Arib Khan ผู้ก่อตั้ง Musicfy แอปฯ AI ดนตรี Text-to-Music และ Voice cloning ฯลฯ สร้างเพลงได้โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมีพื้นฐานดนตรี เขาใช้เวลาเพียง 7 วันในการสร้างเวอร์ชั่นเบต้าขึ้นมาง่าย ๆ ขึ้นมาให้คนได้ทดลองใช้จริง ก่อนที่ปัจจุบันมันได้กลายเป็นแพลตฟอร์มผลิตดนตรีด้วย AI ครบเครื่อง ที่ทำเงินให้เขาเฉลี่ย คิดเป็นเงินไทยประมาณ 150,000 – 200,000 บาท ต่อวัน! เรื่องราวเป็นอย่างไร CEO Channels จะสรุปให้ฟังครับ
#จุดเริ่มต้น
Arib Khan เริ่มเข้าวงการเทคสตาร์อัพตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ทำงานในบริษัทด้าน Web3 และมีส่วนร่วมงานกับทีมงานในการระดมทุนโปรเจคกว่า 2 ล้านดอลลาร์
เมื่ออายุ 16 ปี เขาทำงานที่ Buildspace สตาร์ทอัพด้านการศึกษาสำหรับผู้ประกอบการ ที่สอนให้คนเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ตลอด 7 เดือน ที่นั่น เขาซึมซับวิธีคิดแบบผู้สร้างสตาร์ทอัพ และยังใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องการเขียนโค้ด ทดลองสร้างโปรเจกต์เล็ก ๆ และติดตามเทรนด์เทคโนโลยีบนเว็บไซต์ อาทิ Arxiv, Hugging Face, และ Hacker News เป็นต้น
จากวัยรุ่นธรรมดา Arib ค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็น “Self-taught engineer” ที่เรียนรู้จากการสร้างจริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่จะพาเขาไปสู่ Musicfy
#ก่อตั้งธุรกิจ
จุดเปลี่ยนสำคัญ Arib Khan เกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 18 – 19 ปี เขาได้อ่านเอกสารงานวิจัยจากจีนเกี่ยวกับ Voice Style Transfer หรือโปรแกรมถ่ายโอนเสียง ประจวบเหมาะกับกระแสเพลง AI Kanye West ที่กำลังไวรัลใน Discord เขาจึงเล็งเห็นว่าตลาดกำลังเรียกร้องเครื่องมือที่ช่วยให้ใครก็สร้างเพลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการผลิตเสียง
เขาจึงเริ่มพัฒนาโปรเจคของตัวเอง ดังนี้ –
– ประมาณต้นปี 2023 Arib Khan ศึกษางานวิจัยจีนเรื่อง Voice Style Transfer โดยกระแสเพลง AI Kanye West ใน Discord จุดประกายไอเดีย
– เขาใช้เวลาเพียง 7 วันในการสร้างแอปพลิเคชั่น และเปิดตัวในชื่อ Musicfy เวอร์ชั่นเบต้า (เวอร์ชั่นทดลอง เน้นฟังชั้นพื้นฐาน) ในเดือน เมษายน 2023 ตอนนี้เขามีอายุประมาณ 19 ปี
– โปรโมทผ่าน Discord AI Hub และมีผู้สมัครใช้งานทะลุ 100,000 คนภายใน 2 สัปดาห์
– ตัดสินใจเปิดให้บริการแบบเรียกเก็บเงินแทบจะทันที เพราะเริ่มมีค่าใช้จ่ายในการใช้ GPU จำนวนมาก
– ทันทีที่เรียกเก็บเงิน คนพร้อมจ่าย วันแรกทะลุ 2,000 ดอลล่าร์ เริ่มพอจ่ายค่าระบบ
#เกือบโดนค่ายเพลงฟ้อง
เส้นทางสู่สตาร์ทอัพ AI ด้านดนตรีระดับโลกดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่แล้วเพียงไม่ถึง 1 เดือนหลังการเปิดตัว ความสำเร็จของ Musicfy ก็ถูกท้าทาย เมื่อ Universal, Sony และ Warner Music ส่งจดหมายสั่งหยุดใช้งาน เนื่องจากแพลตฟอร์มเปิดให้สร้างเพลงด้วยเสียงศิลปินชื่อดังอย่าง Drake และ Kanye West
– รีบปรับวิธีการทำงานทันที ลบเสียงศิลปินดัง ป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์
– เปิดให้ผู้ใช้เทรนเสียงเอง (Custom Voice Model)
– สร้างเสียงใหม่หลีกเลี่ยงลิขสิทธิ์ จากการผสมเสียงผู้ใช้งานนับร้อย ๆ คน
– แพลตฟอร์มเปลี่ยนโฟกัสสู่ความยั่งยืนและการสร้างสรรค์ที่เสี่ยงต่อข้อกฎหมายน้อยลง
การเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาด้านกฎหมาย แต่ยังสร้างความแตกต่างเชิงกลยุทธ์ให้ Musicfy กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เน้น การสร้างสรรค์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืนในระยะยาว
#ผลลัพธ์ปัจจุบัน
หลังจากพิสูจน์ว่าผู้ใช้ยอมจ่ายจริง Arib Khan เร่งขยาย Musicfy ด้วยกลยุทธ์แบบสตาร์ทอัพเต็มสปีด ใช้ระบบ Affiliate partner, จับมือกับอินฟลูฯ เพื่อทำคอนเทนต์ ฯลฯ และยังสามารถดึงคนวงการระดับโลก อย่าง Louis Bell โปรดิวเซอร์ผู้เคยร่วมงานกับ Taylor Swift และ Justin Bieber มาใช้งาน Musicfy
– ต้นปี 2023 เปิดตัวสัปดาห์แรก มีผู้สมัครใช้งานแตะ 100,000 บัญชี
– สิ้นปี 2023 มีผู้สมัครใช้ประมาณ 2 ล้าน – 3 ล้านบัญชี
– สิ้นปี 2024 มีผู้สมัครใช้ประมาณ 4 ล้านบัญชี
– เน้นการตลาดแบบ Video content ผ่านอินฟลูฯ และยูทูปเบอร์ต่าง ๆ
– มีระบบ Affiliate partner program ค่าคอมฯ 25–40%
– มีนายหน้า Affiliate partner ประมาณ 4,000–5,000 คนทั่วโลก
– นายหน้า Affiliate ตัวท็อป ๆ เคยได้ส่วนแบ่งสูงถึง 50,000 ดอลล่าร์
– บริษัทจำกัดทีมให้มีขนาดเล็ก มีวิศวกรหลัก ๆ แค่ 4 คน
– ปี 2024 Musicfy อาจมีรายได้ประมาณ +/-2,000,000 ดอลล่าร์ (คาดการณ์จากบทสัมภาษณ์ว่ารายได้เฉลี่ย $170,000 หรือ 5 – 6 ล้านบาท ต่อเดือน)
แผนในอนาคตของ Arib Khan คือจะขยายไปสู่ตลาด B2B (ลูกค้าองค์กร) เพื่อเจาะตลาดเกม แอนิเมชัน และภาพยนตร์มูลค่านับแสนล้านดอลลาร์ พร้อมพัฒนาโมเดลเสียงใหม่คุณภาพสูง และสร้างชุมชนผู้สร้างคอนเทนต์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
#ceochannels #startup #ai #saas #app