3 วิธีติดปีกรายได้ผู้ประกอบอาชีพ โค้ช เทรนเนอร์ อาจารย์สอนพิเศษ และวิทยากร

0
682

ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวจะมีงานสอนเป็นประจำอาจจะเดือนละครั้ง สัปดาห์ละครั้ง หรือสัปดาห์ละหลายครั้ง ซึ่งอาชีพนี้แม้รายได้ดีแต่เป็นงานที่เหนื่อยมาก โดยเฉพาะการจัดงานสัมมนาขนาดใหญ่ระดับ 100 หรือ 500 คนขึ้นไป ผมทราบมาว่าวิทยากรผู้เป็นเจ้าของงานนี้แทบสลบกันไปเลย

ข่าวดีคือปัจจุบัน เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเต็มไปด้วยเครื่องมือที่ใช้ Leverage หรือ ‘ผ่อนแรง‘ การขายความรู้ของคุณโดยการผลิตเป็น Information products (ผลิตภัณฑ์ความรู้) ที่คุณสามารถทำได้ด้วยเองง่ายๆ ดังนี้ครับ

เนื้อหาที่คุณสอนในงานอบรมต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ ได้แก่

1. หนังสือเล่ม หรือหนังสืออีบุ๊ค

ความยาวของหนังสือหนึ่งเล่มประมาณ 15,000-20,000 คำขึ้นไป จะเทียบเท่ากับพ็อกเก็ตบุ๊คขนาด 150-200 หน้า ความยาวจำนวนนี้ใช้เวลาเขียนประมาณ 30-40 ชั่วโมงบนสมมุติฐานว่า คุณมีเนื้อหาชัดเจนอยู่ในหัวอยู่แล้ว

ราคาขายปลีกหนังสือ และอีบุ๊คอยู่ที่ 200-300 บาท

การถ่ายทอดเนื้อหาลงเป็นหนังสือทำได้ง่ายที่สุด หากทำเป็นอีบุ๊ค คุณสามารถอัพโหลดขายบนร้านหนังสือออนไลน์ Ookbee.com ได้เลย พร้อมรับส่วนแบ่งที่ 60-70% โดยมีเครดิตเทอมก่อนโอนส่วนแบ่งเข้าบัญชีคุณที่ 60 วัน

กรณีสั่งพิมพ์เอง ขายเองโดยตรง เรียกว่า Self-Publishing ผลตอบแทนหลังหักค่าต้นทุนหนังสือ และค่าจัดส่งแล้วจะถึงคุณประมาณ 40-50% โดยการขายแบบ Self-publishing ได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ และในประเทศไทยก็เริ่มเห็นในกลุ่มนักเขียนเฉพาะทางที่มีฐานแฟนคลับของตัวเอง โดยการเปิดขายแบบ Pre-Order เพื่อรับเงินก่อนนำไปผลิตหนังสือ

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น หนังสือ

โค้ช เทรนเนอร์ อาจารย์สอนพิเศษ และวิทยากร ฯลฯ ที่มีเนื้อหาพร้อมแล้วสามารถนำเนื้อหาที่สอนเป็นประจำมาเขียนเป็นหนังสือได้ทันที โดยอาจปรับจากภาษาพูด เป็นภาษาเขียน

ผมเชื่อว่าคุณจะมีสารบัญเนื้อหาที่ใช้ในการบรรยายจัดเรียงเป็นลำดับอยู่แล้ว ดังนั้นจุดเริ่มต้นคือการร่างสารบัญเนื้อหาในเวอร์ชั่นหนังสือออกมาทั้งหมด คุณมีอิสระที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้อ่านโดยการใส่เนื้อหาที่ใหม่ขึ้น หรือแตกต่างจากในงานอบรมได้อย่างเต็มที่ รูปภาพประกอบ และ diagram ประกอบการบรรยายต่างๆ สามารถนำมาบรรจุลงในหนังสือได้เช่นกัน

การทำสารบัญให้จบจะเป็นเข็มทิศให้งานเขียนของคุณ เคล็ดลับคือคุณไม่จำเป็นต้องเขียนเรียงตามลำดับ แต่สามารถเริ่มเขียนจากบทที่คุณสบายใจที่จะเขียนก่อน การทำเช่นนี้จะช่วยให้งานเขียนของคุณมีความคืบหน้าเร็ว และทำให้คุณมีกำลังใจสูงในการเขียนให้จบภายในเวลาที่กำหนด

2. ออดิโอบุ๊ค

เป็นการบันทึกเป็นไฟล์เสียงแล้วอัดเป็นแผ่นซีดี หรืออาจจะทำเป็นดิจิตอลไฟล์เพื่อฟังออนไลน์ก็ได้ สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยเครื่องบันทึกเสียง แต่หากต้องการคุณภาพดีอาจต้องมีความรู้เรื่องเครื่องมือ

ราคาขายปลีกออดิโอบุ๊คอยู่ที่ 300-1000 บาท กำไรไม่น้อยกว่า 50%

อย่างไรก็ดี ทาง Ookbee ก็มีห้องอัดหนังสือเสียง เพียงแต่คุณจำเป็นต้องมีหนังสือเล่มหรือหนังสืออีบุ๊คของตนเองก่อนครับ แต่หากคุณจะทำการอัดออดิโอบุ๊คด้วยตนเอง ก็มีข้อดีคือคุณกำหนดเงื่อนไขหลายๆ อย่างได้ด้วยตนเอง อาทิ คุณไม่จำเป็นต้องทำออดิโอบุ๊คโดยการอ่านจากหนังสือ แต่สามารถเล่าความรู้แบบภาษาพูดในงานสัมมนาลงเป็นไฟล์เสียงได้เลย

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น ออดิโอบุ๊ค

เนื้อหาในออดิโอบุ๊ค จะมีการทำเป็นสารบัญเช่นเดียวกับหนังสือเล่ม และเพราะออดิโอไม่เห็นหน้า ไม่เห็นภาพ จับต้องไม่ได้ เพราะมีแต่น้ำเสียง ดังนั้นการถ่ายทอดจึงต้องมีการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับการ ‘เล่าความรู้’ มีการประกาศการขึ้นหัวข้อใหญ่ของแต่ละบท และหัวข้อย่อยในบทนั้น เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าดำเนินเนื้อหาถึงไหนแล้ว

การถ่ายทอดเนื้อหาควรมีการสื่อสารกับผู้ฟัง ให้เขารู้สึกเหมือนคุณกำลังคุยอยู่กับเขาจริงๆ อาทิ มีการเรียกผู้ฟังว่า ‘คุณ’ เป็นระยะๆ เพื่อให้เขาตื่นตัวว่าคุณกำลังคุยอยู่กับเขา คุณสามารถใส่ลูกเล่น เช่น การทำ Role play กรณีศึกษาประกอบการเล่าความรู้ต่างๆ โดยให้ทีมงานที่ไม่ใช่ตัวคุณมาทำการ Role play ซึ่งรูปแบบนี้มีการทำลงในออดิโอบุ๊ค Power Questions ของ Trainer Nalisa เป็นต้น

3. วีดีโอคอร์ส

วีดีโอคอร์สเป็นผลิตภัณฑ์ความรู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดโดยคุณสามารถขายในราคาเกือบเทียบเท่างานสัมมนา ทั้งนี้ วีดีโอคอร์สมีขึ้นตอนทางเทคนิคมากที่สุด หากคุณทำงานวีดีโอด้วยตัวเอง อาจต้องใช้ทักษะและระยะเวลาในการตัดต่อออกมาเป็นวีดีโอพอสมควรกว่าจะพร้อมขาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บนโลกออนไลน์มีเว็บไซต์ที่ให้บริการถ่ายทำและตัดต่อ รวมไปถึงเป็นหน้าร้านขายวีดีโอคอร์สให้คุณในตัว ได้แก่ SkillLane.com, TaladPanya.com เป็นต้น โดยเว็บไซต์เหล่านี้มีเงื่อนไขแบบ Profit sharing คือส่วนแบ่งจากยอดขาย อาทิ SkillLane 60% : 40% (เจ้าของเนื้อหา 60% เว็บไซต์รับ 40% ทุกๆ การขายที่เกิดขึ้น)

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น วีดีโอคอร์ส

การถ่ายทอดความรู้เป็นวีดีโอคอร์สามารถทำให้ถึง 3 แบบหลักๆ ได้แก่

1. บันทึกจากงานสัมมนา
เป็นวิธีที่ Lean ที่สุด คือคุณจัดสัมมนา จากนั้นจ้างทีมถ่ายทำบันทึกเนื้อหา หรือจะให้ทาง SkillLane ไปทำการบันทึกให้ก็ได้

2. บันทึกการบรรยายในสตูดิโอ
เนื้อหาอาจเหมือนในงานสัมมนาก็ได้ หรือคุณจะปรับเปลี่ยนเพิ่มคุณค่าเฉพาะลงไป และทำการบันทึกใหม่ในสตูดิโอที่จัดขึ้นโดยเฉพาะแล้วตั้งกล่องจับภาพของคุณถ่ายทอดตรงสู่กล้อง

3. บันทึก Screen capture
กรณีนี้เป็นการบันทึกการบรรยายผ่านการจับหน้าจอ Power Point Slide โดยใช้โปรแกรม Camtesia Studio (สำหรับ Window) หรือของ Mac ก็จะมีโปรแกรมบันทึกหน้าจอของเขาต่างหาก จากนั้นคุณก็มาตัดต่อเรียบเรียงอีกครั้งหนึ่ง

เหล่านี้คือ 3 วิธีหลักๆ ในการแพ็กเกจความรู้เป็น Information Products ที่สามารถทำงานและสร้างรายได้แทนคุณ ได้แก่ หนังสือเล่ม/หนังสืออีบุ๊ค, ออดิโอบุ๊ค, วีดีโอคอร์ส

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.