CEO Channels https://www.ceochannels.com เว็บข่าวต่างประเทศ ข่าวธุรกิจ ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเงิน สำหรับคนไทย Fri, 03 Apr 2020 13:44:43 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.4 https://www.ceochannels.com/wp-content/uploads/2019/12/cropped-ceo-logo-191202-Small-1-32x32.jpg CEO Channels https://www.ceochannels.com 32 32 หุ้นร่วงเกือบ 80% : Luckin Coffee เมื่อผู้บริหารอยากเห็นบริษัทขายดี จนนำไปสู่การปลอมยอดขาย https://www.ceochannels.com/luckin-coffee-share-down-80-percent/ https://www.ceochannels.com/luckin-coffee-share-down-80-percent/#respond Fri, 03 Apr 2020 13:37:34 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=23001 หุ้นร่วงเกือบ 80% : Luckin Coffee เมื่อผู้บริหารอยากเห็นบริษัทขายดี จนต้องปลอมยอดขาย

Luckin Coffee แบรนด์กาแฟจีนผู้โด่งดังตลอดปี 2019 ในฉายา ‘แบรนด์กาแฟผู้จะมาล้มยักษ์ Starbucks’ ต้องประสบเหตุการณ์อื้อฉาวทางการเงินจนส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงทันทีเกือบ 80% เมื่อข่าวถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน

ปลอมยอดขายหมื่นล้านบาท

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2020 เมื่อบริษัท Luckin Coffee ได้เผยผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดปกติทางการเงินโดยเฉพาะในส่วนของยอดขาย และพบว่าผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ Jian Liu ผู้เป็นซีอีโอ และคณะผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ร่วมกันตกแต่งตัวเลขยอดขายไตรมาส 2 – 4 ให้สูงกว่าความเป็นจริงโดยมีมูลค่าส่วนเกินถึง 310 ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ 9,000 – 10,000 ล้านบาท)

มูลค่ากิจการหายวูบ ‘แสนล้านบาท’ ในวันเดียว

หลังจากข้อมูลถูกเปิดเผยต่อสื่อและสาธารณชน หุ้นของบริษัท Luckin Coffee ก็ร่วงทันที 77% จาก 26.2 ดอลล่าร์ มาสู่ 6.4 ดอลล่าร์ต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าบริษัทลดลงจาก 6.6 พันล้านดอลล่าร์ เหลือ 1.6 พันล้านดอลล่าร์ หายวูบทันที 5,000 ล้านฯ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาทภายในวันเดียว — เหตุการดังกล่าวยังส่งผลให้บริษัทฯ ทำการปลด ซีอีโอ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกราวรูด

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD

อนาคตของ Luckin Coffee ผู้จะมาโค่นล้ม Starbucks

Luckin Coffee ก่อตั้งในจีนเมื่อเดือน ตุลาคม 2017 เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ เมื่อเดือน พฤษภาคม 2019 และเป็นบริษัทที่เรียกเสียงฮือฮามาโดยตลอดหลังจากเข้าตลาดฯ ด้วยการขยายสาขาจนกลายเป็นร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในจีน

ในที่สุด Luckin ก็มากกว่า Starbucks ในจีน คือ จำนวนกลม ๆ 4,500 สาขาเศษ (Luckin) VS 4,300 สาขาเศษ (Starbucks) ในสิ้นปี 2019 ตามการรายงานของ Nikkei และยังมีแผนจะพัฒนาโมเดล ตู้กดกาแฟอัตโนมัติ ที่จะใช้บุกตลาดจีนและตลาดโลกจนผู้คนมองว่า Luckin Coffee คือผู้ที่จะมาล้ม Starbucks

แต่แล้วก็มาสะดุดขาตัวเองกับเรื่องอื้อฉาวในการตกแต่งบัญชีของผู้บริหารของบริษัทจนทำให้มูลค่ากิจการลดฮวบ และจากนี้ไปนักลงทุนทั่วโลกคงเพ่งเล็งทั้งเรื่องความโปร่งใสของบริษัท และความสามารถในการทำกำไร เพราะแม้จะมีสาขาจำนวนมากก็จริง แต่ข้อเท็จจริงสำคัญและไม่อาจมองข้ามได้ คือ ทุกวันนี้บริษัทยังไม่มีกำไร

งบการเงิน Luckin Coffee รายงานโดย Investing.com 

Annual 2018
รายได้ $465.43 ล้าน
ขาดทุน $669 ล้าน

2019 Q1
รายได้ $478.51 ล้าน
ขาดทุน $551.78 ล้าน

2019 Q2
รายได้ $909.12
ขาดทุน $681.28

2019 Q3
รายได้ $1541.59
ขาดทุน $531.86

บทความที่เกี่ยวข้อง : Luckin Coffee มีสาขามากกว่า Starbucks ในจีนแล้ว

อ้างอิง BBC, CNN, Brand Inside 1, Brand Inside 2, The Standard

แนะนำของดี สำหรับคนทำงานออนไลน์:

ค้นพบไอเดียหาเงินออนไลน์จากที่บ้าน คอร์สออนไลน์ 21 ไอเดียเงินล้าน จากโน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ในราคาพิเศษ จาก 2,000 บาท เหลือเพียง 990 บาท รายละเอียดคลิกที่นี่

โฮสต์ดี โฮสต์แรง รองรับคนเข้าเว็บไซต์วันละหลักแสนคนก็ไม่หวั่น พร้อมทีมงานไลฟ์แชทตลอด 24 ชั่วโมง ซีอีโอ แนะนำ ‘คลาวด์โฮสติ้ง’ ของ Cloudways รายละเอียดคลิกที่นี่

ทำเว็บข่าวด้วย WordPress ให้ประสบความสำเร็จ เว็บเพจโหลดลื่น โหลดไว สวยงามและใช้งานง่ายสุด ๆ ต้อง ธีม NewsPaper รายละเอียดคลิกที่นี่



]]>
https://www.ceochannels.com/luckin-coffee-share-down-80-percent/feed/ 0
วิธีตรวจสอบ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ ลงทะเบียนสำเร็จหรือไม่ และใครต้องลงทะเบียนใหม่ https://www.ceochannels.com/news-2004001/ https://www.ceochannels.com/news-2004001/#respond Thu, 02 Apr 2020 06:04:25 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22990
รูปภาพจากแฟนเพจ Krungthai Care

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ ‘โควิด-19‘ ลงทะเบียนตามมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท ต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน ที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา และจะต้องรอผลอย่างน้อย 7 วันทำการจะมี SMS แจ้งว่า ‘ผ่านเกณฑ์หรือไม่‘ ซึ่งต่อมายังมีประชาชนมีข้อสงสัยในการลงทะเบียนจำนวนมาก

ทางแฟนเพจ Krungthai Care จึงโพสต์ข้อความแสดงวิธีตรวจสอบเบื้องต้นว่าประชาชนได้ลงทะเบียนมาตรการเยียวยา 5,000 บาท สำเร็จหรือไม่ดังต่อไปนี้

บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว

1. หากลงทะเบียนสำเร็จจะปรากฏ ‘เครื่องหมายถูกสีฟ้า’

2. กรณีได้รับ SMS หรือ e-mail แจ้งว่า ‘ลงทะเบียนไม่สำเร็จ’ เช่น ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลบัตรประชาชนลงท้าย XXXX ไม่ถูกต้อง แสดงว่า ข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง สามารถลงทะเบียนใหม่ได้

3. กรณีลงทะเบียนใหม่ และหน้าจอแจ้งว่า ‘ดำเนินการไม่สำเร็จ’ แปลว่า หมายเลขบัตรประชาชน หรือ หมายเลขโทรศัทพ์มือถือถูกลงทะเบียนสำเร็จ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลให้รอ SMS หรือ e-mail แจ้งผลกลับ หากได้รับ SMS หรือ E-mail แจ้ง ‘ข้อมูลไม่ถูกต้อง’ สามารถลงทะเบียนใหม่ได้

กรณีผู้ลงทะเบียนได้รับ SMS หรือ e-mail หลังลงทะเบียนสำเร็จล่าช้า เกิดจากการส่งข้อมูลล่าช้าตามการประมวลผลที่มีปริมาณมาก ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบจากข้อความหน้าจอเว็บไซต์ที่ท่านทำรายการ หรือสถานะการลงทะเบียนสำเร็จได้ที่ โทร. 0-2111-1144 หรือ LINE Krungthai Connext (เป็นเจ้าหน้าที่แชทบอท)

สุดท้าย ในกรณีที่ระบบคัดกรองและพิจารณาว่า ไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ตรง จะมีเหตุผลชี้แจงว่าไม่ผ่านคุณสมบัติเนื่องจากสาเหตุใด และผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกตัดสิทธิ์ทันที และไม่สามารถลงทะเบียนใหม่ได้

]]>
https://www.ceochannels.com/news-2004001/feed/ 0
ทำไม Warren Buffett จึงชอบใช้เงินสด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้บัตรเครดิตกันหมดแล้ว https://www.ceochannels.com/why-warren-buffett-love-cash-more-than-credit-card/ https://www.ceochannels.com/why-warren-buffett-love-cash-more-than-credit-card/#respond Thu, 02 Apr 2020 04:10:53 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22979 ทำไม Warren Buffett จึงชอบใช้เงินสด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้บัตรเครดิตกันหมดแล้ว

 

Warren Buffett (วอร์เรน บัฟเฟตต์) คนรวยอันดับที่ 3 ของโลกปี 2019 และคนรวยหุ้นอันดับ 1 ตลอดกาล ผู้มีทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2020 สูงถึง 71,500 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาทเศษ

ความสมถะของ บัฟเฟตต์

ความร่ำรวยจนน่าอิจฉาของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ อาจทำให้ใครหลายคนจินตนาการว่าถ้าพวกเขาไปถึงจุดนั้นก็อาจจะขอใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงไปกับ รถหรู คฤหาสถ์ใหญ่ และเกาะส่วนตัวพร้อมเรือยอร์ช — แต่รู้หรือไม่ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่มีสักอย่างที่กล่าวมา

ทั้งชีวิตของ บัฟเฟตต์ ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าที่ซื้อไว้ตั้งแต่ปี 1958 ในราคาเพียง 31,500 ดอลล่าร์ หรือไม่ถึง 1 ล้านบาท และขับรถคันเก่าในราคาแสนกว่าดอลล่าร์



นอกจากนั้น บัฟเฟตต์ ยังกินอาหารง่าย ๆ ที่ซื้อจากแบรนด์ที่เขามีหุ้นของบริษัทอยู่ในมือ อาทิ แมคโดนัลด์ และ โคคาโคล่า เขาใช้เงินไปกับค่าอาหารมื้อละราว ๆ 3 – 5 ดอลล่าร์ หรือหากเทียบกับบ้านเราก็คือ เมนูอาหารตามสั่ง อย่าง โจ้กหมู ข้าวกระเพา ไข่ดาว เป็นต้น

แน่นอนว่า บัฟเฟตต์ มีบัตรเครดิต โดยเขามีบัตรเครดิตเพียงใบเดียวเป็นของค่าย อเมริกันเอ็กเพรส ที่เขาถือหุ้นอยู่ถึง 17.9% ณ ปี 2018 แต่เขาก็แทบไม่ได้ใช้มันเลย

ทำไม บัฟเฟตต์ จึงใช้แต่เงินสด

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยให้สัมภาษณ์ต่อ Yahoo Finance เดือน เมษายน ปี 2019 ว่า เขาชอบใช้เงินสดมากกว่า และมักพกเงินสดติดตัวคราวละ 400 ดอลล่าร์ (อาจฟังดูเยอะ แต่หากเทียบกับเมืองไทยจะประมาณคนที่พกเงินสดคราวละ 3,000 – 4,000 พันบาท)

วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่าเขาชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดเป็นส่วนใหญ่ การใช้เงินสดนั้นตรงไปตรงมา และได้เห็นซึ่ง ๆ หน้าว่าเงินกำลังออกจากกระเป๋าไปเท่าไร

และเมื่อกลับถึงบ้าน ภรรยาสุดที่รักของเขาก็จะเข้ามานับจำนวนธนบัตรในกระเป๋าของเขาว่าหายไปกี่ใบ และนั่นเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ระมัดระวังการใช้เงินจนร่ำรวยมาถึงทุกวันนี้

บัฟเฟตต์ ยังเป็นชาวอเมริกัน 18% ของประเทศที่ใช้เงินสดเป็นหลัก ในขณะที่คนส่วนใหญ่หันไปใช้บัตรเครดิตในการจับจ่ายในชีวิตประจำวันกันหมดแล้ว

ไม่ใช่แค่ บัฟเฟตต์ ที่ชอบเงินสด

ทางด้าน Mark Cuban เศรษฐีอีกคนหนึ่งผู้เป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอล ดัลลาสมาเวอร์ริก และยังเป็นเจ้าของสถิติ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์มูลค่าสูงที่สุดในโลก เคยกล่าวว่า การใช้ เงินสด ช่วยให้คุณมีอำนาจต่อรองสูงกว่า คุณมีโอกาสที่จะเจรจาค่าสินค้าและบริการตรงหน้าเพื่อให้ได้สินค้าในราคาที่ถูกกว่าในป้ายราคา

นอกจากนั้น ข้อมูลจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัย University of Toronto เผยว่าการยื่นเงินสดทำให้คนรู้สึกถึงความสูญเสีย จึงมีโอกาสช่วยยับยั้งชั่งใจในการใช้เงินได้ดีกว่าการจ่ายด้วยบัตรเครดิต

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Mark Cuban เจ้าของสถิติ ซื้อของออนไลน์ ‘มูลค่าสูงที่สุดในโลก’

หุ้นราคาสูงที่สุดในโลก : 1 หุ้น Berkshire Hathaway ซื้ออะไรได้บ้าง

จากรายได้ 2 เหรียญสู่ 2 แสนล้านเหรียญ Warren Buffett เผยมีวันนี้เพราะการอ่าน

แนะนำของดี สำหรับคนทำงานออนไลน์:

ค้นพบไอเดียหาเงินออนไลน์จากที่บ้าน คอร์สออนไลน์ 21 ไอเดียเงินล้าน จากโน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ในราคาพิเศษ จาก 2,000 บาท เหลือเพียง 990 บาท รายละเอียดคลิกที่นี่

โฮสต์ดี โฮสต์แรง รองรับคนเข้าเว็บไซต์วันละหลักแสนคนก็ไม่หวั่น พร้อมทีมงานไลฟ์แชทตลอด 24 ชั่วโมง ซีอีโอ แนะนำ ‘คลาวด์โฮสติ้ง’ ของ Cloudways รายละเอียดคลิกที่นี่

ทำเว็บข่าวด้วย WordPress ให้ประสบความสำเร็จ เว็บเพจโหลดลื่น โหลดไว สวยงามและใช้งานง่ายสุด ๆ ต้อง ธีม NewsPaper รายละเอียดคลิกที่นี่



]]>
https://www.ceochannels.com/why-warren-buffett-love-cash-more-than-credit-card/feed/ 0
COVID-19 อาจเร่งให้ธุรกิจอาหารเข้าสู่ยุค ‘คลาวด์คิชเช่น’ เร็วขึ้น https://www.ceochannels.com/food-service-to-cloud-kitchen-from-covid-19/ https://www.ceochannels.com/food-service-to-cloud-kitchen-from-covid-19/#respond Wed, 01 Apr 2020 14:07:58 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22973 COVID-19 อาจเร่งให้ธุรกิจอาหารเข้าสู่ยุค ‘คลาวด์คิชเช่น’ เร็วขึ้น

 

Cloud kitchen (คลาวด์คิชเช่น) คือ โมเดลธุรกิจอาหารรูปแบบใหมที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรปต่างมีนักธุรกิจรายใหญ่เริ่มลงทุนในโมเดลธุรกิจนี้กันอย่างคึกคัก ในขณะที่ในไทยแม้จะมีการพูดถึงมากขึ้น แต่ในภาคปฏิบัติอาจยังไม่คึกคักเท่าตะวันตกจนกระทั่งวันที่ โควิด-19 ระบาด

คลาวด์คิชเช่น คือ อะไร

คลาวด์ คิทเช่น คือ เป็นร้านอาหารที่ไม่มี ‘พื้นที่หน้าร้าน’ หรือ Front house สำหรับลูกค้ามานั่งรับประทานอาหาร จะมีเพียง Back house ก็คือ ครัว สำหรับใช้ประกอบอาหาร ออกแบบมาเพื่อประกอบอาหารขายแบบ ดิลิเวอร์รี เท่านั้น

คลาวด์ คิทเช่น จึงใช้พื้นที่น้อย คนน้อย ต้นทุนต่ำ มีความสามารถในการขยายธุรกิจได้เร็วกว่า เพราะมีการผนวกกับเครือข่ายฟู้ดดิลิเวอร์รี่แอปฯ จาก Third party

สัญญาณการปรับตัวในไทย

นาย ประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านอาหารแบรนด์ดัง อาทิ The Pizza Company, Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen, Burger King, The Coffee Club และ BonChon ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่าร้านอาหารในเครือได้ปิดตัวชั่วคราวไปมากกว่า 500 สาขา จากทั้งหมดกว่า 1400 สาขาเศษ ๆ



สาเหตุที่ต้องปิดร้านชั่วคราวสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 และยังส่งผลให้ยอดขายจากหน้าร้านเหลือ 0% ในขณะที่ยอดขายแบบ ดิลิเวอร์รี่ พุ่งขึ้นมาเป็น 70% ของสัดส่วนรายได้

กรณีของ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ปฯ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งจากอีกหลายพันร้านค้าที่ต้องปิดตัวลงเพราะวิกฤตโควิด-19 ที่ผลักให้เจ้าของกิจการร้านอาหารต้องหันไปเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ แอปพลิเคชั่นฟู้ดดิลิเวอร์รี่ในไทย อาทิ แกร็ป และไลน์แมนมากขึ้น

และเมื่อผู้ประกอบการร้านอาหารมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างระหว่างการลงทุนเปิดหน้าร้านและขยายสาขา กับการมีเพียงพื้นที่ครัวกับแอปฯ ดิลิเวอร์รี่ก็สามารถสร้างยอดขายที่น่าพอใจได้เช่นกัน ก็อาจส่งผลให้ประเทศไทยเดินทางเข้าสู่ยุค คลาวด์คิชเช่น เร็วขึ้นดั่งที่ นาย ประพัฒน์ เสียงจันทร์ กล่าวต่อสื่อว่า “หลังผ่าน โควิด-19 ไปแล้ว โฉมหน้าของธุรกิจร้านอาหารอาจไม่เหมือนเดิม”

โดยในกรณีของ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ปฯ ที่มีแผนพัฒนาโมเดล คลาวด์คิชเช่น ให้เกิดขึ้นภายใน 5 ปี ก็อาจต้องเร่งให้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี เป็นต้น

ตลาด คลาวด์คิชเช่น มูลค่าเท่าไร

สำหรับในประเทศไทยนั้นยังไม่ใช่ คลาวด์คิชเช่น เต็มตัว แต่ยังอยู่ในรูปแบบของ ร้านอาหาร ที่เข้าร่วมกับ แอปฯ ฟู้ดดิลิเวอร์รี่ ซึ่งในส่วนของ ฟู้ดดิลิเวอร์รี่ มีมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านบาทในปี 2019 ที่ผ่านมา และพนักงานจัดส่งอาหารบางคนมีรายได้ถึง 50,000 บาท ต่อเดือนกันเลยทีเดียว (ที่มา VoiceTV)

แต่สำหรับในสหรัฐฯ — ตลาด คลาวด์คิชเช่น ปี 2019 มีมูลค่าสูงถึง 336,000 ล้านดอลล่าร์ และคาดว่าจะโตไปเป็น 972,000 ล้านดอลล่าร์ ภายในปี 2026 (ที่มา Statista)

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษา ‘คลาวด์ คิทเช่น’ กำลังดิสรัปท์ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา 

กรณีศึกษา วัยรุ่นอังกฤษสถาปนาตนเป็นเจ้าของร้านอาหาร โดยไม่มีร้านอาหารจริง

แนะนำของดี สำหรับคนทำงานออนไลน์

ค้นพบไอเดียหาเงินออนไลน์จากที่บ้าน คอร์สออนไลน์ 21 ไอเดียเงินล้าน จากโน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ในราคาพิเศษ จาก 2,000 บาท เหลือเพียง 990 บาท รายละเอียดคลิกที่นี่

โฮสต์ดี โฮสต์แรง รองรับคนเข้าเว็บไซต์วันละหลักแสนคนก็ไม่หวั่น พร้อมทีมงานไลฟ์แชทตลอด 24 ชั่วโมง ซีอีโอ แนะนำ ‘คลาวด์โฮสติ้ง’ ของ Cloudways รายละเอียดคลิกที่นี่

ทำเว็บข่าวด้วย WordPress ให้ประสบความสำเร็จ เว็บเพจโหลดลื่น โหลดไว สวยงามและใช้งานง่ายสุด ๆ ต้อง ธีม NewsPaper รายละเอียดคลิกที่นี่ 



]]>
https://www.ceochannels.com/food-service-to-cloud-kitchen-from-covid-19/feed/ 0
LinkedIn โซเชียลมีเดียสำหรับคนทำงานยักษ์ใหญ่ ประกาศหยุดรับสมัครพนักงานอย่างไม่มีกำหนด https://www.ceochannels.com/linkedin-pause-hiring-globally-2020/ https://www.ceochannels.com/linkedin-pause-hiring-globally-2020/#respond Wed, 01 Apr 2020 13:05:03 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22967 อาการน่าเป็นห่วง: LinkedIn โซเชียลมีเดียสำหรับคนทำงานยักษ์ใหญ่ ประกาศหยุดรับสมัครพนักงานอย่างไม่มีกำหนด

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2020 เว็บไซต์ Business Insider เผยแพร่ข้อความสำคัญจากผู้บริหารระดับสูงของ LinkedIn ถึงฝ่ายสรรหาว่าจ้างให้มีการหยุดรับพนักงานใหม่อย่างไม่มีกำหนด โดยทางด้าน โฆษก ของ LinkedIn ยืนยันต่อสื่อว่า ข้อความดังกล่าวเป็น ‘ความจริง’ — เหตุการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณถึงความเสี่ยงเหตุการณ์ตกงานครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล

ทำไม LinkedIn ประกาศจึงหยุดรับสมัครพนักงานใหม่

สาเหตุหลักที่ LinkedIn ต้องออกมาประกาศหยุดรับสมัครพนักงานใหม่อย่างไม่มีกำหนดในครั้งนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 ที่ลุกลามไปถึงสหรัฐฯ ซึ่ง ณ วันที่ 1 เมษายน 2020 มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 188,000 ราย เสียชีวิต 4,059 ราย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วไปอย่างหนัก และลามไปกระทบไปถึงธุรกิจเทคโนโลยีด้านโซเชียลมีเดียอย่าง LinkedIn เข้าอย่างจัง



LinkedIn ได้รับผลกระทบอย่างจังเพราะเหตุใด

แม้ LinkedIn จะเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่ตัวธุรกิจหลักอยู่บนโลกออนไลน์เช่นเดียวกับ Facebook, Instagram, และ YouTube แต่ LinkedIn มีโซเชียลมีเดียที่เจาะตลาดคนทำงานและเจ้าของธุรกิจ

รายได้หลักของ LinkedIn มาจากระบบโฆษณาเช่นเดียวกับ Facebook — โดยในกรณีนี้คือ LinkedIn ad — แต่ความแตกต่าง คือ กลุ่มผู้ซื้อ LinkedIn ad เป็นการซื้อโฆษณาสรรหาว่าจ้างบุคคลากร และสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจเป็นส่วนใหญ่

และเมื่อเกิดวิกฤตไวรัสในสหรัฐฯ บรรดาผู้ประกอบการห้างร้านต่าง ๆ มีอันต้องปิดกิจการทั้งชั่วคราวและถาวร รวมไปถึงการลดคน หยุดจ้าง และเลิกจ้างตามลำดับ ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ LinkedIn หยุดการโฆษณาหาคนทำงาน

ตลาดแรงงานในสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยว่าสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มีนาคม 2020 มียอดผู้ลงทะเบียนคนว่างงานพุ่งสูงขึ้นเป็น 3.28 ล้านคน ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา และนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ต่อว่ายอดผู้ว่างงานอาจพุ่งไปแตะ 24 ล้านคนหากวิกฤตนี้ยังต่อเนื่องไปอีกตลอดทั้งปี

และแน่นอนว่า LinkedIn จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ เพราะโมเดลรายได้เกือบทั้งหมดของแพลทฟอร์มนี้มาจากตลาดงาน และกลุ่มลูกค้า B2B (Business-to-business)

ข้อมูลโดยสังเขปของ LinkedIn

LinkedIn เป็นธุรกิจเทคสตาร์ทอัพ ก่อตั้งในปี 2002 โดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง คือ Reid Hoffman เป็นนักธุรกิจสตาร์ทอัพมือทองจาก ‘กลุ่มเพย์พาลมาเฟีย’ (Paypal mafia) ที่โด่งดัง

LinkedIn เข้าซื้อกิจการโรงเรียนออนไลน์ Lynda.com ในเดือน เมษายน ปี 2015 ในราคา 1,500 ล้านดอลล่าร์ ก่อนที่ตัว LinkedIn เองจะถูกเข้าซื้อโดย ไมโครซอฟต์ ต่อในปี 2016 ด้วยมูลค่า 26,200 ล้านดอลล่าร์

ปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานประมาณ 16,000 คน และมีสำนักงานกระจายอยู่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่มีตำแหน่งงานที่ถูกโพสต์ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทถึง 200 ตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะถูกระงับการรับคนเพิ่มเกือบทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ดี LinkedIn เผยต่อสื่อว่าจะมีเพียงบางตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก ๆ ที่จะถูกจ้างโดยบริษัทไม่ขอเปิดเผยว่าคือตำแหน่งอะไร

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าทำพิษ : คนอเมริกันลงทะเบียนคนว่างงานทะลุ 3.28 ล้านคนแล้ว สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

แนะนำของดี สำหรับคนทำงานออนไลน์:

ค้นพบไอเดียหาเงินออนไลน์จากที่บ้าน คอร์สออนไลน์ 21 ไอเดียเงินล้าน จากโน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ในราคาพิเศษ จาก 2,000 บาท เหลือเพียง 990 บาท รายละเอียดคลิกที่นี่

โฮสต์ดี โฮสต์แรง รองรับคนเข้าเว็บไซต์วันละหลักแสนคนก็ไม่หวั่น พร้อมทีมงานไลฟ์แชทตลอด 24 ชั่วโมง ซีอีโอ แนะนำ ‘คลาวด์โฮสติ้ง’ ของ Cloudways รายละเอียดคลิกที่นี่

ทำเว็บข่าวด้วย WordPress ให้ประสบความสำเร็จ เว็บเพจโหลดลื่น โหลดไว สวยงามและใช้งานง่ายสุด ๆ ต้อง ธีม NewsPaper รายละเอียดคลิกที่นี่



]]>
https://www.ceochannels.com/linkedin-pause-hiring-globally-2020/feed/ 0
แอปพลิเคชั่น Zoom คืออะไร ทำไมจึงโด่งดังช่วง ไวรัสโคโรน่าระบาด https://www.ceochannels.com/what-is-zoom-best-explain-with-video/ https://www.ceochannels.com/what-is-zoom-best-explain-with-video/#respond Tue, 31 Mar 2020 09:55:11 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22949

Script

หากเอ่ยเชื่อ Zoom เมื่อ 2 ถึง 3 ปีที่แล้ว อาจไม่ค่อยมีใครคุ้นหูในประเทศไทย แต่หากเอ่ยชื่อนี้อีกครั้งในปี 2020 หลายคนต้องร้องอ๋อ

Zoom คือ แอปพลิเคชั่น วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ใช้สำหรับประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน

Zoom ก่อตั้งโดย อิริค หยวน และเป็นที่นิยมไปทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวิกฤต โควิด-19 ระบาดตั้งแต่ปลายเดือน ธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา

ปลายเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2020 มูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกหายไป 6 ล้านล้านดอลลาร์ แต่หุ้นของบริษัท Zoom Communication Inc. กลับเพิ่มขึ้นสวนทางโลกถึง 0.4%

ตลอดไตรมาสแรกของปี 2020 ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นรวม 58% ส่งผลให้ความมั่งคั่งสุทธิของเขาเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านดอลล่าร์

เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้ชื่อของ อิริค หยวน เข้าไปยืนอยู่ในทำเนียบเศรษฐีโลกใน Bloomberg Billionaire Index ในอันดับที่ 182 ด้วยมูลค่าสุทธิรวม 7.86 พันล้านดอลล่าร์

สาเหตุที่ แอปพลิเคชั่น Zoom โด่งดังถึงขั้นทำให้ผู้ก่อตั้งกลายเป็นเศรษฐีโลกคนใหม่ เนื่องจากเหตุการณไวรัสระบาดทำให้กิจการหลายแห่งทั่วโลกต้องปิดทำการชั่วคราว และประชาชนต้องกักตัวอยู่บ้าน

ผู้ประกอบการและพนักงานที่ยังดำเนินกิจการอยู่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องปรับตัวเข้าสู่โหมด Work from home คนทั่วโลกจึงต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยี วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

]]>
https://www.ceochannels.com/what-is-zoom-best-explain-with-video/feed/ 0
ยอดผู้ใช้งาน Skype พุ่งพรวดในรอบ 10 ปี แต่ 40 ล้าน Daily active user https://www.ceochannels.com/skype-daily-active-user-growth-to-40-million/ https://www.ceochannels.com/skype-daily-active-user-growth-to-40-million/#respond Tue, 31 Mar 2020 09:49:09 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22946 ยอดผู้ใช้งาน Skype พุ่งพรวดในรอบ 10 ปี แต่ 40 ล้าน Daily active user

30/3/2020 VentureBeat รายงานว่ายอดผู้ใช้งาน Skype เดือน มีนาคม 2020 เติบโตขึ้นถึง 70% มาเป็น 40 ล้าน Daily active user ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหลังจากมีการระบาดของ ไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19

นอกจากยอดผู้ใช้งาน Daily active user จะโตถึง 70% แล้ว ฟังชั่น Skype Calling ยังมีการใช้งานเพิ่มขึ้น 220% และการใช้งานแบบกลุ่ม หรือ Team usage ยังโตขึ้นถึง 110% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ๆ

ไมโครซอฟต์ เข้าซื้อ Skype เมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2011 ในราคา 8,500 ล้านดอลล่าร์ และตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้งานของ Skype เติบโตไปอย่างช้า ๆ เฉลี่ย 10 – 20 ล้าน Daily active user จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ โควิด-19 ระบาดตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประวัติ ‘Eric Yuan’ เจ้าของแอปฯ Zoom หนุ่มจีนผู้กลายเป็น ‘เศรษฐีโลก’ หลังการระบาดของไวรัส COVID-19

แอปพลิเคชั่น Zoom คืออะไร ทำไมจึงโด่งดังช่วง ไวรัสโคโรน่าระบาด

อ้างอิง

VentureBeat

]]>
https://www.ceochannels.com/skype-daily-active-user-growth-to-40-million/feed/ 0
Bill Gates โต้ ทรัมป์ : หากตอนนี้เขาเป็นประธานาธิบดี จะใช้วิธีนี้แก้ปัญหา โควิด-19 ระบาดในสหรัฐฯ https://www.ceochannels.com/bill-gates-fight-covid-19-as-a-president/ https://www.ceochannels.com/bill-gates-fight-covid-19-as-a-president/#respond Tue, 31 Mar 2020 08:36:50 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22942 Bill Gates โต้ ทรัมป์ : หากตอนนี้เขาเป็นประธานาธิบดี จะใช้วิธีนี้แก้ปัญหา โควิด-19 ระบาดในสหรัฐฯ
วันที่ 24/3//2020 Bill Gates (บิล เกตส์) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โมโครซอฟต์ และนักการกุศลแนวหน้าให้สัมภาษณ์ผ่านช่อง Ted Talks หัวข้อ การแก้ปัญหา ไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 ที่ระบาดในสหรัฐฯ ว่า หากตอนนี้เขาเป็น ประธานาธิบดี เขาจะออกคำสั่ง ล็อกดาวน์ ปิดพื้นที่และกักตัวผู้คนอยู่บ้านขั้นเด็ดขาด ภายใต้ระยะเวลาที่นานพอสมควร

บิล เกตส์ ยกตัวอย่างความสำเร็จของการลดการระบาดของ โควิด-19 ในประเทศจีนที่มีคำสั่งปิดพื้นที่และกักตัวอย่างเด็ดขาดเป็นระยะเวลาราว ๆ 6 สัปดาห์ และหากสหรัฐฯ ลองใช้คำสั่ง ล็อกดาวน์ อย่างจริงจังสัก 20 วันก็น่าจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

เกตส์ ยังเสริมอีกว่าในสถานการณ์นี้ควรแสดงความเห็นใจ เข้าอกเข้าใจประชาชน และปลอบใจประชาชนให้มาก

ความเห็นของ เกตส์ เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงเจตจำนงค์ว่าต้องการให้ สหรัฐฯ กลับมาเดินเครื่องเศรษฐกิจอีกครั้งให้ทันช่วงเทศกาลอิสเตอร์ หรือประมาณช่วงกลางเดือน เมษายน 2020 พร้อมกับแสดงจุดยืนอันแข็งกร้าวผ่านทวิตเตอร์ว่า “พวกเราต้องแข็งแรง”

ข้อความของ ทรัมป์ สร้างความกังวลใจให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา โดย ดอกเตอร์ ทิน่า แทน ประธานสมาคม Infectious Diseases Society of America กล่าว่า “Obviously Trump is not rooted in reality” แปลว่า “ทรัมป์ไม่อยู่กับความเป็นจริง”

ทางด้าน เกตส์ แสดงความเห็นว่า “But money, you know bringing the economy back and doing money, that’s more of a reversible thing than bringing people back to life.” แปลว่า “เงินที่สูญเสียไปหาใหม่ได้ แต่ชีวิตที่สูญเสียไปไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้”

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

บิล เกตส์ : บิดาไมโครซอฟต์ ลาออกจากคณะกรรมการฯ เพื่อไปทำงานการกุศลเต็มตัว 

อ้างอิง CNBC



]]>
https://www.ceochannels.com/bill-gates-fight-covid-19-as-a-president/feed/ 0
Bom Kim, แห่ง Coupang อีคอมเมิร์ซเกาหลีใต้ ยอดขาย 3 แสนล้านบาท กับบทเรียนของคำว่า เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘อย่าหยุดปรับตัว’ https://www.ceochannels.com/how-bom-kim-built-9-billion-dollar-ecommerce/ https://www.ceochannels.com/how-bom-kim-built-9-billion-dollar-ecommerce/#respond Sat, 28 Mar 2020 03:52:18 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22930 Bom Kim, แห่ง Coupang อีคอมเมิร์ซเกาหลีใต้ ยอดขาย 3 แสนล้านบาท กับบทเรียนของคำว่า เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘อย่าหยุดปรับตัว’

Coupang เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแห่งเกาหลีใต้ ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีจากเว็บไซต์ประเภท ‘เดลี่ดีล’ เล็ก ๆ สู่ ‘แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ’ สัญชาติเกาหลีใต้ที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในโลก และมีเครือข่ายระบบขนส่งภายในประเทศเป็นของตนเอง จนเกิดยอดซื้อขายหมุนเวียนในระบบ (Gross merchandise value) ทะลุ 10,000 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 3 แสนล้านบาท ในปี 2018 — วันนี้ CEO Channels จะเล่าให้ฟังว่าเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

Coupang ก่อตั้งโดย Bon Kim (บอน คิม) หนุ่มชาวเกาหลีใต้ปัจจุบันอายุ 41 ปี สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัย ฮาร์เวิร์ด และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ ณ มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่เขาตัดสินใจดรอปเรียนหลังจากเข้าศึกษาไปได้เพียง 6 เดือน หลังจากค้นพบไอเดียธุรกิจที่ตนเองอยากทำ

ค้นหาและสมัคร : 100 คอร์สออนไลน์เรียนฟรี จาก 5 มหาวิทยาลัยระดับโลก รวมถึง ฮาร์เวิร์ด

ก่อตั้ง Coupang

บอน คิม ก่อตั้งเว็บไซต์ Coupang ในปี 2010 ซึ่งช่วงนั้นเป็นยุคทองของเว็บไซต์ประเภท เดลี่ดิล โดยเจ้าตลาดโลกในยุคนั้น ได้แก่ Groupon.com — เขาจึงนำต้นแบบมาตั้งชื่อเว็บไซต์ของเขาว่า Coupang นั่นเอง

ผลประกอบการของ Coupang ไปได้ดีในช่วงแรกจนกระทั่งเขาเริ่มเห็นเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง Amazon.com, eBay ของสหรัฐ และ Gmarket, 11th Street ของเกาหลีเริ่มเป็นที่นิยมในเกาหลีใต้ เขาจึงตัดสินใจ Pivot หรือ ปรับโมเดลธุรกิจจาก เดลี่ดิล ไปเป็น ออนไลน์มาร์เก็ตเพลส



Coupang ยกเลิกการทำ IPO

Coupang เติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังปรับโมเดลธุรกิจไปเป็น มาร์เก็ตเพลส แบบ eBay — ปี 2013 ยอดขายทะลุ 1 พันล้านดอลล่าร์ และบริษัทมีกำไรเป็นครั้งแรก

คิม บอน ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่และนายทุนหลายคนให้นำบริษัททำ IPO เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แม้เขาจะรู้สึกสนใจในการเข้าตลาดฯ แต่สัญชาติญาณภายในบอกเขาว่ามันอาจจะเร็วเกินไป

แม้จะเริ่มดำเนินเรื่องเพื่อเตรียม IPO ไปบ้างแล้ว — แต่ คิม บอน ก็ตัดสินใจยุบแผนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในวินาทีสุดท้าย ด้วยเหตุผลว่าเขารู้สึกว่าโมเดลธุรกิจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอีกรอบ และหากนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้ การปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจอาจทำได้ยากกว่า

Pivot โมเดลธุรกิจใหม่ทั้งหมด

คิม บอน ตัดสินใจปรับโมเดลธุรกิจอีกครั้ง (Pivot) โดยเขาต้องการให้ Coupang เป็นเลิศด้านการบริหารเหนือ มาร์เก็ตเพลสใด ๆ ในประเทศ โดยคราวนี้เขารวมศูนย์การบริหารเครือข่ายขนส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ออกจากศูนย์

Coupang ตั้งหน่วยงานที่มีชื่อว่า Rocket Delivery สำหรับจัดส่งสินค้าแบบ One-day delivery คือ สั่งวันนี้ได้รับสินค้าพรุ่งนี้ และอีกหน่วยงานชื่อว่า Dawn Delivery สั่งหัวค่ำวันนี้ รับสินค้า 7 โมงเช้าวันถัดไป เป็นต้น โดยบริษัทมีพนักงานขนส่ง 5,000 คน และลูกค้า 99.3% ได้รับสินค้าภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง

วันนี้ของ Coupang

ปี 2018 Coupang มียอดซื้อขายหมุนเวียนในระบบ หรือ Gross merchandise value ประมาณ 10,000 ล้านดอลล่าร์ หรือราว ๆ 300,000 ล้านบาท และทางบริษัทมีรายได้ประมาณ 3.64 พันล้านดอลล่าร์ ในปีเดียวกัน เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ปี 2019, บอน คิม ในวัย 41 ปี เจ้าของฉายา เจฟ เบซอส แห่ง เกาหลีใต้ ได้นำพาบริษัท Coupang ก้าวขึ้นเป็นสตาร์ทอัพเกาหลีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ากิจการกว่า 9 พันล้านดอลล่าร์ มีนายทุนรายใหญ่อย่าง Softbank, Sequoia Capital และ BlackRock สนับสนุนการเงิน

เจ้าของธุรกิจ คิดได้ให้รีบทำ และอย่าหยุดปรับตัว

คิม บอน มีทัศนคติว่า ‘ชีวิตนี้แสนสั้น’ หากรู้ใจตัวเองว่าอยากทำอะไรก็ให้รีบทำ และอยากจะเปลี่ยนแปลง หรือปรับตัวอย่างไรก็ให้รีบปรับเช่นกัน โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ณ ตอนที่อายุ 30 ปี — วินาทีที่เขารู้ใจว่าอยากทำธุรกิจแพลทฟอร์มออนไลน์ เขารู้ทันทีว่าชีวิตเหลือเวลาอีกไม่มากที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จ

นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินดรอปเรียนจาก ฮาเวิร์ด เพื่อมาสร้าง Coupang ทันที รวมไปถึงความกล้าตัดสินใจเปลี่ยนแผน ไปจนถึงกล้าลองแนวทางใหม่ ๆ อย่างไม่ลังเล

เป็นเจ้าของธุรกิจ จงเรียนรู้อยู่เสมอ และห้ามหยุดปรับตัว

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :

Steven Lam อดีตเด็กส่งอาหาร สู่เจ้าของ GoGoVan แอปฯ ส่งอาหารหมื่นล้านบาท ที่เกิดจากความไม่ได้ดั่งใจในระบบเดิมของฮ่องกง

Tim Chen เล่าเส้นทางจาก นักเศรษฐศาสตร์ตกงาน สู่เจ้าของเว็บไซต์การเงิน มูลค่า 500 ล้านดอลล่าร์

Rachel Lim อดีต ‘แม่ค้าเสื้อมือสอง’ ใช้เงินเก็บทั้งชีวิตของแม่เป็นเดิมพัน ปั้นแบรนด์แฟชั่นออนไลน์ ทะยานยอดขายกว่า 400 ล้านบาท

อ้างอิง CNBC 1, CNBC 2, Forbes, Techcrunch, Wikipedia



]]>
https://www.ceochannels.com/how-bom-kim-built-9-billion-dollar-ecommerce/feed/ 0
เสื้อขายดีมาก : Walmart เผยสาเหตุ โควิด-19 ดันยอดขายเสื้อ และสินค้าบางหมวดหมู่พุ่งกระฉูด https://www.ceochannels.com/walmart-shirts-sales-spiked-after-covid-19/ https://www.ceochannels.com/walmart-shirts-sales-spiked-after-covid-19/#respond Sat, 28 Mar 2020 01:48:46 +0000 https://www.ceochannels.com/?p=22926

27/3/2020 Business Insider รายงานข้อมูลน่าสนใจจากผู้บริหาร Walmart ห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของโลกว่า ในช่วงเหตุการณ์ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 ยอดขายสินค้าบางหมวดหมู่กับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะยอดขายเสื้อที่โตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Daniel Roberts (แดเนียล โรเบิร์ตส์) รองประธานบริหารห้าง Walmart ได้ทวีตข้อความ “We are seeing increased sales in tops, but not bottoms […] because so many people are doing video conferences from home. and all that matters is the above the waist shot.” แปลว่า “เราพบว่ายอดขายเสื้อผ้าท่อนบนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ท่อนล่างไม่มีการเติบโตด้านยอดขาย สาเหตุเพราะผู้คนมีการประชุมแบบ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ อยู่ที่บ้านมากขึ้น ซึ่งเน้นการถ่ายภาพเฉพาะท่อนบน”

สินค้าหมวดหมู่ที่ขายดีเป็นพิเศษในช่วง โควิด-19 ระบาด

นอกจากเสื้อผ้าท่อนบน อาทิ เสื้อเชิร์ต และ เสื้อยืด มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สินค้าหมวดหมู่อื่น ๆ ที่ได้รับรายงานว่าขายดีมากเช่นกัน ได้แก่ ผ้าเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวแบบเปียก (Disinfectant wipes), เจลล้างมือ, ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความบันเทิง อาทิ ดนตรี และภาพยนต์ และเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ เช่น ไม้ไอศครีมเปล่า (Popsicle sticks)

แดเนียล โรเบิร์ตส์, รองประธานบริหารห้าง Walmart, มีความเห็นว่า ผู้บริโภคกำลังปรับตัวต่อสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 และหากสถานการณ์ไวรัสระบาดยังเป็นเช่นนี้ต่อไป สินค้าในหมวดหมู่ที่ไม่เคยขายดีมาก่อน แต่วันนี้ตอบสนองไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ของผู้บริโภคก็จะกลับมาเป็นฝ่ายขายดี

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าทำพิษ : คนอเมริกันลงทะเบียนคนว่างงานทะลุ 3.28 ล้านคนแล้ว สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

Elon Musk ประกาศเปลี่ยนโรงงานรถเทสล่า เป็นโรงงานผลิตเครื่องช่วยหายใจชั่วคราว เพื่อช่วยรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสู้ไวรัสโควิด-19

ประวัติ ‘Eric Yuan’ เจ้าของแอปฯ Zoom หนุ่มจีนผู้กลายเป็น ‘เศรษฐีโลก’ หลังการระบาดของไวรัส COVID-19



]]>
https://www.ceochannels.com/walmart-shirts-sales-spiked-after-covid-19/feed/ 0