กรณีศึกษา ปั้นธุรกิจ Software เงินล้าน ใน 120 วัน ด้วยตัวคนเดียว-ไม่พึ่งนายทุน โดย อดีตพนักงาน Tesla

ธุรกิจซอฟต์แวร์บริการ หรือ Software as a Service (SaaS) เป็นหนึ่งในประเภทธุรกิจที่มีคนจำนวนไม่น้อยอยากทำ เพราะคุณสมบัติที่จะสร้าง Passive income และโอกาสในการขายกิจการให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในราคาสูงในอนาคต ฯลฯ



แต่อุปสรรคอันดับต้น ๆ ของธุรกิจนี้ อาทิ ความยากในการขยายจำนวนผู้ใช้งาน, ความไม่ทำกำไรในช่วงหลายปีแรก, และอาจต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอกจำนวนมากเป็นเวลาหลายปี ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ผู้สนใจบางกลุ่ม กังวลถึงความเสี่ยงดังกล่าว

วันนี้ CEO Channels มีกรณีศึกษาของเจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์บริการ ที่ทำลายอุปสรรคดังกล่าวสำเร็จ พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่มีความรู้ในการเขียนโค้ด ไม่มีความรู้ในตลาดกลุ่มเป้าหมาย และไม่พึ่งพานายทุน บุคคลดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Carl Mattiola’ อดีตหัวหน้าทีมฝ่ายขายออนไลน์บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของ Clinic Metrics – ซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจกายภาพบำบัด

จุดเริ่มต้น

Carl Mattiola ทำงานที่ Tesla เป็นเวลาหลายปี และตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออก คือ หัวหน้าทีมฝ่ายขายออนไลน์ โดยเขาเคยมีส่วนร่วมในการสร้างการเติบโตของยอดขายฝั่งออนไลน์หลายพัน % ให้แก่ Tesla

เขาเคยให้สัมภาษณ์ทางสื่อออนไลน์ว่า แม้เขาจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการเงินจากบริษัทในฝันของใครหลายคน แต่เขายังไม่รู้สึกเติมเต็ม และยังอยากทำอะไรที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งย่อมหนีไม่พ้น ‘การเป็นนายตัวเอง’

กระทั่งวันหนึ่งในปี 2012; Carl มีโอกาสได้ฟัง Smart Passive Income Podcast ตอนที่ 46; – Podcast ตอนดังกล่าวสัมภาษณ์นักธุรกิจซอฟต์แวร์ชื่อ Dan Maxwell เจ้าของธุรกิจ SaaS และนั่นคือบทสัมภาษณ์เปลี่ยนชีวิต ที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าอยากทำธุรกิจประเภทนี้

Carl เคยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ช่วงเวลาตื่นรู้ว่าตนเองอยากทำอะไรนั้นน่าตื่นเต้นสุด ๆ แต่ช่วงเวลาของการลงมือทำจริงนั้นน่าหดหู่ใจเหลือเกิน

ชีวิตจริงมันเต็มไปด้วยอุปสรรค เขาไม่มีเงินทุนมหาศาล, ไม่มีความรู้ในการเขียนโค้ด, และไม่มีความรู้ในตลาดกลุ่มเป้าหมายที่จะไปบุกเบิก แต่หลังจากเขาผ่านอุปสรรคไปได้ เขาก็ได้สรุปเป็น 4 ขั้นตอนพัฒนาธุรกิจ SaaS จาก 0 ดังนี้ –

4 ขั้นตอนปั้นธุรกิจ SaaS จาก 0 โดย Carl Mattiola

โปรเจคปั้นธุรกิจ SaaS เริ่มต้นในเดือน พฤศจิกายน 2012 โดยหลักคิดตั้งต้นของ Carl คือ จะต้องค้นหาปมปัญหาของกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากผู้ให้บริการรายอื่นในตลาด และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทำได้ดีกว่ามาตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย

ขั้นตอนที่ 1. มองหาความต้องการของผู้ใช้งาน :

ณ จุดนี้ Carl ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำผลิตภัณฑ์อะไรให้กับใคร เขาจึงใช้วิธีสำรวจไปยังหลาย ๆ อุตสาหกรรมที่เขาสนใจในระดับหนึ่ง

มีการใช้ Google search engine เพื่อค้นหาว่า อุตสาหกรรมที่เขาสนใจ มีการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปประเภทใดบ้าง ราคาค่าบริการของซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เท่าไร และเขาใช้เว็บไซต์ซื้อขายธุรกิจอย่าง BizBen.com เพื่อดูรายได้ต่อปีของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมว่าทำเงินเท่าไร คุ้มค่าน่าเข้าไปลงทุนด้วยเงินและเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดนั้นหรือไม่ ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 2. คัดกรองตลาด :

คัดกรองให้เลือกเพียง 2 ตลาดที่สนใจมากที่สุด และคัดต่อจนเหลือเพียง 1 ที่มั่นใจว่าจะลุยกับมันจริง ๆ โดย 2 ตลาดสุดท้ายที่เข้ารอบในใจของเขส ได้แก่ ตลาด ‘Physical Therapy’ (สถานกายภาพบำบัด) และ ‘Home Health’ (กายภาพบำบัดที่บ้าน)

ณ จุดนี้ Carl ต้องใช้วิธีโทรไปพูดคุยกับคนที่ดำเนินกิจการนั้น ๆ เพื่อตัดสินใจขั้นเด็ดขาดว่ารู้สึกพอใจกับตลาดไหนมากกว่ากัน และเมื่อประกอบกับสมัยวัยรุ่นที่ตัวเขาเองเคยได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และเคยมีประสบการณ์ดี ๆ จากการทำกายภาพบำบัดมาก่อน ในที่สุด เขาจึงเลือกตลาดกายภาพบำบัด

ขั้นตอนที่ 3. ระดมข้อมูล :

เป็นขั้นตอนที่ทำให้หนักหน่วงสำหรับ Carl เพราะเขาต้องระดมข้อมูลการทำงานจริงและปัญหาจริงที่ผู้ประกอบกิจการ Physical Therapy ประสบอยู่ เขาต้องไปเสาะหาและรวบรวมเบอร์ติดต่อนับพัน ๆ รายชื่อ และส่งอีเมล์ไปแนะนำตัวทีละคน ๆ และหากมีการตอบกลับก็จะนัดสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ต่อไป

แม้จะติดต่อไปหาผู้ประกอบการหลักพันคน แต่อัตราการตอบรับที่จะให้สัมภาษณ์มีเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น และสุดท้าย คนที่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อเขามากที่สุด เหลือประมาณ 32 คนเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ :

เมื่อได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากกลุ่มเป้าหมายตัวเป็น ๆ มาแล้ว เขาจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาร่างรายละเอียด โครงสร้าง ฟังชั่น และฟีเจอร์ของซอฟต์แวร์ที่เขาอยากได้ ส่งให้กับโปรแกรมเมอร์แบบเอาต์ซอสนำไปพัฒนาให้เป็น Beta version

เมื่อปลุกปั้นจนได้ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานเบื้องต้นแล้ว เขาก็เปิดตัวให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการนับพัน ๆ รายชื่อที่เขาเก็บรวบรวมมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานั่นเอง

ผลลัพธ์หลังเปิดตัว Clinic Metrics

Clinic Metrics ใช้เวลาในการพัฒนาทั้งสิ้น 120 วัน คือระหว่าง พฤศจิกายน 2012 ถึง เมษายน 2013

Carl Mattiola มีฐานข้อมูลผู้ประกอบการสถานกายภาพบำบัดในมือนับพัน ๆ รายชื่อ เขาจึงไม่ต้องทำการตลาดหรือซื้อโฆษณาออนไลน์ใด ๆ

Clinic Metrics เก็บค่าบริการรายเดือนตามจำนวนสาขา ดังนั้น หากลูกค้า 1 รายมีหลายสาขา มูลค่าสมาชิกรายเดือนต่อหัวจากสูงขึ้น โดยในปีแรกที่เปิดบริหาร เขามีลูกค้า 5 ราย และมีรายได้รวม 2,400 ดอลล่าร์ ต่อเดือนทันที

ปัจจุบัน Clinic Metrics อยู่ตัวแล้วและสร้างรายได้หลักแสนดอลล่าร์ต่อปี โดยที่ Carl แทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก ทำให้เขามีเวลาไปพัฒนาโปรเจคอื่น ๆ ต่อไป

โปรเจคล่าสุดของเขา คือ บริษัท Breakthrough PT Marketing ให้บริการงานกลยุทธ์และเครื่องมือการตลาดออนไลน์สำหรับเจ้าของ สถานกายภาพบำบัด

Carl Mattiola ให้สัมภาษณ์ผ่าน Smart Passive Income Podcast ว่าเขาเกือบจะเลิกล้มโปรเจค Clinic Metrics หลายครั้งตลอด 4 เดือนของการพัฒนา อุปสรรค ปัญหา คำพูดดูถูก และความเหนื่อยล้าท้อใจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในช่วงสร้างธุรกิจใหม่

จิตใจที่เข้มแข็ง ความเพียรไม่ท้อถอย ล้มได้แต่ไม่เลิก คือสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เขาไปต่อจนถึงเส้นชัย

คุณอาจสนใจ :



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save