สรุปวิกฤต แอปคริปโต Voyager Digital ระงับถอนเงินลูกค้ากว่า 3 ล้านราย เพราะขาดสภาพคล่อง

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

วันที่ 1 ก.ค. 2022 นักลงทุนฝั่งโลกตะวันตก ต้องตื่นมาพบฝันร้าย เมื่อ Voyager Digital แอปซื้อขาย-แลกเปลี่ยน คริปโตเคอร์เรนซี่ชื่อดัง ประกาศระงับการ ‘ฝาก-ถอน-เทรด’ เงินและสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ามากกว่า 3 ล้านบัญชี หรือมีมูลค่ารวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท อย่างกะทันหัน




การปิดการถอนสินทรัพย์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากข่าว Three Arrows Capital ถูกศาลสั่งหยุดดำเนินกิจการ และเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ว่าแต่ 2 บริษัทนี้มีความเชื่อมโยงอะไรกันจึงพากันไปเดือดร้อนได้ถึงเพียงนี้? CEO Channels จะสรุปให้ฟัง

รู้จัก Voyager Digital โดยสังเขป

Voyager Digital ก่อตั้งปี 2017 โดย Steve Ehrlich เป็นแอปเทรดคริปโตเคอร์เรนซี่ ค่าธรรมเนียมเทรด 0% ปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Toronto Stock Exchange (TSX)

กิจการโตหลักพัน% ในปีเดียวในช่วงตลาดกระทิง :

– Voyager Digital มีรายได้ ณ ปีปฏิทินสิ้นสุด ธ.ค. 2021 จำนวน 415.8 ล้านดอลล่าร์ เมื่อเทียบกับปีปฏิทิน 2020 มีรายได้ 6.6 ล้านดอลล่าร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 6,200%!

– สินทรัพย์ของลูกค้าในการดูแล ณ ปีปฏิทินสิ้นสุด ธ.ค. 2021 จำนวน 2,600 ล้านดอลล่าร์ จากลูกค้าประมาณ 3.2 ล้านบัญชี เทียบกับปีปฏิทิน 2020 จำนวน 35 ล้านดอลล่าร์ หรือบวกถึง 7,328%

– ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg รายงานว่า Voyager Digital มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมารวมทั้งสิ้นจำนวน 3.5 ล้านบัญชี ณ เดือน พ.ค. 2022

– และมีมูลค่าสินทรัพย์ลูกค้าในการดูแล พุ่งขึ้นมาเป็น 5,800 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 203,000 ล้านบาท บวกไปอีก 123% แม้ยังไม่ครบ 1 ปีปฏิทินปีล่าสุดเสียอีก

สถิตินี้ แสดงให้เห็นถึงเม็ดเงินมหาศาลจากตลาดกระทิงในปีที่แล้ว หลั่งไหลต่อเนื่องต่อมาในปีนี้ ก่อนจะเข้าสู่ภาวะตลาดหมีแบบไม่ทันตั้งตัวในปีนี้ อีกเช่นกัน

จุดเริ่มต้นความพังของ Voyager Digital 

เหตุนี้เอง ที่กำลังจะกลายเป็นวิกฤตที่ Voyager Digital ต้องเผชิญต่อจาก Three Arrows Capital ลูกหนี้รายใหญ่ที่เพิ่งล้มละลายไป โดยที่ผ่านมา Voyager Digital เคยทำเรื่องเสี่ยง ๆ ไม่ต่างจากกิจการคริปโตบางราย ได้แก่

– เสนอค่าธรรมเนียมการเทรด 0%

– เสนอดอกเบี้ยการฝากคริปโตสูง ๆ

– บางเหรียญเสนอผลตอบแทนสูงเกิน 10%

เมื่อมาประกอบกับภาวะกระทิงสุดขีดของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ เมื่อปีที่แล้ว เม็ดเงินจำนวนมหาศาลได้หลั่งไหลมาลงสู่แพลทฟอร์ม Voyager Digital นับแสนล้านบาท

และหนทางที่แพลทฟอร์มจะมีเงินมาจ่ายดอกเบี้ยสูง ๆ ย่อมหนีไม่พ้นการนำสินทรัพย์ของลูกค้าในมือ วนกลับเข้าไปลงทุนในตลาดคริปโต หรือ ปล่อยกู้ให้กับกิจการคริปโตรายอื่น ๆ ซึ่งก็ล้วนอยู่ในตลาดที่มีความเสี่ยงสูงพอกันทั้งสิ้น

และหนึ่งในลูกหนี้รายใหญ่ของ Voyager Digital ก็คือ กองทุน Three Arrows Capital ที่ดันมาถูกศาลสั่งล้มละลายไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา

เมื่อลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ขาดสภาพคล่องทันที 

วันที่ 16 มิ.ย. กองทุนเฮด์ฟันด์ Three Arrows Capital ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้คืนแก่ Voyager Digital มูลค่ารวม 670 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 23,450 ล้านบาท ก่อนจะตามมาด้วยข่าวใหญ่ช็อกวงการคริปโต

วันที่ 29 มิ.ย ว่า Three Arrows Capital ถูกศาลหยุดดำเนินกิจการ และเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และนั่นหมายความว่าโอกาสที่ Voyager Digital จะได้รับหนี้ก้อนนี้อาจยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด ได้ไม่ครบ หรือแย่สุด คือ ไม่ได้เลย

ปิดระบบฝากถอนเทรด

หลังจากข่าวล้มละลายของ กองทุน Three Arrows Capital เผยแพร่ออกมาเพียงวันเดียว วันที่ 1 ก.ค. Voyager Digital ก็ได้ตัดสินใจประกาศ ปิดการ ฝาก-ถอน-เทรด เงินและสินทรัพย์ดิจิทัลภายในแพลทฟอร์มโดยไม่มีการระบุว่าจะปิดถึงเมื่อไร

ลำดับเหตุการณ์น่าเป็นห่วงของ Voyager Digital โดยคร่าว ดังนี้ :

– หลัง Voyager Digital ถูกผิดนัดชำระหนี้เมื่อ 16 มิ.ย. จำนวน 23,450 ล้านบาท ทางแอปก็เริ่มจำกัดจำนวนถอนสินทรัพย์ลงเหลือ 25,000 ดอลล่าร์ต่อวัน/ลูกค้า

– วันที่ 23 มิ.ย. จำกัดจำนวนถอนสินทรัพย์ลงไปอีกจนเหลือ 10,000 ดอลล่าร์ต่อวัน/ลูกค้า ก่อนที่จะปิดการถอนโดยสิ้นเชิงในวันที่ 1 ก.ค. หลังมีข่าว Three Arrows Capital เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

– เท่าที่ทราบแน่ชัด ณ เวลานี้ คือ Voyager Digital ถูกผิดนัดชำระหนี้จำนวน 23,450 ล้านบาท แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเจ้าหนี้รายอื่น ๆ อีกหรือไม่ รวมเป็นมูลหนี้ทั้งหมดเท่าไร

– ล่าสุด Voyager Digital เผยเพียงว่าบริษัทมี สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเป็นสภาพคล่องเฉพาะในส่วนที่บริษัทเป็นเจ้าของ จำนวน 137 ล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 4,795 ล้านบาท

– ตอนนี้ Alameda Research บริษัทคริปโตที่ร่วมก่อตั้งโดยเจ้าของ FTX เสนอวงเงินกู้เพื่อพยุงกิจการจำนวน 500 ล้านดอลล่าร์แก่ Voyager Digital แล้ว

– Voyager Digital รับข้อเสนอ และได้เบิกเงินกู้จำนวน 75 ล้านดอลล่าร์มาใช้แล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาใด ๆ ได้

– ในประกาศของ Voyager Digital บอกว่าปิดการฝากถอนสินทรัพย์เพื่อปกป้องแพลทฟอร์ม ระหว่างนี้จะขอเวลาไปเสาะหาแนวทางแก้ไขปัญหาของแพลทฟอร์มต่อไป

– คำประกาศนี้เกือบจะไม่ต่างจาก CelciusNetwork ที่ประกาศปิดการถอนสินทรัพย์ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ เพื่อปกป้องแพลทฟอร์มและชุมชน โดยไม่มีกำหนดว่าจะเปิดเมื่อไร

บัดนี้ล่วงเลยมาถึง 18 วันแล้ว ทาง Celcius ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่ลูกค้าหลายคนเดือดร้อนอย่างมากจากการนำเงินเก็บกึ่งหนึ่งของชีวิตมาค้างเติ่งในแพลทฟอร์มเหล่านั้น เป็นต้น

สรุป

ในวงการคริปโตเคอร์เรนซี่มักมีคำกล่าว “Not your key not your coin”

เพื่อเตือนใจนักลงทุนว่าไม่ควรฝากคริปโตไว้ในแอปเทรดต่าง ๆ และตราบใดที่คริปโตไม่ถูกเก็บไว้ใน คริปโตวอลเลทของคุณ มันก็จะยังไม่ใช่สินทรัพย์ของคุณอย่างแท้จริง

และในช่วงตลาดหมีคริปโตครั้งนี้ บรรดาเว็บแอปเทรดก็ได้แสดงพฤติกรรมที่ทำให้เห็นแล้วจริง ๆ ว่า วันดีคืนดี พวกเขาจะลุกขึ้นมากดปุ่มระงับการถอน และยึดสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณเมื่อไรก็ได้ และยึดไว้นานแค่ไหนก็ได้

คุณอาจสนใจ 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.prnewswire.com/news-releases/voyager-digital-reports-revenue-of-us175-million-for-fiscal-2021-and-provides-business-update-301411900.html

https://www.prnewswire.com/news-releases/voyager-digital-announces-estimated-revenue-of-approximately-usd100-million-to-105-million-for-the-quarter-ended-march-31-2022-301519897.htm

https://www.prnewswire.com/news-releases/voyager-digital-reports-revenue-of-us164-8-million-for-the-quarter-ended-december-31–2021–301482307.html

https://www.bloomberg.com/press-releases/2022-05-16/voyager-digital-reports-revenue-of-us-102-7-million-for-the-quarter-ended-march-31-2022

https://www.cnbc.com/2022/07/01/voyager-digital-suspends-all-trading-deposits-and-withdrawals-.html

https://blockchain.news/news/voyager-digital-issues-loan-default-notice-to-three-arrows-capital-on-over-670-million-debt

https://www.investvoyager.com/investorrelations/overview/



Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email