CEO’s Expert Series ชุด Digital Asset Empire
ตอน ธุรกิจคอร์สออนไลน์ ทำเงินจากความรู้ ต้นทุนต่ำ กำไรสูง

Script ใต้วีดีโอ

ถ้าหนึ่งในเป้าหมายด้านความมั่งคั่งของคุณคือการมี Passive Income จากธุรกิจที่ ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องสต็อก ไม่ต้องแพ็ก ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายเรื่องโลจิสติกส์ ธุรกิจ E-Learning และการสอนออนไลน์นั้นคำตอบของคุณ

สวัสดีครับ! ผม พรพรหม กฤดากร ชื่อเล่น พอล เจ้าของเว็บไซต์ CEOblog.co เว็บไซต์ข่าวธุรกิจโลกในมือคุณ และเจ้าของเว็บไซต์อีเลิร์นนิ่ง Expertsity.com

E-Learning และการขายคอร์สออนไลน์เป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่ผมทำมาหลายปี เคยผ่านสินค้ามาทุกรูปแบบทั้ง E-Book, Audiobook, DVD, และ Online Course ทั้งทำเองและเป็นโปรดิวเซอร์ให้อาจารย์ท่านอื่น ๆ และในตอนนี้ผมจะมาเล่ารายละเอียดและวิธีทำเริ่มต้น วิธีเริ่มต้นสอนออนไลน์ ไล่ตั้งแต่ยังไม่รู้จะสอนอะไร จนได้ไอเดียกลับออกไปร่างคอร์สเรียนของคุณเอง

รู้จักภาพใหญ่ของธุรกิจการศึกษา

ธุรกิจนี้เรียกว่า Information Business คุณทำเงินจากการแพกเก็จข้อมูลและความรู้ออกมาเป็นชุดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่พร้อมต่อการเสพความรู้นั้น ๆ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เรียกว่า Information Products

Information Product คือการที่คุณแพ็กเกจข้อมูลและความรู้ออกมาในรูปแบบของ หนังสือ อีบุ๊ก ออดิโอ้บุ๊ก ดีวีดี หรือแบบออนไลน์ 100% โดยคุณจะเป็นคนสอนเอง หรือหาอาจารย์มาสอนและคุณเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายงานสอนให้พวกเขาก็ได้

Information Business เป็นกลุ่มธุรกิจที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรมแม่อีกที นั่นคือ อุตสาหกรรมการศึกษา หรือ Education Industry! แต่รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เราจะมาโฟกัสกันในวีดีโอชุดนี้ คือ E-Learning

E-Learning ย่อมาจาก Electronic Learning รูปแบบการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เราคุ้นเคยกันกับคำว่า ‘คอร์สออนไลน์’ เป็น

รายงานของเว็บไซต์ Statista ระบุว่า ตลาดโลกของธุรกิจการศึกษาในปี ค.ศ. 2014 มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 165 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าจะโตไปแตะ 243 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ มากกว่า 8 ล้านล้านบาท ในปี ค.ศ. 2022 — นี่คือตัวเลขปริมาณเงินที่คาดว่าผู้คนจะใช้จ่ายผ่านการเรียนแบบออนไลน์

ปัจจุบันมีใครเป็นผู้เล่นในตลาด E-Learning บ้าง

ผู้เล่นกลุ่มแรก คือ สถาบันการศึกษาชั้นนำในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และส่วนหนึ่งจากจีนและญี่ปุ่น นำหลักสูตรต่าง ๆ ขึ้นสู่ระบบออนไลน์ และเปิดสอนระยะ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปีพร้อมออกใบ Certificate

กลุ่มที่สอง คือ เว็บไซต์ E-Learning Market Place อาทิ Udemy, Coursera, SkillShare หรือในประเทศไทย อาทิ SkillLane, Talad Panya, CourseSquare และ TutorMe เป็นต้น กลุ่มนี้เปิดแพลทฟอร์มให้อาจารย์มาขายคอร์สและให้คนมาช้อปปิ้งซื้อคอร์สในระบบ

กลุ่มที่สาม คือ บริษัทเอกชนที่สร้างระบบ E-Learning ขึ้นเพื่อสอนลูกค้าให้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ Wishpond, Shopify, Teachable และ ManyChat กรณีนี้เปิดสอนฟรี หรือ แบบเก็บเงินก็มี

ส่วนเอกชนอีกกลุ่ม ได้แก่ Google เปิดหลักสูตรที่ตรงกับตำแหน่งงานเพื่อให้คนมาเรียน เรียนจบได้รับใบ Certificate สามารถนำไปสมัครงานกับบริษัทในกลุ่มพันธมิตร

และกลุ่มที่สี่ คือ รายย่อยอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีประสบการณ์และความรู้ ทำคอร์สและนำไปขายผ่านระบบออนไลน์ — นี่คือกลุ่มที่เราจะมาลงรายละเอียดกัน

คอร์สออนไลน์ขายที่ไหนดี

แนะนำ 4 ช่องทางหลัก ๆ ดังนี้

1. Facebook Secret Group

เป็นช่องทางที่เริ่มต้นง่ายและฟรี เพียงคุณเปิดกลุ่มลับบน Facebook และอัพโหลดวีดีโอคอร์สขึ้นไป เชิญคนที่จ่ายเงินเข้ามาดู จบขั้นตอน เพียงแต่วิธีนี้คุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของ Digital Asset เต็มตัว และวีดีโอถูกละเมิดลิขสิทธิได้อย่างง่ายดาย

2. E-Learning Marketplace

ในไทยได้แก่ SkillLane, Talad Panya, CourseSquare และ TutorMe เป็นต้น เริ่มต้นง่ายเช่นกัน เพียงติดต่อทำสัญญาและส่วนแบ่งรายได้กับต้นสังกัด จากนั้นนำไฟล์วีดีโอไปให้ต้นสังกัดดำเนินการนำเข้าสู่ระบบออนไลน์ คุณไม่ต้องยุ่งกับการบริหารระบบใด ๆ เขาบริหารให้คุณทั้งหมด คุณมีหน้าที่รอรับส่วนแบ่งจากยอดขาย ในกรณีที่คุณไม่ได้ทำการตลาดใด ๆ อาจขายได้หลักพันหลักหมื่นบาท แต่หากคุณทำการตลาดสม่ำเสมอและออกคอร์สใหม่เรื่อย ๆ ก็อาจขายได้เป็นแสนบาทในแต่ละเดือน

3. Online Course Platform

เป็นแพลทฟอร์มบริหาร E-Learning สำเร็จรูปสำหรับคนที่อยากบริหารจัดการระบบเอง ในตลาดมีผู้ให้บริการหลายราย โดยผมใช้ของ Teachable.com — แพลทฟอร์มเหล่านี้เก็บค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่หลักพันกว่าบาท แต่คุณไม่ต้องจ่ายค่าส่วนแบ่งจากยอดขายที่สูงเหมือนกับข้อ 2 และมีภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเจ้าของธุรกิจ E-Learning มากกว่า

4. WordPress Website

อันนี้คือการสร้างเว็บไซต์และเชื่อมโยงระบบเองทั้งหมด โดยสามารถทำบน WordPress ได้ แต่ยุ่งยากมากที่สุดในกลุ่ม ค่าใช้จ่ายสูงร่วม ๆ ปีละ 3 – 5 หมื่นบาทสำหรับการเช่าใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาประกอบระบบร่วมกัน แต่หากทำสำเร็จ คุณจะมีเว็บไซต์ E-Learning ที่เป็นเจ้าของ 100% เต็มและออกแบบหน้าตาได้ตามใจชอบ

3 ขั้นตอนเริ่มต้นสอนออนไลน์

เริ่มต้นสอนออนไลน์ในบริบทนี้จะรวบมาเป็น 3 ขั้นตอนพื้นฐานจำง่าย ๆ ได้แก่ ค้นหาตัวเอง, ค้นหาความต้องการของตลาด และ สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาตัวเอง:

ผู้สนใจเริ่มต้นสอนออนไลน์หลายคนประสบปัญหาไม่รู้จะสอนอะไรดี เพราะ 1) มีเนื้อหาในหัวเยอะแยะจนเริ่มไม่ถูก และ 2) ไม่มั่นใจว่าจะสอนได้หรือไม่

Concept เป็นแบบนี้! ทุกคนมีประสบการณ์และความรู้ในตัวเองมากกว่า 1 หัวข้อเสมอ กล่าวคือแม้แต่ประสบการณ์ชีวิตที่คุณเอาตัวรอดมาได้ก็นำมาสอนผู้อื่นได้ในลักษณะของการ สอนข้อคิด การใช้ชีวิต และการพัฒนาตัวเอง

หรือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในการทำงานต่าง ๆ เช่น ภาวะผู้นำ การร่วมงานกับผู้อื่น การก้าวหน้าในสายงาน

ส่วนความรู้ก็ตรงไปตรงมา คือ ความเชี่ยวชาญอันเกิดจากการลงมือทำงานนั้น ๆ โดยตรงสามารถนำมาสอนผู้อื่นได้

ตรงนี้สรุปเป็นConcept 3S จำง่าย ๆ Survival, Self improvement และ Specialist

Survival รอดชีวิตจากประสบการณ์ร้าย ๆ จนพบความหมายของการมีตัวตน การดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เหมาะกับการสอนและการเป็นนักพูดสาย พัฒนาตัวเองด้านจิตวิญญาณ แรงบันดาลใจ และโมติเวชั่น

Self improvement ค้นพบเทคนิคการพัฒนาตัวเองบางอย่างผ่านประสบการณ์ชีวิตและการทำงานที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในประเด็นข้างเคียง เช่น ทำงานกับคนหมู่มากและค้นพบวิธีประสานงานกับคน หรือวิธีคุมคนให้อยู่ในคอนโทรล

ส่วน Specialist นั้นตรงตัว คือ มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำและนำความรู้มาสอนผู้อื่นให้ทำตามได้

ให้คุณนำกระดาษ A4 มา 2 แผ่น

แผ่นที่ 1 วาดไทม์ไลน์ชีวิตของคุณตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันว่าคุณผ่านช่วง Peak cycle ทั้งตกต่ำและสูงสุดอะไรบ้าง การทำสิ่งนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพใหญ่ในสิ่งที่คุณเคยล้มเหลวและสำเร็จ จุดตกต่ำคุณผ่านมาได้อย่างไร และเมื่อพลิกกลับมาสำเร็จคุณทำอย่างไร — นั้นคือประสบการณ์ของคุณ

แผ่นที่ 2 List ความรู้ที่ผ่านมาของคุณออกมาให้มากที่สุดว่ามีอะไรบ้าง

ยกตัวอย่างของผม…

การโรงแรม
จัดซื้อค้าปลีกค้าส่ง
นำเข้าส่งออก
นักแปลอิสระ
ธรรมะและการนั่งสมาธิ
การตลาดออนไลน์
การทำเว็บไซต์
การทำสัมมนาและคอร์สเรียน
เป็นต้น — จริง ๆ ยังแตกได้ลึกกว่านี้แต่ก็เอาประมาณนี้เป็นตัวอย่าง

ในหัวข้อที่คุณ List ออกมาจะมีทั้งสิ่งที่คุณ ถนัดมากแต่ไม่มี Passion ที่จะสอน กับ มี Passion ที่จะสอนแต่ไม่ถนัดมาก เลือกอะไรดี?

เลือกเรื่องที่คุณมี Passion ก่อน

Passion ในเรื่องที่จะสอนสำคัญมากเพราะคุณต้องอยู่กับมันไปอีกหลายปีหรืออาจจะตลอดชีวิต! ฉะนั้นต้องเลือกเรื่องที่คุณมี Passion ไม่อย่างนั้นคุณจะอึดอัดใจมาก ส่วนประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ สามารถพัฒนาตัวเองได้ทุกวันตลอดไป

หากคุณคิดว่าตัวเองยังไม่ถนัดมากในเรื่องนั้น ๆ ให้ไปฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติมจนมั่นใจมากขึ้น และจะให้ดีควรเริ่มเขียนบทความในสิ่งที่คุณรู้หรือเรียนรู้มาใหม่ลงใน Blog หรือ Facebook ตลอดเส้นทางการฝึกฝน — ยกตัวอย่างเช่น Pat Flynn

Pat Flynn อดีตสถาปนิกหนุ่มที่ต้องการสอบ LEED AP Exam เพื่อนำไปเลื่อนตำแหน่งงาน เขาศึกษาตำราที่เกี่ยวข้องแล้วเขียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้ลงใน Blog Green Exam Academy เป็นเดือน ๆ จนกระทั่งเขาเชี่ยวชาญและสอบผ่าน

คนที่มาอ่าน Blog ก็ได้อานิสงค์จากสรุปของเขาจนยกให้ Pat Flynn เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติวข้อสอบ LEED AP Exam ต่อมา Pat Flynn สามารถขายคอร์สติวข้อสอบคิดเป็นเงินไทยสะสมแล้วหลาย 10 ล้านบาท

สุดท้าย… เมื่อคุณเริ่มมั่นใจในระดับหนึ่ง ให้ List หัวข้อสอนขั้นเบสิกที่สุด เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Newbie คือ รู้น้อยกว่าคุณจนไปถึงยังไม่รู้อะไรเลยแต่อยากเริ่มต้นเรียนรู้

ขอให้จำไว้เสมอว่าในโลกของความรู้ ‘ไม่มีใครเก่งที่สุด’ แม้แต่คนที่เชี่ยวชาญมาเป็นสิบ ๆ ปีก็ยังมีจุดเล็กจุดน้อยที่พวกเขายังไม่รู้เสมอ

ขั้นตอนที่ 2 ค้นหาความต้องการของตลาด

ขั้นตอนนี้อาจฟังดูยาก แต่จริง ๆ แล้วง่ายมาก ไม่ว่าจะหนังสือ สัมมนา หรือคอร์สออนไลน์ที่ทำออกมาแล้วขายได้แน่ ๆ มี 3 Category หลัก ๆ ได้แก่ Wealth, Health และ Relationship หัวข้อความรู้ที่คุณ List ออกมาหากมีอันใดที่เข้าข่าย 3 Category นี้ขายได้หมด

Wealth เป็นการสอนให้ผู้เรียนมีรายได้ เช่น การทำธุรกิจ การทำการตลาด และการลงทุน และการ Soft Skill ต่าง ๆ เช่น สอนขาย สอนนำเข้าส่งออก สอนถ่ายภาพ สอนตัดต่อวีดีโอ เป็นต้น ฯลฯ อีกมากมาย

Health สอนให้ผู้เรียนมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง เช่น สอนออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่น สอนการโภชนาการเพื่อสุขภาพ สอนทำอาหารคลีน สอนโยคะ สอนกายภาพบำบัด สอนนวด ซึ่งอันนี้จะกึ่ง ๆ เข้าข่าย Wealth อีกด้วยถ้าผู้เรียนสามารถนำไปรับจ้างนวด

Relationship สอนให้ผู้เรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีมีความสุข สอนหาคู่ สอนรักษาความสัมพันธ์สำหรับคู่รักคนคุย หรือสำหรับคู่แต่งงาน สอนเลี้ยงลูกทารกหรือวัยรุ่น สอนบริหารความสัมพันธ์ในที่ทำงานหรือในสังคม สอนเข้าใจตนเองและผู้อื่น เป็นต้น

3 Category นี้มีตลาดรองรับ สิ่งที่คุณจะสอนต้องเข้าข่าย 3 อันนี้เท่านั้นครับ!

และขั้นสุดท้าย

สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อันนี้เข้าสู่เรื่องของ Digital Marketing แล้ว ซึ่งเราจะมาเล่าให้ฟังในตอนถัดไปครับ!

error: Content is protected !!