรับกับอนาคตตั้งแต่วันนี้

5. พ่อค้าแม่ขายตัดราคา ผู้ประกอบการเพิ่มคุณค่า

คนทีซื้อมาขายไปโดยไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองแทบทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ ‘ตัดราคา’ การถูกตัดราคา เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาก และรู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม เมื่อไม่ยุติธรรมก็ทำยังไงต่อ ก็ตัดราคาสวนไปเลย!

บางคนที่เคยทำการค้าแบบ ซื้อมาขายไป วันนี้เกือบหลุดพ้นจากสงครามราคาไปแล้ว เขาทำได้อย่างไรรู้ไหมคะ? เขาแค่พลิกวิธีคิดจาก ซื้อมาขายไป ไปสู่การสร้างแบรนด์ และใส่คุณค่าต่าง ๆ ลงไปในแบรนด์ของตัวเอง เมื่อไรก็ตามที่คุณสร้างแบรนด์ แบรนด์ ถือเป็น Asset ตามที่เล่าไปในข้อแรก

Asset มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และออกดอกออกผลเป็นเครื่องจักรทำเงินระยะยาวให้ธุรกิจ

6. พ่อค้าแม่ขายทำตามใจ ผู้ประกอบการใช้ระบบ

คำว่า ‘ทำตามใจ’ มีทั้งน่ารักและไม่น่ารัก — แบบ น่ารัก ก็คือ ตอบเร็ว รีบตอบ ตอบทุกเวลา ลดแลกแจกแถม และแบบที่ ไม่น่ารัก ก็คือ ด่าลูกค้า ไม่ซื้อก็ด่า ทะเลาะกับแฟนก็ไม่ขายของ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม ในระยะยาวคุณก็อยู่ยากค่ะ เพราะคุณทำงานระบบ Manual วัดผลยาก ขยายธุรกิจก็ยาก

ผู้ประกอบการมืออาชีพทำยังไงรู้ไหมคะ?

พวกเขา ‘ใช้ระบบ’ ได้แก่ สร้างเว็บไซต์ มีเงื่อนไขการค้าขายที่ชัดเจนและควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ง่าย ๆ มีการแทรกกิ้งวัดผลการทำงาน พอมีระบบก็สามารถจ้างคนมาทำงานและให้ระบบคุมอีกที ตัวเจ้าของก็สามารถออกไปขยายกิจการได้ทั่วประเทศ หรือทั่วโลก เพราะทุกอย่างวัดผลผ่านรายงาน

7. พ่อค้าแม่ขายแยกกันอยู่ ผู้ประกอบการร่วมกันบุก

วันนี้ลูกค้าหลายคนมีความรู้สึกว่า “คนขายมากกว่าคนซื้อ” คนก้าวเข้ามาขายของออนไลน์กันมากขึ้นด้วยทัศนคติตามข้อ 1 คือ อยากสร้างรายได้ คนขายจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การแย่งกันขายของเหมือน ๆ กันด้วยเทคนิคการตัดราคาตามมา

แต่ผู้ประกอบการมืออาชีพมีกลยุทธ์ที่แตกต่างค่ะ พวกเขาบางคนจะมีแนวคิดเชิง Partnership นั่นคือแทนที่จะแข่งขันหรือทำเอง พวกเขาเลือกที่จะ จับมือ ร่วมงาน ไปจนถึงเข้าลงทุนหรือรวมเป็นทีมงานหรือบริษัทร่วมกัน เพื่อขยายแสนยานุภาพทางธุรกิจให้ใหญ่ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก ดังคำกล่าวของ Robin Jones Gunn

“ไปคนเดียวไปได้เร็ว แต่ถ้าไปหลายคนจะไปได้ไกล”

ออยเองก็เป็นอดีตแม่ค้าที่วันนี้ได้รับโอกาสดี ๆ สังคม เพื่อนร่วมงานดี ๆ และผู้หลักผู้ใหญ่จนมีโอกาสเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว และนี่คือ 7 ข้อคิดที่ทำมาฝากจากใจ ให้คนค้าขายทุกคนสามารถผ่านอุปสรรคน้อยใหญ่ต่าง ๆ ไปให้ได้ค่ะ

==========
หากคุณชอบคำแนะนำของ โค้ชออย คุณจะต้องไม่พลาด…
ขอรับฟรี!! คลิปวีดีโอสอนการตลาดออนไลน์สุดเข้มข้นอีกหลายตอนโดย โค้ชออย ธีรนุช ที่นี่

==========

เกี่ยวกับโค้ชออย :

 


โค้ชออย ธีรนุช กมลเดช
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท นวัตกรรมสร้างสรรค์การศึกษา บริษัทผู้คิดค้นเครื่องมือวิเคราะห์อัตลักษณ์บุคคลและธุรกิจ ยี่ห้อ HabitScan ใช้วิเคราะห์บุคคลตั้งแต่ เยาวชน คนทำงาน ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และ ลูกค้าของธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจและสามารถบริหารใจคนแต่ละประเภทได้อย่างถูกต้องตรงใจ รวมไปถึงการหาอาชีพหรือธุรกิจให้เหมาะกับผู้ประกอบการแต่ละคน

HabitScan เป็นเครื่องมือวิเคราะห์อัตลักษณ์ที่ได้รับการรับรองโดย สถาบันคุรุพัฒนา และ สำนักกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้บรรจุเครื่องมือนี้ลงในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม 4 จนถึงประถม 6 ทั่วประเทศไทย และมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 300,000 คน

ส่วนโค้ชออย เป็น Certified Coach สาขา Ht.NLP, และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์คนผ่านเครื่องมือ HabitScan นอกจากนั้นยังเป็นผู้บริหารฝ่ายการตลาดของบริษัท ดูแลแบรนด์ย่อย ที่ทางบริษัทแตกสาขาออกมา ได้แก่ เว็บไซต์และแฟนเพจ GetupTeacher, GetupSchool และ ชุมชนพัฒนาครู

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email