กรณีศึกษา Graham Stephan รายได้ YouTube เดือนละ 10 ล้านบาท ทำงานคนเดียว

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

คนจำนวนไม่น้อยอยากมีธุรกิจที่สร้างรายได้เดือนละหลักหลายล้านบาท แต่ไม่อยากมีพนักงานประจำ ว่าแต่จะเป็นไปได้อย่างไร ที่คน ๆ หนึ่งจะสามารถสร้างธุรกิจที่ทำเงินมากขนาดนั้นโดยไม่มีภาระค่าจ้างพนักงานประจำเลยแม้แต่คนเดียว

CEO Channels มีกรณีศึกษาของเจ้าของธุรกิจสื่อที่ใช้ YouTube และเครื่องมือออนไลน์ต่าง ๆ ในการสร้างรายได้หลากหลายแนวทางจนสามารถทำเงินไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ด้วยตัวคนเดียว เขาทำอย่างไรไปดูกันเลยครับ

ชายอเมริกันวัย 32 ปีผู้นี้มีชื่อว่า Graham Stephan

เขาเป็น YouTuber สายการเงินการลงทุน ปัจจุบันเป็นเจ้าของยูทูป 4 ช่อง โดยช่องหลัก คือ Graham Stephan มีผู้ติดตามมากกว่า 4 ล้าน Subscribers และเฉพาะช่องนี้ช่องเดียวก็ทำเงินให้เขาสูงถึงกว่า 7 ล้านบาทต่อเดือนเข้าไปแล้ว

Graham Stephan เกิดในครอบครัวที่มีฐานะไม่ค่อยดี

เขาดรอปเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงชีพตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนจะมาถูกใจและปักหลักกับอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้เขาสามารถตั้งตัวได้ และมีเงินเก็บเพียงพอต่อการแบ่งไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่าในช่วงอายุเลขสองกลาง ๆ

หลังจากสะสมประสบการณ์ในวงการอสังหาริมทรัพย์เรื่อยมาจนถึงอายุ 27 ปี เขาตัดสินใจเปิดช่องยูทูป Graham Stephan ในเดือน มกราคม ปี 2017 เพื่อแบ่งปันข้อมูลความรู้ในวงการอสังหาริมทรัพย์

คลิปแรกเป็นการใช้สมาร์ทโฟน ถ่ายวีดีโอเซลฟี่ตัวเอง บอกเล่าประสบการณ์แบบง่าย ๆ โดยคลิปแรกมีคนดูเพียง 10 View เท่านั้น

แต่เนื่องจาก Graham มีรายได้หลักจากอาชีพและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกกดดันเรื่องยอดวิวยูทูปมากนัก และเดินหน้าโพสต์วีดีโอที่มีเนื้อหาคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอแม้จะมีคนดูน้อยมากก็ตาม

แต่ผลจากการโพสต์วีดีโอสม่ำเสมอนั้นเองได้เกิดปรากฏการณ์ ‘Snowball Effect’

การเติบโตแบบลูกหิมะกลิ้ง ที่เป็นการเติบโตสะสมอย่างช้า ๆ แต่สม่ำเสมอจนมารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหิมะลูกใหญ่ที่ทรงพลัง ดังนี้ :

รายได้จากค่าโฆษณา YouTube AdSense 

– ปี 2017 จำนวน 26,000 ดอลล่าร์

– ปี 2018 จำนวน 260,000 ดอลล่าร์

– ปี 2019 จำนวน 1,600,000 ดอลล่าร์เศษ

– ปี 2020 จำนวน 2,500,000 ดอลล่าร์เศษ จาก 3 ช่องยูทูป

และในปี 2021 เขาได้เปิดเผยรายได้ของแต่ละช่องผ่านคลิปวีดีโอที่มีชื่อว่า ‘How Much I Make With 3 Million Subscribers‘ และผ่านแหล่งข้อมูลอื่น ๆ โดย CEO Channels รวบรวมมาสรุป ดังนี้ :

– Graham Stephan ช่องหลัก รายได้ประมาณ 200,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– Graham Stephan Show ช่องแนว Reacts รายได้ประมาณ 45,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– Ice Coffee Podcast ช่องสัมภาษณ์แขกรับเชิญ รายได้ประมาณ 8,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– Millennial Money ช่องรวมแก๊งยูทูปเบอร์การเงินจับกลุ่มสนทนา เป็นช่องใหม่ล่าสุด จึงยังไม่มีรายงานรายได้

– ธุรกิจขายกาแฟออนไลน์ BankRoll Coffee โดยใช้ระบบ E-commerce ของ Shopify รายได้เฉลี่ย 31,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– คอร์สออนไลน์สอนอสังหาริมทรัพย์และสอนทำยูทูปโดยใช้ระบบ E-learning ของ Teachable รายได้เฉลี่ย 41,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– Sponsorship พูดแนะนำสินค้าในวีดีโอ รายได้ประมาณ 4,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

– Amazon Affiliate แนะนำสินค้าผ่านลิงค์ Affiliate รายได้ประมาณ 3,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน

รวม 332,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 11,620,000 บาทต่อเดือน!

และนี่เป็นจุดที่ Graham Stephan เพิ่งเริ่มมีพนักงานประจำเป็นของตัวเองจำนวน 1 คนถ้วน (นอกเหนือจาก Freelance video editor จ้างแบบไม่ประจำอยู่ก่อนแล้ว 1 คน)

4 เคล็ดไม่ลับความรวยของ Graham Stephan

1. เลือกคอนเทนต์ที่ทำเงินจากค่าโฆษณาสูงสุด

YouTube AdSense คำนวณผลตอบแทนแบบ Revenue per Mile (RPM) แปลว่า ค่าโฆษณาต่อ 1,000 วิว โดยแต่ละประเทศจะมี RPM ต่างกัน รวมไปถึงประเภทเนื้อหาก็ยังมี RPM ที่ต่างกัน

ยกตัวอย่าง ช่องไทยเนื้อหาบันเทิงอาจมี RPM ระหว่าง $0.20 – 0.30 ในขณะที่ช่องไทยเนื้อหาการเงินอาจมี RPM จำนวน $2.00 – 3.00 ซึ่งสูงมากกว่า 1,000% แต่หากเป็นช่องการเงินภาษาอังกฤษ RPM จะสูงกว่าช่องการเงินไทยขึ้นไปอีก 5 – 10 เท่าตัว

กรณีช่อง Graham Stephan มี RPM เฉลี่ย 15 ดอลล่าร์/1 พันวิว และบางวีดีโอเคยสูงถึง 30 ดอลล่าร์/ 1 พันวิว เลยทีเดียว

2. ผสมผสานคอนเทนต์ ‘In-trend’ สลับกับ ‘Evergreen’

ช่อง Graham Stephan มีคลิปใหม่สัปดาห์ละ 3 คลิป เผยแพร่สม่ำเสมอตรงตามวันที่กำหนด โดยแบ่งเป็นคอนเทนต์ In-trend 2 คลิป และคอนเทนต์ Evergreen 1 คลิป

In-trend คือ เรื่องราวที่เป็นข่าวดังกระแสร้อนในวงการการเงินการลงทุนในสัปดาห์นั้น ๆ ซึ่งคอนเทนต์แนวนี้จะได้ยอดวิวที่รวดเร็วเพราะคนสนใจเป็นพิเศษ แต่อายุความนิยมจะสั้นมากเช่นกัน คือ ไม่เกิน 1 สัปดาห์

ในขณะที่ Evergreen คือ คอนเทนต์แก่นความรู้การเงินการลงทุน อาจได้ยอดวิวช้ากว่าในช่วงแรก แต่จะไปได้ยอดวิวสะสมในระยะยาวหลังจากผ่านไป 3 เดือน 6 เดือน หรือแม้แต่ 1 ปีไปแล้วก็ยังมีคนมาดูคอนเทนต์ประเภทเรื่อย ๆ ผ่านทาง Search engine

3. พัฒนาโปรดักท์ของตัวเอง

Graham พัฒนาแบรนด์สินค้าของตัวเองทั้ง Digital product และ Physical product ได้แก่ คอร์สออนไลน์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และคอร์สออนไลน์สอนทำยูทูป โดยใช้ระบบอีเลิร์นนิ่งของ Teachable ในการบริหารโรงเรียนออนไลน์

ส่วน Physical product ได้แก่ แบรนด์กาแฟยี่ห้อ BankRoll Coffee ใช้ระบบอีคอมเมิร์ซของ Shopify ในการบริหารการรับออเดอร์ โดยปัจจุบันเขามีลูกค้าในระบบมากกว่า 17,000 คน

สินค้าทั้ง 2 ประเภทใช้สื่อออนไลน์ที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนเป็นพื้นที่ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้าโดยเขาไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาออนไลน์อย่าง Facebook Ad หรือ Google Ad แต่อย่างใด

4. แบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ในตลาดต่าง ๆ

Graham เป็นนักลงทุนระยะยาวตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เขามีความเข้าใจพลังของการนำเงินไปวางใน สินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อการเก็บรักษาความมั่งคั่งของตนเอาไว้

เขาเคยเผยกับ CNBC เมื่อกลางปี 2021 ว่าเขาแบ่งรายได้ในอัตราสูงถึง 60% ไปกับการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ในทุกระดับความเสี่ยง อาทิ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุน คริปโต รวมไปถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การฝากประจำ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save