4 วิธีเช็คเบอร์มิจฉาชีพ ป้องกันถูกหลอกสูญเงินจากแก๊ง Call center

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

ประมาณปี 2021 เป็นต้นมา มิจฉาชีพในรูปแบบแก๊ง Call center ระบาดหนักจนมีผู้เสียหายออกมาบอกเล่าผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น แก๊ง Call center เงินกู้ด่วน, แก๊งอ้างชื่อบริษัทส่งพัสดุค่ายดัง แม้กระทั่งแก๊ง Call center ที่อ้างเป็นตำรวจ

คุณอาจสนใจ

ต่อไปนี้ คือ วิธีจับพิรุธเบื้องต้น และวิธีเช็คเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัย ว่ามีโอกาสเป็นเบอร์มิจฉาชีพหรือไม่ และคุณกำลังมีความเสี่ยงถูกแก๊ง Call center มิจฉาชีพมาหลอกลวงเงินหรือไม่




วิธีจับพิรุธแก๊ง Call center มิจฉาชีพเบื้องต้น

กรณีโทรศัพท์

Call center ของหน่วยงานอย่างเป็นทางการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน, บริษัทขนส่งพัสดุ, หน่วยงานราชการ ที่คุณเคยทำธุรกรรมด้วยและมีธุระต้องติดต่อกับคุณ จะมีข้อมูลพื้นฐานของคุณอยู่แล้ว

ดังนั้น Call center ที่อ้างตัวว่าเป็นหน่วยงานนั้น ๆ โทรติดต่อมาและมีการขอข้อมูลส่วนตัว อาทิ ชื่อและนามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขบัญชีธนาคาร, หมายเลขบนบัตร ATM หรือรหัสกดบัตร ATM ฯลฯ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ และควรปฏิเสธการให้ข้อมูลไว้ก่อน

กรณีข้อความ SMS

บางกรณี มิจฉาชีพอาจใช้วิธีส่ง SMS มายังมือถือของคุณ ซึ่งมาจะไม่ระบุแหล่งที่มาของผู้ส่ง มีข้อความดึงดูด เช่น รับรางวัล รับเงินสด กู้เงินด่วน ฯลฯ พร้อมกับลิงก์ให้คุณกด ซึ่งเมื่อกดเข้าไปแล้วอาจจะมีการให้กรอกข้อมูลส่วนตัว อาทิ ชื่อและนามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขบัญชีธนาคาร, หมายเลขบนบัตร ATM หรือรหัสกดบัตร ATM ฯลฯ

ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพเช่นกัน เป็นรูปแบบการขโมยข้อมูลที่มิจฉาชีพชอบใช้ เรียกว่าการทำ Phishing ให้คุศหลีกเลี่ยงการกดลิงค์แปลกปลอม เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการหลงกรอกข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว



4 วิธีตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพ

หลังจากที่คุณผ่านด่านจับพิรุธแก๊ง Call center เบอร์มิจฉาชีพมาได้แล้ว ก็สามารถตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ หรือเบอร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณจริง ๆ ดังนี้

1. นำเบอร์ต้องสงสัยไปสืบหาใน Google

เว็บไซต์ Google เป็น Search engine ที่มีประสิทธิภาพในการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหาใน Google และหากเบอร์โทรดังกล่าว เคยถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น ย่อมมีโอกาสสูงที่ผู้เสียหายจะโพสต์ข้อมูลเตือนภัยผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ

2. ตรวจสอบข้อมูลที่เว็บไซต์ blacklistseller.com

blacklistseller.com เป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้ผู้ใช้งาน รายงานการฉ้อโกงออนไลน์ต่าง ๆ มีผู้โพสต์รายงานเป็นจำนวนมากอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ชื่อและนามสกุล เลขบัตรประชาชน เลขที่บัญชี และวิธีหลอกลวงฉ้อโกงที่บุคคลนั้นใช้ ฯลฯ ให้คุณไปที่เมนู ตรวจสอบบัญชี/ผู้ขาย และกรอกข้อมูลผู้ต้องสงสัยเพื่อค้นหาประวัติเผื่ออาจมีคนเคยรายงานเอาไว้

3. นำเบอร์ต้องสงสัยไปสืบหาใน Facebook

เว็บไซต์ Facebook ก็มีระบบ Search engine ภายในตัวเองเช่นกัน โดยจะใช้หาข้อมูลที่มีการโพสต์ภายในแพลทฟอร์มของ Facebook เป็นหลัก ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหาใน Google และหากเบอร์โทรดังกล่าว เคยถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น ย่อมมีโอกาสสูงที่ผู้เสียหายจะโพสต์ข้อมูลเตือนภัยผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ

4. ติดตั้งแอปพลิเคชัน Whoscall ลงในมือถือของคุณ

Whoscall คือ แอปพลิเคชัน ที่รวบรวมฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ต่าง ๆ เอาไว้มากกว่า 1,000 ล้านหมายเลข และมีผู้ติดตั้งใช้งานมากกว่า 70 ล้านครั้ง

Whoscall จะมีทั้งเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลทั่วไป หน่วยงานต่าง ๆ และรวมถึง เบอร์มิจฉาชีพ, เบอร์ขายประกัน, เบอร์ขายสินเชื่อ, เบอร์ทวงหนี้ ฯลฯ เมื่อเบอร์เหล่านี้โทรเข้ามา แอปฯ จะแสดงผลตามชื่อที่ถูกรายงานไว้ในระบบ กรณีเป็นเบอร์นั้น ๆ ถูกรายงานว่าเป็น เบอร์มิจฉาชีพ หน้าจะก็จะขึ้นชื่อตามนั้น เพื่อให้คุณรู้ตัวและเลือกที่จะไม่รับสาย หรือบล็อกเบอร์ต่อไป

คลิกเพื่อนดาวน์โหลด Whoscall สำหรับ iOS และ Android

วิธีร้องเรียนเบอร์มิจฉาชีพ

หากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ คุณสามารถรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน เช่น รายงานในอินเตอร์เน็ต ลิงก์ต้องสงสัย และเบอร์มิจฉาชีพนั้น ๆ และร้องเรียนไปยัง Call Center สำนักงาน กสทช. โทร 1200 (โทรฟรี) หรือ แจ้งเบาะแสออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

คุณอาจสนใจ



Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save