ไอเดียสร้างรายได้จากอากาศกับ Web Advertising

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

 

Web advertising อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Media business หรือ ธุรกิจสื่อ มีรายได้จากพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคนเยี่ยมชมจำนวนมาก และ ทำเงินจากการรับลงโฆษณา

Web advertising คือ การรับงานโฆษณาโดยตรงจาก ลูกค้า ซึ่งลูกค้าในกรณีนี้มี 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ลูกค้าที่เป็นแบรนด์ติดต่อมาโดยตรง และ ลูกค้าที่เป็นบริษัท PR Agency ที่รับงานจากแบรนด์มาดูแลต่อ ซึ่งคุณมีแนวโน้มสูงที่จะดีลงานกับประเภทที่สอง

สาเหตุก็เพราะ เมื่อแบรนด์อยากซื้อสื่อ เขาไม่ได้ซื้อสื่อแค่ช่องทางเดียว แต่จะปูพรมไปหลายช่องทางทั้ง Offline และ Online และหากเป็นออนไลน์ก็อาจจะลงหลายเว็บไซต์และหลายแฟนเพจ แถมมีการซื้อโฆษณา Google adword และ Facebook ad ร่วมด้วย เป็นงานที่วุ่นวายมาก แบรนด์จึงเอาต์ซอสงานเหล่านี้ไปให้บริษัท PR Agency ดูแลแทนนั่นเอง

ประเภทของโฆษณามีอะไรบ้าง?

หลัก ๆ มี 2 ประเภทให้จำกันง่าย ๆ ได้แก่ Sponsored Content และ Banner

Sponsored content ยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ๆ ได้อีก ได้แก่ Creative และ PR โดย Creative จะเน้นธรรมชาติและสร้างสรรค์ไม่ค่อยเน้นขาย แต่จะ Tie-in เล็กน้อย

ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ Nike Fuel ให้งบ Youtuber ที่ชื่อว่า Casey Neistat ไปก้อนหนึ่งพร้อมกับโจทย์สั้น ๆ ว่าให้ทำคลิปวีดีโอที่สื่อถึงคำว่า Make it Count อันสโลแกนของสินค้า

Casey เอางบทั้งหมดไปเดินทางรอบโลกแล้วถ่ายคลิปเสมือนตัวเองวิ่งผ่านประเทศต่าง ๆ แล้วก็แปะคำคมของคนดัง ๆ สร้างแรงบันดาลใจ ทำแบบนี้จนกระทั่งงบหมดเกลี้ยงซึ่งใช้เวลา 10 วัน คลิปมีความยาวประมาณ 4 นาทีครึ่ง หน้าสินค้าโผล่มาแค่ 8 วินาทีตอนต้น แล้วหลังจากนั้นสินค้าไม่ได้ออกหน้าและไม่ถูกพูดถึงเลย

แบบนี้เป็นงาน Creative – สินค้าไม่จำเป็นต้องถูกพูดถึงมาก มีส่วนร่วมเล็กน้อยในคอนเทนต์ และที่เหลือให้ Content creator บรรเลงได้เต็มที่ ซึ่งในเรื่องของการจดจำ พูดถึง และบอกต่อนั้นย่อมมีโอกาสมาก นี่คือพลังของการ ‘ไม่ขายสินค้า’ และยกให้ Creative content และ Story telling ทำหน้าที่พูดแทน

ส่วน PR content ความหมายตรงตัว คือ โปรโมท ทำให้รับรู้ว่าคือการขาย และบางครั้ง PR content อาจใช้ต้นฉบับจากลูกค้าเป็นโครงและสื่อเพียงมาปรับแต่งเล็กน้อย

ทั้ง Creative และ PR ล้วนเป็นงานที่ค่อนข้าง Active เล็กน้อย กล่าวคือเมื่อมีลูกค้า คุณต้องคิด ออกแบบ และผลิตคอนเทนต์นั้น ๆ ขึ้นมาก

ส่วนอีกประเภท คือ Banners

เป็นป้ายโฆษณาที่นำไปติดไว้ในตำแหน่งที่ลูกค้าอยากได้ภายในเว็บไซต์ของคุณ อาทิ Header, กลาง Body, และ Sidebar ของเว็บไซต์ เป็นต้น รูปภาพโฆษณาจะฝังลิงค์ออกจากเว็บไซต์คุณไปยังเว็บไซต์ของลูกค้า

ป้าย Banners เป็นการเช่าพื้นที่ภายในเว็บไซต์ของคุณ เป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือ รายหลายเดือน มีความเป็น อสังหาริมทรัพย์ สุด ๆ เพราะหากคุณดีลป้าย Banners ลงเว็บไซต์สำเร็จ คุณจะมี Passive income จากค่าให้เช่าพื้นที่ติดป้ายนั้นเป็นรายเดือนจนกว่าจะหมดสัญญากันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี แรงจูงใจให้ลูกค้าลงโฆษณาระหว่าง Sponsored content และ Banners นั้นแตกต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ

Sponsored content เน้นเว็บไซต์ที่มีแฟนเพจที่มี Engagement ดี ทราฟฟิกในเว็บไซต์อาจไม่ต้องสูงมากก็ได้ อาทิ 50,000 – 100,000 ผู้เยี่ยมชมต่อเดือน และแฟนเพจอาจจะ 50,000 Like แต่มี Engagment ในแต่ละโพสต์ดี มีคนคอมเมนต์คุยกันฟุ้ง มีคนแชร์เยอะ เป็นต้น เพียงเท่านี้ ลูกค้าก็สนใจที่จะลงโฆษณาแล้ว

แต่ Banners นั้นจะถูกเห็นก็ต่อเมื่อคนเข้าไปที่เว็บไซต์ ดังนั้นทราฟฟิกของเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ และการจะได้รับลูกค้าลง Banners คุณอาจต้องมีทราฟฟิกระดับ 4-5 แสน ไปจนถึงหลักล้านผู้เยี่ยมชมต่อเดือน

Web Advertising รายได้เท่าไร

ราคา Sponsored content เริ่มต้นที่ 3 – 5 หมื่นบาท ต่อ บทความ สำหรับเว็บไซต์ทราฟฟิกไม่เกิน 2 แสน views ต่อเดือน หรือแล้วแต่จะตกลง

7 หมื่น – 1 แสนบาท ต่อบทความ สำหรับเว็บไซต์ทราฟฟิกไม่เกิน 4 – 5 แสน views ต่อเดือนขึ้นไป หรือแล้วแต่จะตกลง

หากเป็น วีดีโอคอนเทนต์สาย Creative ราคาอาจจะเริ่มต้นที่ 7 หมื่น – 1 แสนบาทขึ้นไปสำหรับคลิปวีดีโอสั้น ๆ ซึ่งสั้นในที่นี้ก็แล้วแต่นิยามด้วย บางคนอาจจะกำหนดที่ไม่เกิน 3 นาที บางคนอาจจะให้ถึง 5 นาที อันนี้โดยคร่าว แต่งานวีดีโอรายละเอียดปลีกย่อยจะเยอะมาก การตีราคาก็อาจขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานด้วยเช่นกัน

ราคา PR Content ก็จะถูกว่า Sponsored content เล็กน้อย และผมแนะนำว่าตั้งราคาไม่ห่างการมากเพื่ออัพเซลลูกค้าไปซื้อ Sponsored content โดยเสนอเขาว่าคุ้มกว่าเป็นต้น

โดยทั้ง 2 Content นี้ให้เสนอว่ารวมแถมฟรีแชร์บทความไปยัง Facebook ด้วย เพราะโดยปกติการของแชร์โพสต์บน Facebook page อย่างเดียว ต่อให้เป็น Content ของลูกค้าทั้งหมดก็มีราคาของมันเช่นกัน โดยผมก็จะตั้งราคาไม่ห่างจาก PR Content มากนักเพื่อเสนอว่า ไหน ๆ ก็แชร์แล้ว เอาลงเว็บด้วยไหม แถมแชร์ฟรี ก็เป็นเกร็ดความรู้ในการอัพเซลสินค้า

สุดท้าย Banners ก็อยู่ที่ความพอใจ โดยราคายืนพื้นของการติดป้าย Banners เริ่มต้นที่ 2 – 3 หมื่นบาทต่อเดือน และอาจจะไปแตะหลักแสนบาทต่อเดือนสำหรับเว็บไซต์ที่มีทราฟฟิกหลายล้านวิวต่อเดือน

ทำเว็บไซต์แบบไหนจึงจะมีโฆษณามาลง

ประเภทเว็บไซต์ที่มีโอกาสมีโฆษณามาลงมากที่สุด คือ เว็บข่าว และ เว็บที่ให้ข้อมูลความรู้

โจทย์ คือ ข่าว หรือ ข้อมูลความรู้ของอุตสาหกรรมไหน? หลัก ๆ ได้แก่ ธุรกิจ, การเงิน, การลงทุน, อสังหาริมทรัพย์, หุ้น, รถยนต์ กลุ่มนี้มีโอกาสสูงสุด เพราะธุรกิจที่มีกำลังในการซื้อสื่อสูง ๆ โดยมากอยู่ในกลุ่ม สถาบันการเงิน, อสังหาริมทรัพย์, และยานต์ยนต์

รวมบทความเกี่ยวกับ หาเงินออนไลน์ทั้งหมด ที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email