ร้านค้าจีนแห่ลดราคา iPhone หลังผู้บริโภคหือซบสมาร์ทโฟนของจีนด้วยกัน

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

บรรดาผู้ประกอบการจำหน่ายสมาร์ทโฟนยี่ห้อ Apple’s iPhone ในจีนทั้งหน้าร้านและออนไลน์ต่างพากันลดราคา iPhone หวังกระตุ้นยอดขาย สืบเนื่องจากยอดขาย iPhone ในจีนลดลงอย่างมาก ประกอบชาวจีนหันไปสนับสนุนยี่ห้อ Huawei ของคนจีน และยี่ห้อ Samsung ของเกาหลีใต้อย่างมีนัยสำคัญ

 

เมื่อต้นเดือน มกราคม ค.ศ. 2019 — Tim Cook, CEO บริษัท Apple เจ้าของสมาร์ทโฟนยี่ห้อ iPhone รายงานผลการดำเนินกิจการประจำไตรมาสสุดท้ายของปี ค.ศ. 2019 เผยว่าผลประกอบการของ Apple ในไตรมาสดังกล่าวต่ำกว่าที่คาดหวังไว้

โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้บริษัท Apple ประมาณ 91,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ CEO Apple คาดว่าจะตัวเลขจริงจะได้ประมาณ 84,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนประมาณ 5% การรายงานในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น Apple ลดลงทันที 9% หลังจากราคาหุ้นลดลงสะสมมากกว่า 30% ตลอดช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ค.ศ. 2018

การลดราคา iPhone นำโดย Suning หนึ่งในห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของจีนที่มีมากกว่า 1500 สาขาในกว่า 700 เมืองของประเทศจีน Suning ลดราคา iPhone XR 128GB จาก 6,999 หยวน (1,036 เหรียญสหรัฐฯ) ลงมาที่ 5,799 หยวน (858 เหรียญสหรัฐฯ) หรือ ลดราคาลงมากกว่า 17%

นอกจากนั้น ผู้จำหน่าย iPhone บางรายลดราคาขายปลีกต่ำกว่าร้าน Apple’s Official Store ในจีน โดย CNBC มีรายงานว่าร้านค้าบางแห่งขาย iPhone XS Max 256 GB ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพรีเมี่ยมในราคาเพียง 9,699 หยวน (1,436 เหรียญสหรัฐฯ) ในขณะที่ Apple’s Official Store ตั้งราคาขายที่ 10,999 หยวน (1,628 เหรียญสหรัฐฯ) — อย่างไรก็ดี ราคาที่ลดแล้วก็ยังนับว่าสูงกว่าราคาขายโดย Apple’s Official Store ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งขายในราคา 1,249 เหรียญฯ

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ โดยยังไม่นับผู้ค้าปลีกรายย่อย และออนไลน์ที่ต่างพากันลดราคาเพื่อแข่งขันกันระบายสินค้าด้วยส่วนลดที่แตกต่างกันไปตามกำลังของแต่ละร้านค้า

เกิดอะไรขึ้นกับตลาด iPhone ในจีน

Tim Cook, CEO ของ Apple ให้เหตุผลการถดถอยของยอดขายเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจของจีน และปัญหาสงครามภาษีระหว่าง สหรัฐฯ และ จีน ที่ดุเดือดมาตั้งแต่ปี 2018

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มีความเห็นต่อสาเหตุที่แท้จริงของการถดถอยของ iPhone ในจีนอาจเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1) ราคา iPhone นั้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น และ/หรือ 2) Apple ไม่สามารถนำเสนอจุดเด่นให้คนเห็นมูลค่าเพิ่มเท่าที่ควร — โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งราคาขายในจีนที่สูงกว่า Apple’s Official Store ในสหรัฐฯ ถึง 26 – 28% ทำให้ชาวจีนอาจรู้สึกว่าพวกเขาจ่ายส่วนต่างสูงเกินควร

ลูกค้าชาวจีนเก่า ๆ ของ iPhone ให้สัมภาษณ์ต่อ CNBC ว่า iPhone รุ่นใหม่ ๆ ที่ออกมามีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนมากนัก พวกเขาจึงยังไม่เห็นความพิเศษที่ iPhone รุ่นใหม่มีให้เมื่อเทียบกับราคาที่เสนอขาย

ยอดขาย Huawei แซง iPhone

เมื่อไตรมาสที่ 2 ปี 2018, ยอดขายสมาร์ทโฟนยี่ห้อ Huawei ซึ่งเป็นบริษัทของชาวจีนทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 ของโลกแทนที่ Apple’s iPhone ด้วยยอดจัดส่งสินค้าจำนวน 54.2 ล้านชุด เติบโต 40.9% ครองส่วนแบ่งตลาด 15.8% ในขณะที่ iPhone มียอดจัดส่ง 41.3 ล้านชุด เติบโต 0.7% ครองส่วนแบ่งตลาด 12.1% — ส่วนผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 คือ Samsung ที่ 20.9%

ลูกค้าชาวจีนให้ความเห็นต่อสื่อถึงเหตุผลที่เริ่มหันไปสนับสนุนสมาร์ทโฟนยี่ห้อ Huawei ว่า — หากไม่นับเหตุผลที่เป็นสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน — ทางผู้ผลิตมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว คุณภาพสูง ในขณะที่ราคานั้นถูกมากเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ

และที่สำคัญ Huawei มีเทคโนโลยี Triple-Lens Camera และกำลังจะสามารถรองรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต 5G ที่ทางการจีนกำลังจะเปิดตัวในปี 2019 ในขณะที่ทางฝั่ง Samsung เองก็มีเทคโนโลยี Foldable Phone  สมาร์ทโฟนพับได้ และ Quad Camera รวมไปถึงการรองรับ 5G เช่นกัน ในขณะที่ iPhone จะยังไม่รองรับ 5G ภายในปี 2019 นี้ พวกเขาจึงมองว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากทั้ง 2 ค่ายนี้ตอบโจทย์ความต้องการเขาได้มากกว่า ในราคาที่สมเหตุสมผล

สรุป

เมื่อ ผู้บริโภค ออกมาพูดเองว่าคู่แข่ง iPhone มีอะไรที่พวกเขาต้องการและ iPhone ยังไม่มี — Tim Cook, CEO ของ Apple ก็อาจลองทบทวนว่ายอดขายที่ลดลงนั้นเกิดจาก ปัญหาเศรษฐกิจ จริง ๆ หรือไม่

Source:

https://www.cnbc.com/2019/01/11/apple-iphone-retailers-are-slashing-prices-across-china.html
https://www.cnbc.com/2019/01/02/apple-warns-on-q1-results.html
http://fortune.com/2019/01/03/a-simple-solution-for-apples-iphone-troubles/
https://www.cnbc.com/2018/08/01/huawei-beats-apple-to-become-number-two-smartphone-seller.html

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email