เส้นทาง Daniel Ek ผู้หาเงิน ‘ล้านบาทแรก’ ตั้งแต่อายุ 14 ปี สู่เจ้าของ Spotify แอปฯ เพลงที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน

0
2712

 

Spotify คือ แอปพลิเคชัน ‘สตรีมมิงเพลง’ สัญชาติสวีเดน ที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 271 ล้าน Monthly active users (MAUs) และมี ‘ผู้ใช้งานแบบชำระเงิน’ หรือ Premium membership มากกว่า 124 ล้านบัญชี ส่งผลให้ Spotify มีรายได้สูงถึง 6,760 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท และ มูลค่ากิจการคิดเป็นเงินไทยกว่า 7 แสนล้านบาท ณ ปี คศ. 2019

แต่รู้หรือไม่ว่า Spotify แอปฯ ฟังเพลงสุดฮิตที่แม้แต่คุณก็อาจดาวน์โหลดมาติดไว้ในมือถือเป็นที่เรียบร้อย ถูกก่อตั้งโดย Daniel Ek ผู้ชายที่หา เงินล้านแรกตั้งแต่อายุ 14 ปี และสามารถเลือกที่จะเกษียณตัวเองเมื่ออายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

อันที่จริงเขามีเงินจากการทำธุรกิจเดิมมากพอที่จะ ‘เกษียณตัวเอง’ ได้สบาย ๆ ตั้งแต่ก่อนสร้างแอปฯ นี้ แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง และทำให้เขาตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง — เรื่องราวเป็นอย่างไรไปพบคำตอบในบทความนี้



จุดเริ่มต้น

Daniel Ek ผู้ก่อตั้ง Spotify; เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ คศ. 1983 เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางที่ สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยมีคุณพ่อทำอาชีพช่างกล — ส่วนตัว Daniel Ek เป็นเด็กที่หลงใหลในคอมพิวเตอร์ เขาเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองผ่านตำราและการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต จนสามารถออกแบบและสร้างเว็บไซต์ได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี

สำเร็จตั้งแต่วัยรุ่น

ปีต่อมานับว่าปีทองของยุค Dot-com ในสหรัฐฯ เกิดบริษัทเทคสตาร์ทอัพมากมาย และอาชีพโปรแกรมเมอร์ก็เป็นที่ต้องการอย่างสูงและมีค่าตัวที่แพงมาก — Daniel Ek ใช้โอกาสนั้นในการรับจ้างสร้างเว็บไซต์โดยเน้นงานออกแบบและสร้างหน้า Home page/ Landing page ในราคาครั้งละ 5,000 ดอลลาร์

ด้วยราคาที่ถือว่าถูกมากในความรู้สึกของลูกค้าจากฝั่งสหรัฐฯ ส่งผลให้ Daniel Ek ได้รับการจ้างงานจำนวนมากเกินกว่าจะทำคนเดียว เขาจึงเริ่มสอนเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนให้สามารถออกแบบและสร้างเว็บไซต์เป็น และสร้างทีมงานโปรแกรมเมอร์เด็กมัธยมจำนวน 25 คน มาช่วยกันผลิตงาน

Daniel Ek มี ‘กำไร’ หลังหักค่าใช้จ่ายจากการรับจ้างออกแบบ และสร้างเว็บไซต์ เฉลี่ยประมาณ 450,000 บาทต่อเดือน ทำให้เขาได้กลายเป็นวัยรุ่นที่หา ‘เงินล้านแรก’ ได้ตั้งแต่อายุ 14 ปี

โดนสรรพากรสวีเดนเรียกตัว

แม้จะหาเงินจำนวนมากตั้งแต่ แต่ Daniel ในวัย 14 ปี ก็ยังมีความเป็นเด็กวัยรุ่นตามธรรมชาติ

เมื่อหาเงินได้มาก ก็ใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับสิ่งบันเทิงสำหรับเด็ก อาทิ วีดีโอเกมส์ ของเล่น และของสะสมราคาแพง อาทิ กีต้าร์ 1957’s Fender Stratocaster ที่เขาซื้อมาในราคา 25,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 750,000 บาท มาตั้งไว้ในห้องนอน

 

แต่แล้วเส้นทางการรับจ้างทำเว็บไซต์ต้องปิดตัวลงเมื่อ เจ้าหน้าที่สรรพากรสวีเดน ติดต่อมายังครอบครัวของเขาเพื่อแจ้งว่าสมาชิกของบ้านมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติและขอเชิญไปชี้แจงแหล่งที่มา

Daniel Ek ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่าเขาถูกปรับจำนวน “A couple hundred grand” ที่แปลว่า ‘200,000’ โดยไม่ได้ระบุสกุลเงิน ดังนั้นจึงอาจตีความได้ 2 กรณี ได้แก่ สกุล Euro จะเท่ากับค่าปรับ 7 ล้านบาทเศษ และ สกุล US Dollar จะเท่ากับค่าปรับ 6 ล้านบาทเศษ

กลายเป็นเศรษฐีน้อยเต็มตัว

หลังจากเสียค่าปรับให้หลวงเรียบร้อยแล้ว — Daniel ก็กลับไปตั้งใจเรียนต่อจนจบชั้นมัธยม และเข้าศึกษาต่อยังสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ที่ Sweden’s Royal Institute of Technology

แต่หลังจากศึกษาไปได้เพียง 8 สัปดาห์, เจ้าตัวก็ได้รับการติดต่อจากบริษัทเทคสตาร์ทอัพ อาทิ Tradera ตามมาด้วย Stardoll ให้ไปร่วมงานในตำแหน่งผู้บริหารแผนกไอที — Daniel ที่กำลังเบื่อหน่ายสุด ๆ กับวิชาการในตำราของมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเลิกเรียนและไปทำงานกับบริษัทที่ทาบทามตัวเขาตามลำดับ

Daniel Ek เดินมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตอย่างรวดเร็วเมื่อเขาได้รับโจทย์ให้ออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์การตลาดออนไลน์อัตโนมัติจาก บริษัท Tradedoubler ผู้ให้บริการเครื่องมือการตลาดออนไลน์อัตโนมัติ (Online marketing network, Affiliate program) รายใหญ่ของสวีเดน

ผลงานการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Daniel เป็นที่ถูกใจจนบริษัทผู้ว่าจ้างตัดสินใจเปลี่ยนจากการเช่าบริการ ไปเป็นขอเทคโนโลยีและสิทธิบัตรทั้งหมดใน ราคา 1.25 ล้านดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 38 – 39 ล้านบาท ปิดดีลเดือน มีนาคม 2006 และส่งผลให้ Daniel Ek กลายเป็นเศรษฐีน้อย ๆ ด้วยวัยเพียง 23 ปี!

กลายเป็นเศรษฐีผู้อ้างว้าง

เมื่อมีเงินสด ๆ จำนวนเกือบ 40 ล้านบาท อยู่ในมือเพียงข้ามคืน — Daniel Ek ก็กลายเป็นหนุ่มเจ้าสำราญตระเวนใช้เงินอย่างสนุกมือ ซื้อคอนโดหรูขนาด 3 ห้องนอนย่านกลางเมือง, ซื้อรถซูเปอร์คาร์สีแดงยี่ห้อ Ferrari, เที่ยวไนท์คลับราคาแพง และเปย์ผู้หญิงเป็นว่าเล่นอยู่พักใหญ่ ๆ

ไม่นาน Daniel ถูกเพื่อนกินเอาเปรียบ และผู้หญิงที่คบเพราะเงินนอกใจอย่างไม่ใยดี ทำให้เขาเริ่มเศร้าซึม อ้างว้าง และรู้สึกไร้คุณค่า จนในที่สุดก็ทยอยขายทรัพย์สินทุกอย่างที่เคยซื้อสมัยมือเติบ และย้ายกลับไปขังตัวเองที่บ้านพ่อแม่ของเขา

Daniel Ek เริ่มเยียวยาแผลใจของตัวเอง เล่นดนตรี ฝึกสมาธิ และเจริญสติ จนเกิดสภาวะตระหนักรู้ว่า ‘ตนเกิดมาทำไม’ — Daniel ค้นพบแสงสว่าง 2 อย่างในตัวเองหลังจากฝึกสมาธิ ได้แก่ ความหลงไหลในดนตรี และ ความเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม และเขาก็พร้อมแล้วที่จะออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

เริ่มต้นใหม่

Daniel Ek ติดต่อไปหา Martin Lorentzon ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Tradedoubler ที่เคยลงทุนซื้อกิจการของเขาไป เพื่อหารือไอเดียในการสร้างธุรกิจใหม่ที่จะผสมผสาน ดนตรี กับ แอปพลิเคชัน เข้าด้วยกัน และในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็ตกผลึกเป็น แอปฯ สตรีมมิงเพลง โดยตั้งชื่อว่า Spotify

แอปพลิเคชัน Spotify เวอร์ชั่นแรกเกิดขึ้นในเดือน เมษายน 2006 โดยตัว Daniel Ek มีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น — แต่กว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในยุโรปก็ย่างเข้า เดือนตุลาคม 2008 เพราะพบกับอุปสรรคในการเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ในช่วงแรก

แอปฯ โดนแอนตี้จากเจ้าของคอนเทนต์

สาเหตุเพราะทัศนคติของอุตสาหกรรมเพลงในสมัยนั้นมองพวกเว็บไซต์ฝากไฟล์ และเว็บสตรีมมิง อย่าง Bittorent และ YouTube ซึ่งเพิ่งถือกำเนิดขึ้นเพียงปีเดียว เป็น ‘ภัยคุกคาม’ ที่ทำให้ค่ายเพลงและศิลปินสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลจากการขายแผ่น CD เพลง และ DVD คอนเสิร์ต

สองผู้ร่วมก่อตั้ง Spotify จึงไม่ได้รับความร่วมมือจากค่ายเพลงและศิลปินนำคอนเทนต์ของพวกเขาไปลงใน Spotify เท่าที่ควร ในขณะที่การเปิดตัวในสหรัฐฯ ก็ต้องเข้าเกณฑ์กฏหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศหลายด่านจนเพิ่งได้รับการอนุญาตให้เปิดบริการในสหรัฐฯ ไปเมื่อปี 2011

ส่งผลให้ Spotify ต้องใช้เวลาถึง 5 ปีแรกในการสร้างฐานผู้ใช้งาน 10 ล้านคนแรก เมื่อเทียบกับ Facebook ที่ใช้เวลาเพียง 2 ปี, และ Instagram ใช้เวลาเพียง 1 ปี

เข้าตลาดหุ้น

 

ด้วยความหลงใหลในธุรกิจ และความเชื่อว่าระบบออนไลน์สตรีมมิงจะ ‘ดิสรัปท์’ อุตสาหกรรมสื่ออย่างแน่นอน — Daniel Ek จึงไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ ที่โหมเข้ามา และในที่สุดก็สามารถเปิดตลาดในสหรัฐอเมริกาสำเร็จในปี 2011 พร้อมของขวัญสุดพิเศษ คือ การแตะ 10 ล้าน MAUs แรก แม้จะเป็น Free user ทั้งหมดก็ตาม และตามมาด้วยการเปิดตลาดในอีกหลายทวีปทั่วโลก

Daniel Ek เดินทางมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตอีกครั้ง เมื่อเขานำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange : NYSE)

Spotify (SPOT) เสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่สาธารณะ วันที่ 3 เมษายน 2018 ณ ราคาเสนอขาย 132 ดอลลาร์ต่อหุ้น และราคาก็วิ่งไปปิดที่ 165.90 ดอล่าร์ต่อหุ้น ส่งผลให้ Daniel Ek ผู้มีสัดส่วนหุ้น 9% กลายเป็นเศรษฐี 2,500 ล้านดอลล่าร์ หรือ ‘75,000 ล้านบาท’ ภายในวันเดียว

ปัจจุบัน Spotify ยังถือว่าเป็นบริษัทเทคสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในการทำ IPO เนื่องจากราคาหุ้นยังคงยืนเหนือระดับราคา IPO เมื่อหลายปีก่อน ในขณะที่หุ้นชื่อดังอย่าง Uber, Dropbox และ Snapchat ต่างราคาดิ่งตั้งแต่ปีแรก และไม่สามารถกลับมายืนเหนือราคา IPO ของตัวเองได้อีกเลยจวบจนวันนี้ (วันนี้ = 8 มีนาคม 2020)

วันนี้ของ Spotify

https://www.statista.com/

ความเชื่อของ Daniel Ek เป็นความจริงแล้วเมื่ออุตสาหกรรมสื่อถูก ดิสรัปท์ โดยออนไลน์และระบบสตรีมมิง ผู้ประกอบการสื่อ อาทิ โทรทัศน์ และดนตรี ต่างให้มาใช้ประโยชน์ของระบบสตรีมมิงในการเผยแพร่และเข้าถึงผู้ชม และหันไปพัฒนาโมเดลรายได้จากช่องทางอื่น อาทิ ขายการแสดงสด ขายพรีเมียมคอนเทนต์ และการขายของที่ระลึก

Spotify จึงได้รับอานิสงค์จากการเปลี่ยนแปลงนี่โดยตรง และมีผู้ใช้งานทั่วโลก ณ วันที่ 1 มกราคม 2020 รวม 271 Monthly active users (MAUs) และมี ผู้ใช้งานแบบชำระเงิน สูงถึง 124 ล้านบัญชี หรือประมาณ 46% ของ MAUs ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูง และคาดว่ามีสัดส่วน Free VS Paid สูงที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับ Apple, และ Amazon

โมเดลรายได้หลักของ Spotify มี 2 ประเภท ได้แก่ Display advertising network หรือ การแสดงป้ายโฆษณาในแพลทฟอร์ม และ Premium membership คือ การสมัครเป็นผู้ใช้งานแบบชำระรายเดือน เริ่มต้นเดือนละ 129 บาท เพื่อการใช้งานแบบปลอดป้ายโฆษณา และเข้าถึงฟังชันและฟีเจอร์ที่มากขึ้น

Spotify มีรายได้ปี 2018 จำนวน 5.25 พันล้านยูโร และปี 2019 จำนวน 6.76 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 28.76% และเป็นปี 2019 ยังเป็นแรกปีกที่บริษัทมีกำไร นับตั้งแต่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2006

อ่านถึงตรงนี้ รับทันทีไม่ต้องลุ้น คูปองส่วนลด 50%

ค้นพบไอเดียหาเงินที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นก้าวแรกบนโลกออนไลน์อย่างมั่นใจ ไม่ถูกหลอก และได้เงินจริง กับ CEO Premium Content ชุด 21 ไอเดียเงินล้านออนไลน์ ในราคาส่วนลด 50% จากราคาหน้าเว็บ 2,000 บาท เหลือ 990 บาท สำหรับคนที่สมัครผ่าน ลิงค์นี้เท่านั้น คูปองส่วนลดมีจำนวนจำกัด รีบดูรายละเอียดก่อนหมดโควต้า ที่นี่ครับ



อ้างอิง

https:// www.cnbc.com/2018/04/04/spotify-ceo-daniel-ek-is-a-billionaire-after-ipo.html

https:// www.cnbc.com/2018/05/22/spotifys-ipo-disrupted-wall-street-what-lies-ahead-now-for-unicorns-looking-to-go-public.html

https:// qz.com/1736762/spotify-grows-monthly-active-users-and-turns-profit-shares-jump-15-percent/

https:// www.investopedia.com/articles/investing/120314/spotify-makes-internet-music-make-money.asp

https:// www.forbes.com/forbes/2012/0116/30-under-30-12-daniel-ek-spotify-music.html#185f463811c2

https:// techcrunch.com/2016/10/14/spotify-co-founder-martin-lorentzon-steps-down-as-chairman-ceo-daniel-ek-steps-up/

https:// en.wikipedia.org/wiki/Spotify

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.