4 ช่องทางขายคอร์สออนไลน์สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นง่ายและใช้งานฟรี

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email
ไปรู้จัก 4 ช่องทางขายคอร์สออนไลน์ที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นง่ายและใช้งานฟรี พร้อมเผยจุดเด่น และจุดด้อยของแต่ละช่องทาง เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกก้าวแรกในการเริ่มทำคอร์สออนไลน์ของคุณ

CEO Channels จะมาแนะนำ 4 ช่องทางขายคอร์สออนไลน์สำหรับมือใหม่ โดยความ ‘ใหม่’ ในที่นี้อาจหมายถึงผู้ที่ทำอาชีพสอนแบบ ออฟไลน์ มาก่อน แต่ยังไม่เคยทำเป็นออนไลน์อย่างจริงจัง หรือผู้ที่ไม่เคยสอนมาก่อนเลย และกำลังอยากเริ่มต้นสอนแบบออนไลน์ดูบ้าง เป็นต้น ฯลฯ

โดยทั้ง 4 ช่องทางนี้เริ่มต้นง่าย และประหยัดเงินลงทุนในการพัฒนาระบบ ไปจนถึงอาจไม่ต้องใช้เงินลงทุนกับระบบใด ๆ เลย ได้แก่ Social media, Video conference, Course marketplace และ LMS Software แต่ละช่องทางมีจุดเด่นจุดด้อย และใช้งบประมาณเท่าไรกันบ้าง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. สอนออนไลน์ผ่าน Social media

จำนวนเงินลงทุนกับระบบ: 0 บาท ตลอดกาล

Social media ในบริบทนี้จะหมายถึง Facebook, โดยจุดเด่นของ Facebook คือ เป็นช่องทางสอนออนไลน์ยอดนิยมสำหรับรายย่อยและผู้เริ่มต้นในประเทศไทย เหตุเพราะเริ่มต้นง่าย และฟรี

กล่าวคือ แทบทุกคนมีเฟซบุ๊คอยู่แล้ว ใช้งานเฟซบุ๊คคล่องแคล่ว และเปิด Facebook group ประเภท ‘กลุ่มลับ’ เพื่อเชิญเฉพาะคนที่ชำระเงินเข้ากลุ่มมาเรียนเนื้อหาของคุณได้โดยง่าย โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสร้าง Facebook group ใด ๆ เลย

ส่วนจุดด้อย คือ Facebook ไม่ใช่แพลทฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อเป็นระบบโรงเรียนออนไลน์โดยเฉพาะ ดังนั้นการบริหารจัดการต่าง ๆ อาจทำได้ยากขึ้นในกรณีที่คุณต้องการจะขยายกิจการไปสู่การมีหลายสิบคอร์ส หรือหลายร้อยคอร์ส

เมื่อขนาดของธุรกิจคอร์สออนไลน์โตขึ้น การบริหารคอนเทนต์, การจัดระเบียบการใช้งาน, การวิเคราะห์สถิติและวัดผลในธุรกิจต่าง ๆ ภายในหน้าจอเดียว รวมไปถึงการสร้างระบบกึ่ง Automation ให้กิจการมีความเป็นอัตโนมัติหน่อย ๆ เหล่านี้ไม่สามารถทำได้บน Facebook

และในกรณีที่คุณต้องการทำให้โรงเรียนออนไลน์ของคุณมีความเป็น ‘แบรนด์ดิ้ง’ ‘เป็นหน้าเป็นตา’ และ ‘เป็นสินทรัพย์’ ที่คุณสามารถพูดกับผู้อื่นได้เต็มปากว่า ‘คุณคือเจ้าของโรงเรียนออนไลน์’ ถ้าคุณต้องการสิ่งเหล่านี้ — Facebook ให้คุณไม่ได้

เพราะ Facebook มี มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก เป็นเจ้าของอยู่แล้ว และคุณไปอาศัยพื้นที่ของเขาทำธุรกิจฟรี ๆ นี่ คือ ความเสี่ยงที่คุณต้องระวัง หากวันดีคืนดี บัญชีเฟซบุ๊คของคุณมีปัญหา มีข้อพิพาท ถูกปิดระงับไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร กิจการทั้งหมดของคุณบนนั้นก็จะถูกยึดไปทั้งหมดทันที

2. สอนออนไลน์ผ่าน Video conference software

จำนวนเงินลงทุนกับระบบ: 0 บาท แบบจำกัดการใช้งาน

Video conference software หรือ โปรแกรมวีดีโอทางไกล อาทิ Zoom เริ่มมีบทบาทในการนำมาใช้สอนออนไลน์ในช่วงเหตุการณ์ ไวัรสโควิด-19 ระบาด นับตั้งแต่ปี 2019 โดยผู้สอนที่ใช้ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จะมุ่งเน้นการสอนสดเป็นหลัก

กรณี Zoom ใช้งานง่าย และเริ่มต้นฟรี แต่หากต้องการปลดล็อกโควต้า และฟังชั่นการใช้งานเพิ่ม Zoom มีแพ็กเกจ Pro เริ่มต้นที่ 149.90 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 4500 บาทต่อปี สามารถโฮสต์การประชุมทางวีดีโอเบื้องต้น 100 คน และมี Add-on เพื่อขยายสู่ 1,000 คนได้

การสอนผ่าน Zoom มีบางอย่างที่คล้ายการสอนผ่าน Facebook Group อาทิ เริ่มต้นง่าย ติดตั้งง่าย และใช้งานง่าย คนจำนวนมากรู้จักโปรแกรมอยู่แล้ว ผู้โฮสต์รายการเพียงส่งลิงค์เชิญให้ผู้ชมหรือผู้เรียนที่มีบัญชีคลิกที่ลิงค์เพื่อ Join meeting ได้ทันที

Zoom นั้นเหมาะกับการสอนสด การโค้ชชิงตัวต่อตัว และการจักออนไลน์มิทติงนักเรียนเพื่อติดตาม และสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน Zoom ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือสำหรับทำธุรกิจโรงเรียนออนไลน์โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงอาจไม่เหมาะที่จะใช้เป็นแพลทฟอร์มโรงเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ

3. สอนออนไลน์ผ่าน Course marketplace

จำนวนเงินลงทุนกับระบบ: 0 บาท ตลอดกาล

Course marketplace อาทิ SkillLane, CourseSquare, TaladPanya, FutureSkill เป็นต้น คือ แพลทฟอร์มที่ทำหน้าที่มีคอร์สเรียนและผู้สอนจำนวนมากภายในเว็บไซต์เดียว และให้คนสามารถมาช้อปปิงซื้อคอร์สได้อย่างสะดวก

จุดเด่นของ Course marketplace คือ มีระบบฟรอนต์เอ็นด์ และแบ็กเอ็นด์ที่สมบูรณ์ และออกแบบมาเพื่อธุรกิจโรงเรียนออนไลน์โดยเฉพาะ ใช้งานง่ายทั้งฝั่งผู้สอน และผู้เรียน บางค่าย อาทิ SkillLane มีสตูดิโอถ่ายทำคอร์สให้กับผู้สอน เรียกว่าไปแต่ตัวกับคอนเทนต์ ที่เหลือเขาทำให้ทั้งหมด

และประกอบกับเจ้าของแพลทฟอร์มอาจมีการทำการตลาดอยู่เสมอ ทำให้มีคนเข้าเว็บไซต์จำนวนมาก กรณี CEO Channels มีคอร์สออนไลน์อยู่บน SkillLane กว่า 10 คอร์ส เดือนที่จัดโปรโมชันก็อาจจะได้ยอดขายสูงขึ้น

แต่ในช่วงปล่อยไหลไปตามธรรมชาติก็จะมียอดขายมาเรื่อย ๆ ระหว่าง 5,000 – 30,000 บาท ต่อเดือน และรับแบบนี้ทุกเดือนมาเป็นเวลาหลายปีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และโดยที่ไม่มีการทำการตลาดใด ๆ ถึงเวลาตัดยอด SkillLane โอนเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน เป็น Passive income 100%

ส่วนจุดด้อยของ Course marketplace ได้แก่:

1. อาจมีคอร์สที่คล้ายกันกับของคุณอยู่เป็นจำนวนมากวางขายแข่งกัน ลูกค้าจึงเห็นตัวเลือกกันซึ่ง ๆ หน้า

2. ไม่เหมาะในการขายคอร์สราคาสูง เพราะราคาคอร์สโดยเฉลี่ยใน Marketplace อาจอยู่ที่ 1 – 4 พันบาท หากขายคอร์สราคาเฉียดหลักหมื่น หรือหลักหมื่นขึ้นไปอาจดูแปลกแยกและขายยาก

3. ต้องแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันกับแพลทฟอร์ม ซึ่งข้อนี้อาจจะไม่ถึงกับเป็นจุดด้อย แต่ก็นำมาบอกให้เข้าใจตรงกันว่า เจ้าของแพลทฟอร์มลงทุนสร้างระบบที่ดีขึ้นมา เราไปใช้ระบบของเขา เขาไม่คิดค่าใช้บริการแต่ขอส่วนแบ่งจากยอดขาย ก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันกับการที่เราไม่ต้องลงทุนสร้างระบบเอง

อัตราส่วนแบ่งของแต่ละแพลทฟอร์มไม่เท่ากัน แต่โดยมาก คือ ไม่ต่ำกว่า 50/50 คือ แพลทฟอร์มครึ่งหนึ่ง ผู้สอนครึ่งหนึ่ง บางแห่งผู้สอนได้มากกว่า อันนี้แล้วแต่ ผมจะไม่บอกว่าที่ไหนให้เท่าไร เพราะตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้นให้สอบถามกับทางค่ายนั้น ๆ โดยตรงเพื่อข้อมูลผลประโยชน์ที่ถูกต้องนะครับ

สำหรับข้อ 1 – 3 นั้นมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน คือ คุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนดดิ้งของตนเองจนกว่าคุณจะทำข้อ 4 นั่นคือ!

4. ใช้โปรแกรม LMS สร้างโรงเรียนออนไลน์ของคุณเอง

จำนวนเงินลงทุนกับระบบ: 0 บาท แบบจำกัดการใช้งาน

Learning management system หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า LMS คือ โปรแกรมบริหารระบบโรงเรียนออนไลน์ ซึ่งในตลาดซอฟต์แวร์มีหลากหลาย ทั้ง LMS Plugin ที่ต่อเข้ากับโปรแกรมทำเว็บไซต์ WordPress โดยคุณทำงานภายใต้เว็บไซต์ WordPress ของคุณเอง

หรืออีกกรณี เป็นโปรแกรม LMS สำเร็จรูปที่คุณเข้าไปทำงานภายใต้ระบบของเจ้าของโปรแกรม ซึ่งโดยมากเป็นระบบ Cloud-base หรือ คลาวด์ คือ ไม่ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมใด ๆ แต่ไปสมัครใช้บริการ LMS เจ้านั้น ๆ ผ่านเว็บไซต์ และรันธุรกิจทั้งหมดจากที่ไหนก็ได้ผ่านคลาวด์เว็บเบส

โปรแกรมเหล่านี้ ส่วนใหญ่เริ่มต้นฟรี แต่จำกัดการใช้งาน หรือจำกัดระยะเวลาทดลองใช้ เช่น ทำลองใช้ฟรี 14 วัน จากนั้นต้องจ่ายเงินเพื่อจะใช้งานต่อ รวมไปถึงปลดล็อกฟังชั่นการใช้งานขั้นสูง เช่น คุณสามารถจดโดเมนเนมเป็นแบรนด์ของคุณ แล้วเชื่อมเข้ากับระบบ LMS เหล่านั้นให้เสมือนเป็นเว็บไซต์ที่คุณพัฒนาขึ้นเองกับมือ จุดนี้เองครับที่คุณสามารถพูดได้เต็มปากมากขึ้นว่า คุณคือเจ้าของกิจการโรงเรียนออนไลน์

กรณีโรงเรียนออนไลน์ Expertsity ของผู้ก่อตั้ง CEO Channels ใช้โปรแกรมของ Teachable.com

ผู้ให้บริการประเภทเดียวกันยังมีหลายค่าย อาทิ:

  • Kajabi
  • Podia
  • Teachery
  • Thinkific
  • ฯลฯ

แต่ในข้อดีก็มีข้อด้อย ได้แก่:

1. ต้นทุนสูงกว่า ช่องทางทั้งหมดที่กล่าวมา เพราะคุณจะต้องจ่ายค่าเช่าระบบเป็นรายเดือน หรือรายปี ไม่ว่าคุณจะขายคอร์สได้หรือไม่ก็ตาม อาทิ Teachable มีค่าเช่าระบบเริ่มต้น 39 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 1,200 บาท ต่อเดือน

2. ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ระบบ ด้วยความที่มันเป็นซอฟต์แวร์ ก็ต้องมานั่งทำความเข้าใจ อะไรอยู่ตรงไหน ฟังชันไหนใช้อย่างไร โดยในตอนแรกมันจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่พอใช้เป็นแล้วก็ง่าย

3. ทำการตลาดหนักหน่วงกว่า ไม่เหมือนกับ Marketplace และ Facebook ที่มีคนหมุนเวียนในพื้นที่เหล่านั้นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่การมาเปิดเว็บไซต์ที่เป็นแสตนด์อโลนของตัวเอง คุณต้องหาคนเข้าเว็บไซต์แบบเริ่มจากศูนย์ซึ่งเป็นงานหนักทีเดียว

สรุป

ช่องทางสอนออนไลน์ในบริบทนี้มี 4 ช่องทาง ได้แก่ Facebook, Zoom video conference, Marketplace และ สร้างเว็บโรงเรียนด้วยโปรแกรม LMS

โดยในช่วงแรกอาจเริ่มจาก Facebook หรือ Zoom ก่อนเพื่อความเร็ว ง่าย และประหยัด จากนั้นแบ่งคอร์สที่ทำเสร็จแล้วไปวางใน Marketplace และหาเวลาพัฒนาเว็บของตัวเองเพื่อที่จะขยายกิจการสอนออนไลน์ให้ใหญ่ขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำคอร์สออนไลน์

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email