สรุปวิกฤตเหล็กจีน ยอดขายตก-สต็อกบวม ความต้องการลดฮวบ 14%

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

สถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ที่กลับมาระบาดในประเทศจีน ทางการงัดนโยบายล็อกดาวน์กลับมาใช้ในบางพื้นที่ กำลังทำให้ผู้ผลิตเหล็กจีนได้รับผลกระทบ ยอดขายเหล็กตก ความต้องการในประเทศลดฮวบ 14% และผู้ผลิตเหล็กต่างกำลังประสบปัญหาสต็อกสินค้าบวม ในฐานะที่ จีน เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ เหตุการณ์นี้ส่งผลต่อตลาดเหล็กโดยรวม อย่างไร CEO Channels จะสรุปให้ฟัง




ประเทศจีน ขึ้นชื่อเป็นผู้ผลิตเหล็กอันดับ 1 ของโลก

โดยในปี 2020 จีนผลิตเหล็กดิบปริมาณสูงถึง 1,064 ล้านเมตริกตันเศษ ในขณะที่อันดับ 2 คือ สหภาพยุโรป ผลิตเหล็กดิบ 139 ล้านเมตริกตัน และอันดับ 2 อินเดีย 100 ล้านเมตริกตัน

ด้วยเหตุนี้เอง จีน จึงยังกลายเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบหลัก เช่น Iron ore หรือ แร่เหล็ก รายใหญ่ของโลก โดยมี ออสเตรเลีย และ บราซิล เป็น 2 ประเทศผู้จำหน่ายแร่เหล็กรายใหญ่ให้แก่จีน

ดังนั้น เมื่อจีนกำลังประสบปัญหายอดขายเหล็กตก ผู้ขายวัตถุดิบเหล็กให้กับจีนก็จะถูกลดปริมาณการสั่งซื้อ และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง ก็จะถูกลดการใช้บริการตามไปด้วย หรือเรียกได้ว่า เดือดร้อนกันทั้ง Supply chain กันเลยทีเดียว

อะไร คือ สาเหตุที่ความต้องการใช้เหล็กในจีนลดลง?

สืบเนื่องจากนโยบายล็อกดาวน์พื้นที่ของจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ที่ถูกนำกลับมาใช้เป็นระยะ ๆ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ และ ก่อสร้าง ต้องสะดุดหรือหยุดชะงักโครงการ

โดยสถิติ ครึ่งปีแรก 2022 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ดังนี้:

– การลงทุนด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 4%

– ยอดขายบ้านลดลง 34.5%

ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เทียบกับปีที่แล้ว

– เหล็กดิบ Crude steel ความต้องการลดลง 14%

– เหล็ก Hot-rolled ราคาร่วงประมาณ 28 – 29%

– แร่เหล็ก Iron ore ราคาร่วงประมาณ 31%

Demand ลดลง แต่ Supply ในประเทศเพิ่มขึ้น

ในขณะที่ความต้องการเหล็กลดลง แต่ทั้งศักยภาพในการผลิต และสต็อกเหล็กของจีนกลับเพิ่มขึ้น ดังนี้:

– ความสามารถในการผลิตเหล็กของประเทศแตะระดับ 90% สูงที่สุดในรอบ 13 เดือน

– เดือน พ.ค. 2022 ปริมาณผลผลิต (Output) เพิ่มขึ้น 1 – 3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

– ระดับสต็อก (Inventory level) เหล็ก +12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

Richard Lu ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเหล็กจากสำนักวิเคราะห์ CRU Group เปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า ปริมาณสต็อกเหล็กของจีน ณ ขณะนี้จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือนในการเคลียร์สต็อก ภายใต้เงื่อนไขความต้องการเทียบสมัยเศรษฐกิจก่อนเกิดสถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ระบาด

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้ผลิตจีน คืออะไร?

Richard Lu เผยว่า แม้ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเหล็กจะลดลง แต่โรงงานเตาหลอมเหล็กทั่วประเทศจีนก็ไม่สามารถหยุดปฏิบัติการได้

เพราะหากปิดเตาหลอมสนิทแล้ว จะต้องใช้งบประมาณ และพลังงานมหาศาลในการเปิดเตาใหม่ และอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนในการทำให้กำลังของเตาหลอมทั่วประเทศกลับมาอยู่ในระดับเดิม

ผู้ผลิตจึงเลือกที่จะใช้วิธีผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กคุณภาพต่ำ เพื่อเลี้ยงเตาหลอมให้ทำงานไปพลาง และหันไปขายผลิตภัณฑ์ราคาถูก

แม้จะมีกำไรน้อย ไปจนถึงไม่มีกำไรเลย แต่ก็เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนจ่ายค่าแรง และค่าใช้จ่ายของโรงงาน จนกว่าสถานการณ์ในประเทศจีนจะคลี่คลาย และความต้องการเหล็กกลับมาเป็นปกติ อีกครั้ง



ข้อมูลอ้างอิง

https://www.cnbc.com/2022/06/24/chinas-steel-mill-owners-are-in-a-bad-mood-as-demand-takes-a-hit.html

https://www.reuters.com/world/china/chinas-factory-activity-falls-slower-pace-covid-curbs-ease-2022-05-31/

https://www.aljazeera.com/news/2022/5/16/shanghai-says-it-will-return-to-normal-on-june-1

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_steel_production

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email