Tesla ยอดขายร่วง 13% เป็นไตรมาสแรกที่แย่ที่สุดในรอบ 3 ปี

CNN รายงาน Tesla มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไตรมาสแรกของปี 2025 ลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการดิ่งลงแรงที่สุดตั้งแต่บริษัทก่อตั้ง

โดยไตรมาสนี้ Tesla ส่งมอบรถได้เพียง 336,681 คัน หรือ ลดลงกว่า 50,000 คัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นยอดขายรายไตรมาสที่แย่ที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

ปัจจัยที่กระทบยอดขาย

  • การหยุดสายการผลิตชั่วคราวของรุ่น Model Y เพื่อปรับปรุง

  • กระแสต่อต้าน Elon Musk จากบทบาทในฝ่ายนโยบายรัฐบาลและการสนับสนุนทางการเมือง ทำให้เกิดการประท้วงหน้าศูนย์โชว์รูม และเหตุวินาศกรรมบางจุด

  • ความไม่พอใจจากกลุ่มผู้ซื้อฝั่งเสรีนิยม โดยเฉพาะใน “รัฐสีน้ำเงิน” ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าเดิมที่ซื้อซ้ำในกลุ่มรัฐเหล่านี้ลดลงจาก 72% เหลือ 65%

ภาพลักษณ์ Musk ส่งผลต่อ Tesla
นักวิเคราะห์มองว่า บุคลิกและพฤติกรรมสื่อสังคมออนไลน์ของ Musk กลายเป็น “พายุทางแบรนด์” ที่บั่นทอนภาพลักษณ์บริษัท โดยผลสำรวจจาก CNN ชี้ว่าเพียง 35% ของชาวอเมริกันมีมุมมองเชิงบวกต่อ Musk ขณะที่ 53% มีมุมมองเชิงลบ และมุมมองเชิงลบเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อ Tesla โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่นิยม EV

ตลาดยุโรป-จีนก็กดดัน
ในยุโรป ยอดขาย Tesla ร่วงถึง 49% ใน 2 เดือนแรกของไตรมาส ทั้งที่ตลาด EV โดยรวมโตถึง 28% ปัจจัยหลักคือการต่อต้าน Musk ที่สนับสนุนกลุ่มขวาจัดในเยอรมนีและอังกฤษ

ขณะที่ในจีน — ตลาด EV ใหญ่ที่สุดในโลก — Tesla ยิ่งเผชิญการแข่งขันดุเดือดจากผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง BYD ซึ่งยอดขาย EV ของ BYD เพิ่มขึ้น 39% แตะระดับ 416,000 คัน แซงหน้า Tesla อีกครั้งในฐานะผู้นำยอดขายไตรมาส แม้ Tesla ยังครองแชมป์ยอดขายรวมรายปี

สรุป
Tesla กำลังเผชิญมรสุมหนักที่สุดทั้งจากแรงต้านส่วนบุคคลของ Musk, การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด EV ขณะที่ราคาหุ้น TSLA ร่วงไปแล้ว 44% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคม แม้จะมีแรงดีดกลับบางส่วนจากข่าวว่า Musk อาจถอยจากบทบาทในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ