อยากทำธุรกิจส่วน อยากเป็นนายตัวเอง ไม่มียุคไหนจะเริ่มต้นง่ายเท่ายุคนี้ รวมช่องทางทำธุรกิจส่วนตัวทางอินเตอร์เน็ต

6
1238

the ceo air take off

เมื่อ 30-40 ปีก่อนการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวเป็นเรื่องยากมาก คุณต้องใช้เงินทุนมหาศาล, และต้องใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวนาน เจ้าของธุรกิจสมัยก่อนใช้เวลาเป็นสิบๆปีกว่าจะพาธุรกิจเติบโตเป็นร้อยล้าน หลายคนกว่ารวยก็ปาเข้าไปครึ่งชีวิต แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาโลกของเรามีเศรษฐีเกิดใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ อาทิ

  • Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook.com
  • Kevin Systrom, และ Mike Krieger เจ้าของ Instagram.com
  • Pete Cashmore เจ้าของ Mashable.com
  • Evan Spiegel เจ้าของ Application Snap Chat
  • Tony Hsieh เจ้าของ Ecommerce Zappos.com
  • ฯลฯ

บุคคลเหล่านี้มีอายุระหว่าง 20 ปลายๆ ถึง 30 ปลายๆ แต่มีสินทรัพย์สุทธิระดับหมื่นล้านบาทภายในเวลาเพียงทศวรรษเดียวเทียบกับเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ที่ใช้เวลาถึง 3-4 ทศวรรษในการสร้างสุทธิระดับเดียวกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้

ก่อนจะเข้าเรื่องผมขอจูน Mindset กันก่อนว่าด้วยคำว่า “ง่าย” ไม่ได้หมายถึงจะประสบความสำเร็จกันง่ายๆแบบไม่ต้องทำอะไรมากมายก็รวยแล้ว ความสำเร็จนั้นต้องอาศัยความวิริยะอุตสาหะในการสร้างงานของคุณขึ้นมา แต่ความง่ายในที่นี้คือช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสะดวกขึ้น, ช่องทางการเข้าถึงตลาดสะดวกขึ้น, และต้นทุนในการสร้างธุรกิจน้อยลง คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนหลักหมื่นหรือหลักแสนเพื่อทดสอบตลาดแทนที่จะเป็นหลักหลักเหมือนในอดีต

4 ปัจจัยที่ทำให้การเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวง่ายขึ้นในปัจจุบัน

มีแหล่งข้อมูลเพื่อการตัดสินใจมากขึ้น

อดีต
การเริ่มต้นทำธุรกิจต้องมีข้อมูลที่แน่นพอไม่อย่างนั้นเริ่มไปโดยไร้ข้อมูลอาจเหนื่อยฟรีทำไปแล้วก็เจ๊งเพราะไม่มีตลาดมารองรับ เจ้าของธุรกิจคนจีนสมัยก่อนเริ่มจากลูกจ้างแรงงานเรียนรู้งานคลุกคลีกับงานจนรู้จักสินค้าและรู้จักแหล่งขายถึงได้มีข้อมูลไปใช้สร้างธุรกิจค้าขายของตัวเองในเวลาต่อมา สมัยก่อนคนทำงานนั่งโต๊ะถึงไม่ค่อยได้เป็นเจ้าของกันมากนักเพราะอยู่ประจำสำนักงานทำงานเอกสารเฉพาะหน้าที่ตัวเองอย่างเดียวส่วนเรื่องการตลาดการขายเลยไม่ได้รู้ลึกเหมือนคนงานชาวจีนที่ลงไปลุยภาคสนาม

ปัจจุบัน
ตอนนี้โลกมีอินเตอร์เน็ต คนทำงานนั่งโต๊ะเข้าอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลได้ทุกอย่าง ค้นหาว่าตลาดตอนนี้เขาไปถึงไหน, คนนิยมซื้อขายอะไร, สิ่งที่ซื้อขายกันมีราคาขายปลีกเท่าไร, มีใครรับผลิตสินค้าอย่างนี้ๆ, และมีการแข่งขันหนาแน่นรุ่นแรงแค่ไหน ข้อมูลยังลึกไปถึงขั้นว่าบนอินเตอร์เน็ตสินค้าชนิดนี้มีคนป้อน Keyword ค้นหาเดือนละกี่คน! สุดยอดไหมล่ะครับ พอคนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ เขาก็สามารถศึกษาและตัดสินใจที่จะดำเนินการขั้นต่อๆไปได้

ต้นทุนการก่อตั้งธุรกิจถูกลง

อดีต
สมัยก่อนอยากมีธุรกิจคุณต้อง สร้างโรงงาน, มีหน้าร้าน, และ เช่าสำนักงาน นอกจากนั้นคุณยังต้องจ้างพนักงาน เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ใช้เงินเป็นล้านนนนนน

ปัจจุบัน
ปัจจุบันหลายๆธุรกิจไม่ต้องจัดหนักจัดเต็มขนาดนั้นแล้ว หากคุณต้องการขายของ สามารถทำ Ecommerce ได้ เปิดหน้าร้านออนไลน์ลงทุนหลักพันหรือหลักหมื่นก็ได้เว็บไซต์สวยๆและระบบ Online Back office ดีๆมาสนับสนุนการทำงาน เรื่องคนก็สามารถ Outsource ได้ ส่วนการผลิตคุณสามารถ Sourcing ผู้ผลิตหรือผู้ค้าส่งที่รับทำ Drop-shipping ได้

หรือหากคุณมี Skill ส่วนตัวอยากขายบริการเฉพาะทางมีตัวเองเป็นโปรดักท์ยิ่งสบายเลย ไม่ต้องสต๊อกสินค้าอะไรเลยเพราะมีแต่ตัวเองเป็นสินค้า เปิด Blog และ Facebook เขียนบทความประชาสัมพันธ์งานตัวเองเพื่อหาลูกค้า

เข้าถึงแหล่งระดมทุนอย่างเสรี

อดีต
ที่ผ่านมาการที่คนทั่วๆไปจะมีเงินมาลงทุนในธุรกิจต้องอาศัยธนาคารกู้เงินเป็นหนี้เขามาทำธุรกิจ หากจะกู้เป็นล้านต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ปัจจุบัน
มีแหล่งระดมทุนเสรีที่เรียกว่า Crowd funding เป็นการระดมทุนจากมวลชน ระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Crowd funding อาทิ Kickstarter.com, IndieGoGo.com ,และ ฯลฯ ผู้ขอระดมทุนทำ Presentation ไปเสนอพร้อมตั้ง Budget ว่าต้องการเงินเท่าไรและผู้สนใจที่เรียกว่า Backer ก็นำเงินมาให้คนละไม้คนละมือแต่จากทั่วสารทิศหลายๆคนมารวมกันจึงเรียกว่า Crowd funding ซึ่ง Backer อาจได้รับสิทธิ์รับของขวัญ, ของชำร่วย, ตัวอย่างสินค้า, การรับเชิญไปงานเปิดตัวสินค้า หรือ หุ้นของบริษัท ฯลฯ แล้วแต่เจ้าของโครงการจะกำหนด

ช่องทางการตลาดที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูง

อดีต
การโฆษณาประชาสัมพันธ์มีราคาสูงเป็นหมื่นเป็นแสนบาทแลกกับพื้นที่เล็กๆในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร หรือสป็อตโฆษณาทางวิทยุและโทรทัศน์ไม่กี่วินาที หากต้องการโฆษณาที่ถูกกว่านั้นก็คือพวก Classified ads ซึ่งมีหลักพันบาท เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่อัดรวมกันกับ Ads อื่นๆเป็นสิบๆ ร้อยๆ Ads ในหน้า Classified ของหนังสือตีพิมพ์

ปัจจุบัน
การโฆษณาประชาสัมพันธ์เริ่มต้นที่ฟรีจากหลากหลายวิธี โดยสามวิธีหลักๆที่ได้ผลดีได้แก่

  • เขียนบทความป้อนเว็บไซต์หรือบล็อกซึ่งสามารถค้นเจอผ่าน Google search engine 
  • เขียนบทความที่มีประโยชน์และมีคุณภาพ (ไม่ Spam) ให้แก่เว็บบอร์ดแล้วใส่ Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ
  • เขียนข้อความสั้นบน Facebook page และ Twitter แล้วใส่ Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

นอกจากนั้นคุณยังสามารถซื้อ Ads ในราคาที่ถูกกว่าการโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ อาทิ Facebook Ads หรือ Google AdWords ซึ่งสามารถเลือก Budget และ Target audience ได้

แหล่งเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวในยุคอินเตอร์เน็ต

Ecommerce ขายของออนไลน์

การเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวด้วยอีคอมเมิร์ซเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย เหตุผลเพราะเริ่มต้นง่าย ไม่ต้องผลิตสินค้าเอง ซื้อมาแล้วก็ขายไป เปิดเว็บไซต์ง่ายนิดเดียว หรือไม่ก็ทดลองตลาดด้วยการขายผ่าน Facebook

เว็บไซต์สำหรับการเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ยอดนิยม ได้แก่

  • www.ebay.com
  • www.amazon.com
  • www.tohome.com
  • www.weloveshopping.com
  • www.lnwshop.com
  • ฯลฯ Just Google it!

เว็บไซต์แบบ Hosted shopping cart ได้แก่

  • www.shopify.com
  • www.magento.com/go
  • www.bigcommerce.com
  • www.ultracart.com
  • ฯลฯ Just Google it!

นอกจากนั้นผมมีบทความชุด E-Commerce Dropshipping ที่นี่ สำหรับแนวทางการทำอีคอมเมิร์ซสายดร็อปชิป

Freelance อาชีพขายบริการทักษะเฉพาะทาง

Freelance เป็นอาชีพที่มาแต่ตัวจริงๆ เป็นทักษะพิเศษที่ติดตัวคุณมาอยู่แล้ว ที่เหลือคือแค่หาตลาดและทำอย่างไรให้คนรู้ว่าคุณขายบริการนั้นๆอยู่ ซึ่งปัจจุบันสามารถประชาสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้นเพราะอินเตอร์เน็ต อาชีพ Freelance ได้แก่ นักเขียน นักปรึกษา นักออกแบบต่างๆ (Hand drawing design, Computer graphic design) นักแปล นักเขียนโปรแกรม กรณีผมเคยเป็นนักแปลอิสระและได้เขียนอีบุ๊คสอนการเริ่มอาชีพนักแปลอิสระ ที่นี่

เว็บไซต์สำหรับเริ่มต้นอาชีพ Freelance นานาชนิด ได้แก่

  • www.odesk.com
  • www.elance.com
  • www.peopleperhour.com
  • www.freelancer.com

เว็บไซต์สำหรับสมัครเป็นนักเขียนบทความ ได้แก่

  • www.textbroker.com

เว็บไซต์สำหรับสมัครเป็นนักแปล ได้แก่

  • www.proz.com
  • www.translatorscafe.com

Internet marketing นักการตลาดอินเตอร์เน็ต

นักการตลาดอินเตอร์เน็ตไม่เน้นการมีสินค้าเป็นของตัวเอง แต่สร้างรายได้จากการประชาสัมพันธ์สินค้าของผู้อื่น มีหลายวิธี แต่หลักๆที่นิยมแพร่หลายทั่วโลกมี 2 สองวิธี คือ โฆษณา และ นายหน้า

Internet marketing ที่หารายได้จากค่าโฆษณา จะต้องสร้างบล็อกที่ Target ไปที่ Niche ใด Niche หนึ่งและใช้ Target traffic จากบล็อกของเขาในการดึงดูดเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้มาลงโฆษณากับบล็อกของเขา หรืออีกวิธีคือไปสมัครกับ Cost-Per-Click Ads Service อาทิ Google AdSense, Chitaka, Infolink, หรือ Yengo ฯลฯ เป็นต้น บางตัวใช้กับเว็บไทยได้ บางตัวไม่เหมาะใช้กับเว็บไทย

Internet marketing ที่หารายได้จากค่านายหน้า เรียกว่า Affiliate marketing จะต้องสร้างบล็อกที่ Target ไปที่ Niche ใด Niche หนึ่งเช่นกัน แต่แทนที่จะติดป้ายโฆษณา ก็หันมาติดลิงค์ส่งผู้อ่านไปที่ Sales page ของสินค้าที่คุณนำมาโปรโมท คุณจะได้ค่านายหน้าต่อเมื่อมีการซื้อสินค้าสมบูรณ์ไม่มีการ Claim คืนสินค้าจากผู้ซื้อภายในเวลาที่กำหนด เจ้าของสินค้าที่เปิดให้บริการ Affiliate marketing program มีมากมาย อาทิ

  • Affiliate สินค้าครอบจักรวาล อาทิ Amazon, Viglink, National Geographic
  • Affiliate เฉพาะทางสวยสุขภาพ อาทิ Sell Health, More Niche, Market Health
  • Affiliate ดิจิตอลดาวน์โหลดและบริการออนไลน์ อาทิ Click Bank, Commission Junction, E-Junkie
  • Affiliate ฉายเดี่ยวตามยี่ห้อของตัวเอง อาทิ Blue Host, oDesk, One Hour Translation, Page Line WP Theme, Unconventional Guides by Chris Guillebeau

แต่ Affiliate marketing นั้นไม่เหมาะกับเว็บไทย อาจต้องเน้นบุกตลาดเว็บไซต์ภาษาอังกฤษครับ

Information product ขาย Premium Content ผ่านเว็บไซต์

Premium content หรือ Paid-Content เป็นเนื้อหาที่ต้องจ่ายเงินในการเข้าชม (Access) Paid-content จะเป็นเนื้อหาเฉพาะทางที่ให้ความรู้ทางเทคนิคอลต่างๆ ที่ผู้อ่านจะสามารถศึกษาและนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตจริงได้ Paid-content เหล่านี้จึงนิยมเรียกอีกอย่างว่า Information product และผู้ผลิตงานเหล่านี้เป็นอาชีพหลักฝรั่งเรียกว่า Infopreneur

Information product ได้แก่

E-Book เป็นการผลิต Information product ที่เริ่มต้นง่ายที่สุด โดยเขียนลง MS Word และแปลงเป็นไฟล์ PDF เพื่อขาย โดยสร้าง Sales page และผูกเข้ากับ Payment gateway อย่าง E-Junkie.com, หรือ Gumroad.com ยกตัวอย่างเจ้าของอีบุ๊คเงินล้านอย่าง Nathan Barry กับอีบุ๊คเทคนิคการออกแบบ Application – www.nathanbarry.com/webapps/

Membership Site เป็นเนื้อหาที่อยู่บนบล็อกแต่พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกล็อคไว้สำหรับสมาชิกที่จ่ายเงินเป็นสมาชิก โดยมากจ่ายเป็นรายเดือน จึงนับว่าเป็นรายได้ที่ต่อเนื่องมากกว่าอีบุ๊ค แต่ Content ต้องอัพเดทสม่ำเสมอและต้องวางระบบ Member area ดีๆ ตัวอย่าง Membership site สอน WordPress ที่ได้รับความนิยม www.wp101.com

Video Course คล้าย Membership site คือจะอยู่บนเว็บไซต์แต่ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าชมโดยเนื้อหาที่มีทั้งภาพและเสียงเป็นวิดีโอคลิป ทำยากที่สุดแต่ขายได้ในราคาแพงที่สุดเช่นกัน วิดีโอคอร์สสามารถขายได้ในราคาหลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักหลายพันบาท ตัวอย่างวิดีโอคอร์สได้แก่ www.liveoffyourpassion.com ของ Scott Dinsmore

แนวคิดและขั้นตอนภาคปฏิบัติทั้งสี่อย่างนี้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่อีบุ๊ค The Freedom Hacker ครับ

สรุป

อินเตอร์เน็ตทำให้คนมีโอกาสมากขึ้น แต่การจะประสบความสำเร็จได้ยังคงต้องอาศัยความรู้ ความพยายาม และคุณภาพของงาน ไม่มีทางลัดหรือปุ่ม Magic Button สู่ความสำเร็จ แต่อย่างน้อยที่สุดคุณก็รู้แล้วว่าไม่ต้องเกิดเป็นลูกเศรษฐี ไม่ต้องรอเป็นสิบๆ หากคุณมีแนวทางในใจและเริ่มต้นลงมือทำเดี๋ยวนี้ ภายใน 3-4 ปีคุณอาจมาเงินล้านจากการเริ่มต้นแค่หลักหมื่นในวันนี้ครับ

[hr]

รายงานพิเศษ eGuide Master Your Facebook Fans เทคนิคบริหาร Facebook page สำหรับปี 2014 อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ธุรกิจของคุณ Reach, Like และ Sales สูงขึ้น เข้าถึงเทคนิคการตลาด Facebook ดีๆก่อนใครทันทีที่นี่ >> http://tinyurl.com/lq3p7m4

ezinelayingcurvy

[hr]

Join The CEO Blogger’ Newsletter เพื่อรับอัพเดทและข่าวสารสำคัญส่งถึงอีเมล์คุณ ฟรี ไม่มี Spam!

[convertpress id=”1876″ replacetheme=”false”]

6 COMMENTS

  1. แล้วถ้าเป็นประเภทที่ทำเว็บไซต์ออกมาขาย Service ล่ะครับ ถ้าผมเป็นโปรแกรมเมอร์ การที่ผมทำ Software as a service หรือ ให้บริการบนเว็บไซต์อะไรแบบนี้ ก็ถือเป็นหนึ่งในกลุ่ม Information product ด้วยหรือเปล่าครับ

  2. ทำได้ครับ Freelance, skill services, SAAS ต่างๆ ก็มีบล็อก มีไซต์ของตนเองเพื่อเป็น Portfolio โปรโมททักษะ และประชาสัมพันธ์ตัวเองครับ ยกตัวอย่าง Brennan Dunn (http://askafounder.com/brennan-dunn/) คนนี้เป็นทั้ง Freelance consult, แล้วต่อมาก็พัฒนา Software As a Service และก็ตามมาด้วยงานเขียนและงานคอร์ส ครบชุดในคนเดียวเลย มันต่อยอดกันได้ครับโดยใช้ Blog เป็นฐาน Content marketing ให้ตัวเอง

  3. ถ้าจะเปิดร้านของตัวเอง ก็ต้องทำการโปรโมต ในหลายๆ ทางให้เป็นที่รุ้จัก ขอบคุณสำหรับข้อมูล

  4. I see a lot of interesting articles on your blog. You have to spend a lot of time writing, i know how to save you a lot of time, there is a tool that creates high quality, SEO friendly articles in couple of minutes, just type in google – k2 unlimited content

  5. รับสมัครเถ้าแก่ชาเขียวมัทชะโจได : https://www.facebook.com/matchachodai

    จุดเด่นของธุรกิจ คือ เป็นชาเขียวแท้คุณภาพเยี่ยม 100% กลิ่นหอมกรุ่น สูตรการชงระดับพรีเมี่ยมหวานมัน เข้มข้น
    1. มั่นใจในวัตถุดิบผงชาเขียวมัทชะโจไดคุณภาพเยี่ยม
    2. ติดปาก ติดหู กับชื่อแบรนด์ “มัทชะโจได” เป็นการสร้างแบรนด์ให้อยู่คงทนตลอดไป
    3. ถูกปาก ถูกใจ ด้วยสูตรการชงชาเขียวระดับพรีเมียมที่หอมกรุ่น หวานมัน เข้มข้น

    ธุรกิจเหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบกิจการและผู้ต้องการเปิดกิจการ ดังนี้
    1. ค่าสมัครสมาชิกเปิดแฟรนไชส์ (ไม่มีรายปี ไม่เก็บส่วนแบ่งการตลาด)
    – Package A ราคา 5,000 บาท : สมาชิกผงชาเขียวมัทชะโจได
    – Package B ราคา 9,900 บาท : สมาชิกผงชาเขียวมัทชะโจได+ลิขสิทธิ์แบรนด์/สูตรการชง
    – Package C ราคา 35,000 บาท : สมาชิกผงชาเขียวมัทชะโจได+ลิขสิทธิ์แบรนด์/สูตรการชง+อุปกรณ์/คีออส
    2. ราคาจำหน่ายแก้วละ 30-60 บาท
    3. ขั้นตอนการลงทุน
    ขั้นตอนแรก : จัดเตรียมเงินทุนและความพร้อมกับการเริ่มธุรกิจ
    ขั้นตอนที่สอง : มองหาทำเลที่ตั้งร้าน (หรือปรึกษาเจ้าของแฟรนไชส์)
    ขั้นตอนที่สาม : เลือก Package การลงทุนและติดต่อเจ้าของแฟรนไชส์
    ขั้นตอนที่สี่ : เปิดร้านจัดจำหน่าย

    ระยะเวลาคืนทุน : คืนทุนภายใน 1-2 เดือน (ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง)

    คุณสมบัติผู้ลงทุน :
    1. มีความรักและตั้งใจในการทำธุรกิจ
    2. มีความรักในงานบริการ
    3. มีความอดทนและจริงใจ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.