Noah Kagan ไอเดียหาธุรกิจเงินล้านใน 48 ชั่วโมง โดยไม่ใช้เงินทุน

เขามีชื่อว่า Noah Kagan เป็นอดีตพนักงานรุ่นบุกเบิกของ Facebook ปัจจุบันเป็นเจ้าของเว็บไซต์รวมดีลซอฟต์แวร์ ชื่อ App Sumo เมื่อธุรกิจต่าง ๆ อยู่ตัวพอสมควร เขาจึงผันตัวเป็น YouTuber และนักเขียน โดยผลงานเขียนเล่มล่าสุดมีชื่อว่า “Million Dollar Weekend”

โดย Noah Kagan ได้ทำ โปรเจค Vlog พาสร้างธุรกิจเงินล้านภายใน 48 ชั่วโมงให้ดูกันจริง ๆ โดยคอนเซปต์ คือ เขาจะใช้เวลา 48 ชั่วโมงในการค้นหา และทดลองเสนอขายสินค้าและบริการที่เขาคิดได้ ให้ได้ยอดขาย 3,000 ดอลล่าร์ภายใน 48 ชั่วโมง

เขาให้เหตุผลว่า เมื่อคุณเจอโมเดลธุรกิจดังกล่าว แล้วทำซ้ำให้มีรายได้อย่างน้อยเท่านี้ทุกวันก็จะเท่ากับ 1 ล้านดอลล่าร์ต่อปี นั่นเอง ผลลัพธ์เป็นอย่างไร CEO Channels จะสรุปให้ฟังครับ!

1. วิเคราะห์ศักยภาพการทำเงินล้านดอลล่าร์ใน 5 นาที

Noah Kagan คัดกรองไอเดียของเขาด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้แก่

– ต้องอาศัยลูกค้ากี่คน หรือการซื้อซ้ำกี่ครั้งใน 1 ปีเพื่อให้ได้เงิน 1 ล้านดอลลาร์

– จำนวนความต้องการในตลาดต่อปี มีมากเพียงพอหรือไม่

– การหาหรือการเข้าถึงลูกค้าทำได้โดยง่าย หรือไม่

Noah Kagan ใช้เครื่องมือฟรีออนไลน์ อาทิ Google Trends, Facebook และ YouTube เพื่อดูความต้องการจริงในตลาด ยกตัวอย่าง เขาได้ไอเดียบริการ Pet care บริการดูแลแฮมสเตอร์ และ Lawn care บริการตัดหญ้า อันแรกคัดทิ้งเพราะความสนใจน้อยกว่า ขณะที่ Lawn care มีตลาดใหญ่กว่า

2. วิเคราะห์ศักยภาพการ Scale ธุรกิจ

เมื่อได้ไอเดียแล้วก็ลองออกตลาดเพื่อฟังเสียงจากลูกค้าโดยตรง พบลูกค้าใช้บริการ Lawn care ยินดีจ่ายค่าบริการครั้งละ 50 ดอลล่าร์ เดือนละ 2 ครั้ง เท่ากับรายได้ 100 ดอลล่าร์ต่อบ้าน ต่อเดือน หมายความว่าเขาจะต้องตัดหญ้า 900 บ้าน ต่อเดือน สำหรับรายได้ปีละ 1 ล้านดอลล่าร์ เป็นโมเดลธุรกิจที่ Scale ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้เลย และลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีแรงจูงใจใด ๆ ที่จะเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการรายใหม่อีกด้วย

3. Pivot แนวทางการทำธุรกิจให้เร็ว

ธุรกิจที่มีความต้องการมาก แต่มีปัญหาในการ Scale ทำให้เขาต่อยอดโจทย์ใหม่ คือ หาโมเดลธุรกิจที่ Scale ง่ายกว่านี้ และเขาคิดถึงธุรกิจซอฟต์แวร์ โดยเขาสนใจโมเดลธุรกิจของ DocuSign และ HelloSign

– เป็นบริการเซ็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีคนใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคน!

– ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าแบบจ่ายเงิน ให้กับสองค่ายนี้รวมกันมากกว่า 2.5 ล้านคน

Noah Kagan สืบทราบข้อมูลมาว่า ลูกค้าบางส่วนไม่ชอบการจ่ายเงินแบบรายเดือน เขาจึงมีไอเดียที่จะแข่งขันด้วยการขายแบบ One-time payment 100 ดอลล่าร์ จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีพ

กรณีนี้ การจะได้เงิน 1,000,000 ดอลล่าร์ต่อปี เขาต้องการลูกค้าปีละ 10,000 คน หรือเพียง 0.004% เท่านั้น จาก Paying customer จำนวน 2.5 ล้านคน และที่สำคัญ คือ สินค้าซอฟต์แวร์ไม่ติดข้อจำกัดในการ Scale จึงสามารถขายได้ทั่วโลก

4. ออกสำรวจตลาดอีกครั้งให้เร็วที่สุด

เมื่อไอเดียตกผลึกแล้ว Noah Kagan ก็ออกตลาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้ทำได้ง่ายกว่าเดินเคาะตามบ้าน เพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นองค์กร เขาจึงใช้วิธีโทรเข้าบริษัทต่าง ๆ เพื่อสอบถามข้อมูล ปัญหากับผู้ให้บริการเดิม และสิ่งที่อยากได้เพิ่มเติมจากผู้ให้บริการใหม่ ฯลฯ

5. เสนอขายด้วย Offer ที่ปฏิเสธได้ยาก

Noah Kagan ทดลองเสนอขาย Pre-sales ซอฟต์แวร์ตลอดชีพ ในราคา 100 ดอลลาร์ รับประกันความพอใจคืนเงินเต็มจำนวนสำหรับผู้สนใจกลุ่ม Beta-test ผลลัพธ์ คือ เขาได้รับมัดจำเงินล่วงหน้าจากผู้สนใจหลายรายทันที และหลังจากครบ 48 ชั่วโมง เขาได้เงินจากการทดลองเสนอขายสินค้าล่วงหน้า จำนวน 1700 ดอลล่าร์

สรุป

ถึงแม้เขาจะทำยอดขาย $3000 ภายใน 48 ชั่วโมง ไม่สำเร็จ แต่การทดลองนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นกระบวนทำงานจริงของนักธุรกิจคนหนึ่งที่เริ่มจาก 0 ด้วยตัวคนเดียว ว่าต้องเจอกับอุปสรรคอะไร และต้องผิดหวังเสียใจกับการถูกปฏิเสธมากแค่ไหนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย

Noah Kagan บอกว่า หากวันนี้คุณทำเต็มที่แล้ว และรู้สึกเหนื่อยก็แค่หยุดพัก แต่อย่าหยุดทำ และแล้ว เขาก็ได้กลับมาโทรขายซอฟต์แวร์เซ็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ในวันถัดมาจนในที่สุดก็ถึงเป้า 3,000 ดอลล่าร์ ในที่สุด!

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ถูกพัฒนาขึ้นจริงและมีชื่อว่า BreezDoc

หัวใจสำคัญของโปรเจคนี้ คือ การชี้ให้เห็นถึงความกล้าคิดกล้าลอง กล้าลงตลาดจริงเพื่อให้เห็นโอกาสและอุปสรรคจริง จากนั้นนำมาปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้ไว และหากลุ่มผู้ซื้อให้เร็วที่สุด ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด

Scroll to Top