Atomic Habits : เก่งขึ้น 37 เท่าภายในหนึ่งปี แค่ทำแบบนี้วันละ 1%

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

คุณ James Clear เจ้าของผลงานหนังสือขายดีระดับโลก Atomic Habits เสนอว่า การพัฒนาตัวเองที่ให้ผลลัพธ์สูงมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ ‘ความสม่ำเสมอ’ และ โดยอาศัยหลัก Compounding หรือ อัตราทบต้น มาคำนวณผ่านสมการของเขา ทำให้ค้นพบว่า คุณสามารถเก่งขึ้นได้ถึง 37 เท่าภายใน 1 ปี จากการแบ่งเวลาฝึกฝนทักษะใด ๆ ก็ตามเพียง 1% หรือประมาณ 30 นาทีต่อวัน เท่านั้น



คุณ James Clear อธิบายไว้ในงานเขียนของเขาถึงสาเหตุที่ มนุษย์ส่วนใหญ่ล้มเหลวต่อการฝึกฝนและพัฒนาตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย, การลดน้ำหนัก, และการฝึกทักษะใหม่ ๆ เพราะขาดความต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้มนุษย์ขาดความต่อเนื่องสม่ำเสมอ เกิดจากการทำงานของ ‘Brain’s reward system’

กล่าวคือ

สมองของมนุษย์คุ้นชินกับกิจกรรมที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ทันทีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ และเมื่อเราได้ผลลัพธ์ สมองจะหลั่งสารโดพามีน ซึ่งจะทำให้มนุษย์มีความสุขมาก ความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้ก็จะยิ่งทำให้สมองสั่งให้เราโหยหากิจกรรมที่ได้ผลลัพธ์เร็ว ๆ เพื่อที่ได้รับสารโดพามีนเป็นรางวัลตอบแทนซ้ำ ๆ และบ่อย ๆ

และกิจกรรมที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วทันตาในปัจจุบัน ก็มักหนีไม่พ้นเรื่อง กิน ดื่ม เที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น ฯลฯ แต่สำหรับกิจกรรมพัฒนาตัวเองนั้น ไม่อาจเห็นผลภายในวันสองวัน หรือแม้แต่เดือนสองเดือน สมองของคุณจึงไม่ชอบกิจกรรมเหล่านี้ นั่นเอง

อย่างไรก็ดี

คุณ James Clear มีกรณีศึกษามากมายนำไปสู่กลวิธีในการแฮ็กสมองเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองให้กลายเป็นคนใหม่ ที่เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และหันมาเป็นนักสร้างผลลัพธ์ โดย CEO Channels สรุปมาให้ 4 ข้อ จำง่าย ทำง่าย เอาไปใช้ได้เลย ดังนี้ :

1. เจรจากับสมองตัวเองว่า ขอแค่วันละ 30 นาที

ด้วยความที่สมองคนเรามันมีความขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากมีใครสักคนมาบอกกับคุณว่าถ้าอยากสำเร็จต้องฝึกฝนตามกฏ 10,000 ชั่วโมง แค่สมองได้ยินคำว่า 10,000 ชั่วโมง สมองก็จะบอกกับคุณว่ากลับไปดูซีรีย์อย่างเดิมดีกว่า

ดังนั้นให้เปลี่ยนมาเจรจากับสมองของคุณด้วยเทคนิคแบบ Atomic Habits คือ ขอฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ แค่วันละ 30 นาทีเท่านั้น แล้วอีก 1 ปีต่อจากนี้เราจะเก่งขึ้นอีกถึง 37 เท่า

ข้อ 2 สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณปฏิเสธที่จะทำได้ยาก

กรณีศึกษาจาก ดอกเตอร์ แอน ธอร์นด์ไลค์ แพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่เข้าแอดมิทในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ประสบปัญหาผู้ป่วยฝ่าฝืนข้อห้ามดื่มน้ำอัดลม

เมื่อบังคับผู้ป่วยไม่ได้ เธอจึงทดลองย้ายตู้น้ำอัดลมไปไว้ไกล ๆ และเพิ่มจำนวนน้ำเปล่าวางไว้หลาย ๆ จุดทั่วโรงอาหารผู้ป่วย และผลลัพธ์ที่ได้ คือ ยอดจำหน่ายน้ำอัดลมลดลง 11% และยอดจำหน่ายน้ำเปล่าเพิ่มขึ้น 25%

Atomic Habits เรียกกลวิธีนี้ว่า Reducing friction

คุณสามารถใช้กลวิธี Reducing friction โดยการนำอุปกรณ์ที่ต้องใช้ฝึกฝนตัวเองมาวางไว้ในที่ ๆ มองเห็นและหยิบฉวยได้ง่าย เช่น ตั้งไว้กลางบ้าน และไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของบ้านก็จะมองเห็นอุปกรณ์เหล่านั้นเสมอ เหลือแค่พาตัวเองไปหยิบจับมันขึ้นมาฝึกฝน

ข้อ 3 สร้างกฏการให้รางวัลตัวเอง

ปกติเมื่อ สมอง เดินมาเจอทางแยกระหว่าง ฝึกฝน กับ ดูซีรีย์ แน่นอนว่าสมองจะต้องเลือกดูซีรีย์ก่อน และเมื่อคุณยอมให้มันดูซีรีย์ มันจะพาคุณดูซีรีย์ไปตลอดทั้งวันโดยไม่กลับมาฝึกฝนอีกเลย

คุณสามารถแก้ด้วยวิธี ‘สร้างกฏการให้รางวัลตัวเอง’

เช่น คุณร่างสัญญาส่วนตัวว่าจะต้องฝึกฝนตามตารางที่กำหนดไว้ ให้ได้จำนวนที่คุณเคยเจรจากับสมองว่า ขอแค่วันละ 30 นาที หากฝึกฝนเสร็จแล้ว จะให้รางวัลโดยการพาไปดูซีรีย์

ข้อ 4 สร้างกฏการลงโทษตัวเอง

นักธุรกิจชื่อ คุณ Bryan Harris แชร์ประสบการณ์การใช้กฏนี้กับกรณีลดน้ำหนัก โดยเป้าหมายของเขา คือ ต้องการลดน้ำหนัก 90 กิโลกรัม

ในแต่ละวันจะมีตารางกิจกรรมและตารางโภชนาการที่เขาต้องทำให้สำเร็จ และหากเขาทำภารกิจไม่สำเร็จตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เขาจะต้องจ่ายเงินค่าปรับให้กับเทรนเนอร์จำนวน 100 ดอลล่าร์ และให้ภรรยาของตนเองอีก 500 ดอลล่าร์

คุณ Bryan Harris บอกว่าวิธีการนี้ใช้ได้ผล แต่มิใช่เพราะเขากลัวเสียเงิน แต่เพราะเขากลัวถูกตำหนิจากเทรนเนอร์ และกลัวอับอายภรรยา จึงดูเหมือนว่า กรณีนี้ เขาจะกลัวโดนด่า และกลัวอับอาย มากกว่ากลัวเสียเงิน

และนี่คือ 4 Tips เก่งขึ้น 37 เท่าภายในหนึ่งปี จากทำสิ่งเหล่านี้วันละ 1% ที่กลั่นบางส่วนมาจากหนังสือขายดีระดับโลก Atomic Habits



Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email