การตลาดอัจฉริยะ! Elon Musk ปล่อยจรวดของ SpaceX พ่วงโปรโมทแบรนด์รถยนต์ Tesla Roadster ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องพูดถึงและจดจำ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

Elon Musk ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท SpaceX และ Tesla ได้เปิดตัวจรวดรุ่นล่าสุด Falcon Heavy ซึ่งเป็นจรวดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่บริษัทของเขาเคยสร้างขึ้นมา โดยได้มีการยกขึ้นติดตั้งที่ฐานยิงจรวดที่เดียวกับที่ใช้ปล่อยตัวจรวด Apollo ในประวัติศาสตร์ ณ Kennedy Space Center รัฐ Florida

จุดประสงค์หลักของการเปิดตัวในครั้งนี้ เพื่อส่ง รถยนต์ Tesla  Roadster เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคาร และเป็นการทดสอบห้องโดยสารที่อยู่ยอดบนสุดของจรวด เพื่อพิสูจน์ว่าจะสามารถทนทานกับรังสีจาก Van Allen Radiation Belt หรือแถบรังสีแวนอัลเลนได้มากกว่า 6 ชั่วโมงหรือไม่

โดยในครั้งนี้ Elon Musk ได้ติดตั้ง รถยนต์ Tesla  Roadster เข้าไปแทนการใช้สิ่งมีชีวิตในการทดสอบ ซึ่งหากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นการชิงส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทอื่นที่ต้องการแข่งขันใน Space Race รอบใหม่ และเปิดตลาดกับกองทัพสหรัฐผ่านทาง NASA รวมไปถึงโอกาสในตลาดการท่องอวกาศในเชิงพาณิชย์  งานนี้ถือเป็นการยิง ปืน (จรวด) นัดเดียวแต่ได้นกหลายตัว

กระบวนการปล่อยจรวดยักษ์สุดระทึก

ลองชมวีดีโอ CG จำลองการทดสอบยิงจรวด Falcon Heavy ในครั้งนี้ แล้วจะทราบกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบว่า Elon Musk ต้องการให้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

 

จากในคลิปวิดีโอเราจะเห็นว่า จรวด Falcon Heavy มีขนาดใหญ่มาก และต้องใช้ตัวบูสเตอร์ ถึง 2 ตัว ประกบกับจรวดลำใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง โดยบนยอดสุดของ Core booster (บูสเตอร์ตัวหลัก) จะเป็นห้องโดยสาร ที่บรรจุรถยนต์ Tesla Roadster พร้อมกับหุ่นคนขับ ที่ชื่อว่า Starman ที่สวมชุดนักบินอวกาศของ SpaceX

เมื่อจรวดเคลื่อนตัวพ้นชั้นบรรยากาศไปแล้ว บูสเตอร์ทั้ง 2 ตัวจะดีดตัวออกจากยานหลัก และบินกลับมายังฐาน ส่วนบูสเตอร์ตัวหลักจะเคลื่อนที่ต่อไป เพื่อส่งให้กระสวย (ห้องโดยสาร) เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยก่อนหน้านั้นจะเคลื่อนที่ไปยัง แถบรังสีแวนอัลเลนเป็นเวลาราว 6 ชั่วโมงเพื่อแสดงการเคลื่อนที่ให้กองทัพสหรัฐฯ เห็น หลังจากนั้นเครื่องยนต์จะถูกติดขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อส่งให้รถยนต์ Tesla  Roadster พร้อมหุ่นคนขับ Starman เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคาร

ฟังกระบวนการทั้งหมดแล้ว ราวกับนิยายวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว ว่าแต่ทำไม Elon Musk ต้องลงทุนเปิดตัวทั้งจรวดที่ใหญ่ที่สุดใช้พลังงานมากที่สุด เพื่อส่งรถยนต์รุ่นใหม่ไปดาวอังคาร ที่ต้องใช้งบประมาณเพื่อการนี้ถึง 90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท)

https://www.instagram.com/p/BdA94kVgQhU/?utm_source=ig_embed

ภาพภายในส่วนบนสุดของจรวด Falcon Heavy ที่จะใช้เป็นห้องโดยสารหรือห้องสำหรับบรรทุกสำภาระในการขนส่งทางอวกาศ โดยได้ทำการติดตั้งรถยนต์ Tesla Roadster รุ่นล่าสุดลงไป เพื่อทดสอบการทนทานต่อรังสีและแรงกดดันในขณะที่กำลังผ่านแถบรังสีแวนอัลเลน

ที่มา: Elon Musk’s Instagram and  https://www.space.com/39195-elon-musk-tesla-roadster-falcon-heaavy-photo.html

ภาพการติดตั้งกล้อง เข้ากับฐานของกระสวย เพื่อถ่ายภาพประวัติศาสตร์กลับมาให้คนทั้งโลกได้รับชม

ที่มา http://www.businessinsider.com/falcon-heavy-launch-radiation-is-a-challenge-for-spacex-6-hours-in-2018-2

สรุปผลการปล่อยจรวดไฮเทคแห่ง SpaceX

ก่อนที่จะไปวิเคราะห์และสรุปผลจากการเล่นใหญ่ในครั้งนี้ เรามาดูผลการทดสอบกันก่อนว่า Elon Musk สามารถทำสำเร็จได้ตามแผนที่วางไว้ทั้งหมดใน CG หรือไม่

การออกตัวจากโลก

การปล่อยตัวจรวด มีความเสี่ยงในทุกวินาที ตั้งแต่การปล่อยออกจากฐาน แม้จะเคยปล่อยมาแล้วหลายครั้ง แต่โอกาสที่จะระเบิดตั้งแต่ที่ฐานก็มีไม่น้อย ดังนั้นช่วงที่ลุ้นที่สุดช่วงหนึ่งก็คือช่วงปล่อยตัวนั่นเอง เพราะถ้าหากพลาดพลั้ง แรงระเบิดจะมีพลังทำลายล้างเท่ากับ ระเบิดทีเอ็นทีขนาด 4 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ Falcon Heavy ก็สามารถผ่านจุดปล่อยตัวมาได้อย่างงดงาม และทะยานทุละชั้นบรรยากาศไปได้ เมื่อถึงจุดที่กำหนด บูสเตอร์ทั้งสองตัวก็ถูกปล่อยจากบูสเตอร์หลัก และบินกลับมายังฐาน ตามจุดที่กำหนดไว้อย่างงดงามตามแผนการ

การนำบูสเตอร์กลับสู่โลก

ในขณะที่บูสเตอร์หลักยังคงเคลื่อนที่ต่อไป และผลักให้กระสวยที่อยู่บนยอดเกิดแรงเหวี่ยง ก่อนที่จะปล่อยกระสวยให้เคลื่อนที่ต่อไป และบูสเตอร์หลักบินกลับมายังจุดลงจอดกลางมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แล้วก็เกิดความผิดพลาด เมื่อเครื่องยนต์ โดรน ที่ทำหน้าที่ช่วยในการลงจอด ดับไป 2 ตัว เนื่องจากเชื้อเพลิงหมด ทำให้บูสเตอร์หลักพุ่งลงมาด้วยความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงพลาดเป้าแท่นจอด และตกลงไปในมหาสมุทรในที่สุด

กระสวยและรถยนต์ Tesla Roaster สู่จักรวาลอันไกลโพ้น

ส่วนกระสวยเมื่อไปถึงยังจุดที่กำหนด จะเปิดออกเพื่อให้เห็นรถยนต์ Tesla Roadster ซึ่งถ้าหากภายในห้องโดยสารสามารถทนกับรังสีได้ ทางศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน และผู้คนที่ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกจะได้รับชมภาพประวัติศาสตร์ คือภาพจากกล้องทั้ง 3 ตัวที่ติดตั้งบนรถยนต์ Tesla Roadster ซึ่งจะถ่ายทอดสดจากนอกโลก

และแล้วก็ได้รับสัญญาณภาพอย่างชัดเจน ซึ่งหมายถึงการทดลองนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และยังสามารถส่ง รถยนต์ Tesla Roadster ให้เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารได้ตามที่วางไว้อีกด้วย (แม้ในบางกระแสข่าวจะอ้างว่า แรงส่งนั้นมากเกินไปหรืออาจจะเพราะใช้เวลาในแถบรังสีแวนอัลเลนมากเกินไปจึงอาจจะทำให้ Tesla Roadster หลุดออกจากวงโคจรของดาวอังคารไปลอยอยู่ท่ามกลางวงแหวนดาวเคราะห์น้อยที่คั่นกลางระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสก็ตาม)  

โดย Elon Musk ออกมายอมรับว่า เนื่องจากประสิทธิภาพของ บูสเตอร์หลักนั้นดีมาก ทำให้รถยนต์ Tesla Roadster อาจจะหลุดเข้าไปในวงแหวนดาวเคราะห์น้อยก็เป็นได้ (เหวี่ยงแรงไปหน่อย)

 

 

ภาพแสดงตำแหน่งของแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt)จาก Wikipedia https://en.wikipedia.org/wiki/Asteroid_belt#/media/File:InnerSolarSystem-en.png

บทสรุปการทดลองสุดระห่ำครั้งนี้คือ!

หากมองจากภายนอก เราอาจจะคิดว่า มีมหาเศรษฐีคนหนึ่ง อยากประชาสัมพันธ์รถยนต์ของตัวเอง ถึงขนาดลงทุนปล่อยจรวด ถ่ายทอดสดให้คนดูทั่วโลก ฟังดูแล้วก็อาจจะดูบ้าระห่ำจริง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทดลองครั้งนี้ของ SpaceX ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้ Core Booster (บูสเตอร์หลัก) จะตกทะเล และรถยนต์ Tesla อาจจะหลุดจากวงโคจรของดาวอังคารเพราะเหวี่ยงแรงเกินไป แต่ภาพ ๆ นี้ จะกลายเป็นภาพที่จะต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของโลกไปอีกนานเท่านาน ไม่แพ้ภาพก้าวแรกของมนุษย์ชาติบนดวงจันทร์ แม้ที่นั่งอยู่บนรถจะเป็นเพียงหุ่น ไม่ใช่คนจริง ๆ ก็ตาม

ที่มา https://www.outerplaces.com/science/item/17729-spacex-falcon-heavy-tesla-space

Elon Musk ถือเป็นนักการตลาดตัวยง อะไรก็ตามที่เขาต้องการจะขาย จะสามารถเรียกความสนใจ และเรียกเงินออกจากกระเป๋าของคนซื้อได้เสมอ ซึ่งสถานการณ์ของ Tesla ในขณะนี้ไม่สู้จะดีนัก เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบ Model 3 ที่เรื้อรังมาข้ามปี ยังไม่สามารถแก้ไขได้ และหุ้นก็เริ่มตก นับวันมีแต่จะทรงกับทรุด แต่แล้ว Elon Musk ก็สามารถพลิกสถานการณ์ให้ Tesla กลับมาเนื้อหอม และน่าสนใจจากคนทั้งโลกได้อีกครั้ง ด้วยการปล่อยจรวดของ SpaceX

ทั้งยังเป็นการประกาศการเริ่มต้นยุค Space Race ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อย่างเป็นทางการ (นับตั้งแต่ที่ NASA ของสหรัฐ แข่งขันกับ สหภาพโซเวียต(รัสเซีย) ในการแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศ จนอเมริกาสามารถประกาศปักธงบนดวงจันทร์ได้ก่อนโซเวียต แต่หลังจากนั้นโครงการอวกาศก็ค่อย ๆ น้อยลงไปและไม่มีการแข่งขันกันมากเหมือนในอดีต) โดยครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของเอกชน ที่ตอนนี้มีทั้งประเทศจีน และ คู่แข่งในประเทศอย่าง Amazon ของ Jeff Bezos ที่เร่งพัฒนาอยู่เช่นกัน

และจากความสำเร็จในการทดลองครั้งนี้ จะทำให้ SpaceX ได้รับสัญญาจาก NASA เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และส่งผลให้มูลค่าของ SpaceX ทะยานขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งยังเปิดโอกาสไปสู่ธุรกิจการบินอวกาศในเชิงพาณิชย์อีกด้วย เรียกได้ว่า Elon Musk นอกจากจะเป็นวิศวกรที่เก่งกาจแล้ว ยังเป็นนักการตลาดระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว

*หมายเหตุ

ข้อความ DON’T PANIC! บนหน้าจอ ในรถยนต์ Tesla  Roadster นั้นมาจาก ข้อความบนหน้าปกส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy ซึ่งเป็นซีรีส์ชุดแรก ที่เขียนโดย Douglas Adams เรื่องราวเกี่ยวกับนักท่องอวกาศที่ชื่อว่า Arthur Dent ซึ่งเป็นนิยายที่ Elon Musk อ่านในวัยเด็กและชื่นชอบอย่างมาก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเดินตามความฝันที่จะท่องอวกาศ

ที่มา http://www.businessinsider.com/falcon-heavy-launch-falcon-heavy-roadster-says-dont-panic-on-the-dashboard-2018-2

โครงการท่องอวกาศเพื่อไปตั้งรกรากบนดาวอังคารของ Elon Musk ยังคงดำเนินต่อไป ยังไม่มีใครทราบว่าเราจะเดินทางไปถึงดาวอังคารได้เมื่อไหร่ แต่ไม่แน่ว่า วันที่เราสามารถส่งคนไปอาศัยบนดาวอังคารได้นั้น เจ้ารถยนต์ Tesla  Roadster และนาย Starman อาจจะไปรอเราอยู่ที่ดาวอังคารแล้วก็เป็นได้

Sources:

  • http://www.businessinsider.com/spacex-successfully-launched-falcon-heavy-rocket-2018-2
  • http://www.businessinsider.com/falcon-heavy-launch-radiation-is-a-challenge-for-spacex-6-hours-in-2018-2
  • http://www.businessinsider.com/elon-musk-launch-tesla-roadster-mars-spacex-falcon-heavy-2018-2
  • http://www.businessinsider.com/falcon-heavy-launch-falcon-heavy-roadster-says-dont-panic-on-the-dashboard-2018-2
  • http://www.businessinsider.com/tesla-q4-earnings-preview-2018-2

 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email