Zach Yadegari แห่งแอปฯ Cal AI อายุ 18 ปี รายได้ทะลุ $2 ล้านต่อเดือน

ประมาณปี 2023 – 2024 วัยรุ่นนามว่า Zach Yadegari เห็นปัญหาจากแอปฯ สุขภาพที่ใช้อยู่ จึงตัดสินใจสร้างเวอร์ชั่นใหม่ของตัวเองขึ้นมา และตั้งชื่อว่า “Cal AI” โดยผนวกเข้ากับเทคโนโลยี AI ทำให้เกิดฟีเจอร์บางอย่างที่ถูกใจคนรักสุขภาพ ปัจจุบันแอปฯ มีรายได้กว่า 2 ล้านดอลล่าร์ ต่อเดือนในปัจจุบัน เขาทำอย่างไร CEO Channels จะสรุปให้ฟังครับ

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เขามีความหลงใหลในวิดีโอเกมตั้งแต่เด็ก ๆ และไม่ใช่ความหลงใหลแบบผู้เล่นทั่วไป แต่เขาคิดไปไกลถึงขั้นเป็นนักสร้างเกม และเริ่มศึกษาหาอ่านหนังสือในหมวดหมู่ Computer และ Coding ตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี

– อายุ 12 ปี สร้างเกมสำเร็จ ชื่อ Speed Soccer ปล่อยลง App Store แม้ความนิยมจะไม่มากแต่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ

– อายุ 13 ปี พัฒนาไปสู่การสร้างเว็บไซต์เกมที่สามารถเลี่ยงระบบบล็อกของโรงเรียน และคราวนี้มันทำเงินได้จริง ๆ

– อายุ 16 ปี ขายเว็บไซต์ดังกล่าวให้แก่กลุ่มทุนที่สนใจในราคา $100,000!

ณ จุดนี้ เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความสำเร็จอาจไม่จำเป็นเดินตามระบบการศึกษาภาคบังคับก็เป็นได้

ปล. Zach ไม่ได้ปฏิเสธการศึกษาในระบบ เขายังคงเรียนหนังสือ แต่แค่เสนอแนวคิดว่าเราสามารถเริ่มทำตามความฝันควบคู่กันไปได้

#จุดเริ่มต้นธุรกิจ

Zach Yadegari เป็นหนึ่งในผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นข้อมูลโภชนาการอาหาร แนว ๆ แอปฯ นับแคลฯ ยอดนิยมชื่อ MyFitnessPal และพบปัญหา คือ ความยุ่งยาก และเสียเวลากรอกข้อมูลอาหารเองทุกมื้อ

ขณะนั้น เทคโนโลยี AI ก็ได้ก้าวหน้าพอสมควรแล้ว เขาจึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Calorie AI หรือ Cal AI

ผู้ใช้เพียงแค่ ถ่ายรูปอาหาร แล้วระบบจะบอกทั้ง แคลอรี่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน พร้อมทั้งสร้างแผนโภชนาการรายบุคคลตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะลดน้ำหนักหรือเพิ่มมวลกล้าม

จุดขายของแอปฯ คือ ความเรียบง่ายและประสบการณ์ใช้งาน (UX) ที่พัฒนามาจากปัญหาที่ประสบในคู่แข่งเดิม เขามั่นใจว่าผู้ใช้งานจะสนุกสนานไปกับความง่ายในการใช้ Cal AI

#สถิติ

หลังจากพัฒนาและทดสอบจนมั่นใจ Cal AI ก็ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณไตรมาส 2 ปี 2024

แอปฯ ได้รับผลตอบรับที่อย่างดี แม้จะเปิดตัวด้วยโมเดลสมัครชำระเงินทันที โดยไม่มีการทดลองฟรี ราคาแบบรายเดือน 10 ดอลล่าร์ และรายปี 30 ดอลล่าร์

– ก.ย. 2024 อายุ 17 ปี รายได้รวมนับตั้งแต่เปิดตัวแตะ 1 ล้านดอลล่าร์

– ธ.ค. 2024 รายได้รวมนับตั้งแต่เปิดตัวแตะ 8 ล้านดอลล่าร์

– ม.ค. 2025 รายได้ต่อเดือน (MRR) แตะ $2M

– เม.ย. 2025 รายได้ต่อเดือน (MRR) ขยับเป็น $2.9M

– พ.ค. 2025 รายได้สะสมตั้งแต่ต้นปี 2025 (YTD) แตะ $10M

– ยอดดาวน์โหลดแอปฯ มากกว่า 5 ล้านครั้ง

ทั้งหมดนี้ ร่วมกันสร้างโดยทีมงานเล็ก ๆ มีเขาและเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ซึ่งล้วนอยู่ในช่วงอายุวัยรุ่นและวัยยี่สิบกลาง ๆ ทั้งหมด พวกเขาไม่พึ่งเงินทุนจากนักลงทุนภายนอก เม็ดเงินทั้งหมดที่นำมาขยายธุรกิจเกิดจากลูกค้าจริงที่จ่าย Subscription ให้กับแอป แล้วนำเงินนั้นหมุนกลับไปขยายทีมงาน และขยายกิจการต่อไป

#กลยุทธ์

Zach Yadegari ไม่ได้เริ่มจากแนวคิด “สร้างแอปแล้วค่อยหาคนใช้” แต่เขาคิดในมุมการตลาดว่าผลิตภัณฑ์มีช่องให้เล่นกระแสการตลาดแบบไวรัลใน Social media ได้ง่ายหรือไม่ เขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการต่าง ๆ ว่า “ถ้ามันไม่สามารถไวรัลได้ในโซเชียล ก็อย่าลงมือสร้าง” และนั่นทำให้ Calorie AI ถูกออกแบบมาให้ถูกพูดถึงง่ายตั้งแต่วันแรก

– เน้นการตลาดบน TikTok

– จับมือกับครีเอเตอร์/อินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพในการโปรโมทแอปฯ

– ติดต่อครีเอเตอร์โดยตรงผ่าน ไม่ยอมเสียค่าหัวคิวให้เอเจนซี่ ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลงมาก

– ดีลกับครีเอเตอร์เป็นโปรเจคยาว เช่น จ้าง 4 วิดีโอ/เดือน แทนการจ่ายเป็นครั้ง ๆ ทำให้เจรจาค่าอินฟลูได้ถูกลงไปอีก

– มีผลตอบแทนพิเศษต่าง ๆ ให้ครีเอเตอร์ที่ทำผลงานดี เพื่อกระตุ้นความตั้งใจและความคิดสร้างสรรค์ในการทำคอนเทนต์

– เคารพความคิดสร้างสรรค์ของครีเอเตอร์ โดยปล่อยจอยให้ทำคอนเทนต์สไตล์ตนเอง ขอเพียงTie-in สินค้า 15 วินาที

– มีทีม Monitor คอนเทนต์ของครีเอเตอร์ เพื่อเข้าไปตอบคอมเมนต์ที่สอบถามเกี่ยวกับแอปฯ

– ปัจจุบันมีอินฟลูเอนเซอร์ประจำกว่า 150 ราย สร้างยอดวิวรวมหลายสิบล้านครั้งต่อเดือน.

ปัจจุบัน ทีมยังขยายการลงทุนในโฆษณา Meta Ads และ TikTok Ads อย่างจริงจัง สูงถึงวันละประมาณ 7,000 ดอลล่าร์ แต่ Zach Yadegari ยืนยันว่าคุ้ม 👍

#เป้าหมายต่อไป

Zach Yadegari มีเป้าหมายที่ค่อนข้างไฟแรง คือจะโค่นแชมป์ MyFitnessPal ที่ครองสัดส่วนแอปฯ แนวนี้ในระดับ 40% หรือกว่า 200 ล้านผู้ใช้งานทั่วโลก และยังมีเป้าหมายที่จะไปให้ถึงรายได้หลัก ร้อยล้านดอลล่าร์ ต่อปี จากปัจจุบันคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2025 จะไปแตะ 30-40 ล้านดอลล่าร์

นอกจากนี้ Zach ยังวางแผนสร้างแพลตฟอร์ม Viral Tech ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ SaaS สำหรับช่วยแบรนด์ค้นหาและจัดการอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อขยายศักยภาพการตลาดแบบไวรัลให้เป็นระบบมากขึ้น

#สรุปบทเรียน

– เริ่มเร็ว: ประสบการณ์ คือ หนึ่งในทุนที่มีค่า

– คิดใหญ่: มองข้ามกรอบระบบการศึกษา และหาเส้นทางของตัวเอง (Zach ไม่ได้ปฏิเสธการศึกษาในระบบ แต่แค่เสนอแนวคิดว่าไม่ผิดถ้าเริ่มทำตามความฝันควบคู่กันไป)

– ศึกษาตลาด: คิดการตลาดก่อนสร้างสินค้า

– สินค้าต้องเล่นกระแสไวรัลได้: สินค้าดี + เนื้อหาถูกจริตโซเชียล

– ความสำเร็จไม่เกี่ยวกับอายุ แต่เกี่ยวกับ mindset และการลงมือทำ

#ceochannels #กลยุทธ์ธุรกิจ #สตาร์ทอัพ #ผู้ประกอบการยุคใหม่

Scroll to Top