เวลานี้ อาจแทบไม่มีใครในแวดวงสตาร์ทอัพและผู้สนใจเรื่อง AI ไม่รู้จัก Alexandr Wang เขาคือผู้ก่อตั้ง Scale AI ผู้ปั้นบริษัทให้มีมูลค่าแตะ “Billion dollar” อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และหลังจาก Meta (Facebook) เข้าลงทุนในกิจการของเขาเมื่อกลางปี 2025 มูลค่าก็พุ่งอีกถึง 29,000 ล้านดอลล่าร์ หรือเกือบ 1 ล้านล้านบาท!
CEO Channels ขอพาย้อนสรุปข้อมูลที่เขาเคยแสดงไว้บนเวที TED Talk ในปี 2023 ว่าด้วยอนาคตในด้านที่ห้ามประมาทเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI
**DISCLAIMER : เป็นการสรุปเนื้อหาจากความเห็นของ Alexandr Wang เท่านั้น
#สงครามโลกครั้งที่สอง : จุดกำเนิดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเกม
Alexandr Wang เล่าว่าเขาเติบโตขึ้นมาใน Los Alamos ศูนย์กลางการวิจัยระเบิดปรมาณู โดยมีพ่อเป็นนักฟิสิกส์ แม่เป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เขาชี้ว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อระเบิดปรมาณูถูกสร้างขึ้น มันไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีรบ แต่ยังทำให้โลกต้องจัดสมดุลอำนาจกันใหม่ ใครใช้ได้ก่อนก็มีชัย และจากนั้นเป็นต้นมา อาวุธนิวเคลียร์ก็เหมือนตัวขู่ ที่ทำให้ประเทศต่าง ๆ ไม่กล้าทำสงครามใหญ่ต่อกันมานานกว่า 60 ปี
#ปัจจุบัน : การเปลี่ยนผ่านสู่สงคราม AI
วันนี้ โลกกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบใหม่ คือ สงคราม AI โดย Wang ชี้ว่าความรุดหน้าด้านเทคโนโลยี AI จีนกำลังไล่จี้สหรัฐอย่างหนัก อาทิ Large Language Models จีนก้าวหน้าในระดับหายใจรดต้นคอสหรัฐ ขณะที่ Computer Vision นำหน้าไปแล้ว
แม้ว่าโดยรวมงบประมาณทางทหารของสหรัฐฯ จะยังสูงกว่ามาก แต่จีนกำลังทุ่มเททรัพยากรและงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารในอัตราที่น่ากังวล ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กลับเผชิญจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง อาทิ ข้อมูลทางทหารจำนวนมหาศาลไม่ถูกนำมาใช้จริง และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีส่วนใหญ่เลือกจะไม่ทำงานกับรัฐบาล ต่างจากจีนที่ผนึกภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกันเต็มรูปแบบ
สงครามยูเครนกลายเป็นกรณีศึกษา แม้มีกำลังทหารด้อยกว่ารัสเซียหลายเท่า แต่ยูเครนใช้ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่โดรน การเล็งเป้าอัตโนมัติ ข่าวกรองภาพถ่าย ไปจนถึงการวิเคราะห์ภาพเหล่านี้ด้วย AI เพื่อต้านทานและสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์
#ภัยเงียบ : Deepfake และการบิดเบือนข้อมูล
Wang เตือนว่า AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่สนามรบทางกายภาพ แต่ยังเปิดศึกใหม่ในโลกข้อมูล Deepfake และข่าวปลอมกำลังถูกใช้เป็นอาวุธราคาถูก แต่มีพลังบ่อนทำลายสูงมาก
ยกตัวอย่างที่โด่งดัง อาทิ กรณี การใช้ Deepfake AI สร้างวีดีโอประธานาธิบดีเซเลนสกี ประกาศให้ทหารของยูเครนยอมแพ้ต่อรัสเซีย และกรณีสร้างวีดีโอผู้ประกาศข่าวปลอม บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมของไต้หวัน รวมถึงการ วิพากษ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ของไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ไกลตัว เพราะในสหรัฐฯ เอง AI กำลังถูกใช้บิดเบือนผ่านโซเชียล การโฆษณาชวนเชื่อหรือโจมตีกันด้วย deepfake ในแวดวงการเมือง ความน่ากลัว คือ เครื่องมือเหล่านี้ใครก็เข้าถึงได้ทั่วโลก ต้นทุนต่ำ และพร้อมถูกใช้เพื่อบ่อนทำลายประชาธิปไตย
#อนาคตอันใกล้ : สงครามที่ใช้กองทัพ AI ในการบุกโจมตี
Wang คาดการณ์ว่าในอีกสิบปีข้างหน้า AI จะกลายเป็นพลังหลักของการทำสงคราม เราจะเห็นอาวุธที่มนุษย์รับมือได้ยากมาก อาทิ ฝูงโดรนสังหารที่จดจำใบหน้าได้ หุ่นยนต์ติดอาวุธไร้คนขับ เครื่องบินรบอัตโนมัติที่เร็วและทนแรง G เกินมนุษย์ รวมถึงภัยไซเบอร์ที่ทำให้ระบบนำร่องหรือดาวเทียมถูกทำลายจนกลายเป็นประเทศตาบอด
เขาบอกว่า “ข้อมูลคือกระสุนชนิดใหม่” ใครควบคุมข้อมูลมากที่สุด จะได้เปรียบที่สุดในสงคราม AI แต่เพราะนี่คือดินแดนที่ไม่เคยถูกสำรวจ การป้องปรามแบบ “นิวเคลียร์ 2.0” อาจเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร
#คำเรียกร้อง : อนาคตที่เราต้องเลือก
Wang ทิ้งท้ายว่า สหรัฐฯ ต้องลงทุนอย่างจริงจังในโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐกับภาคเทคโนโลยี มิฉะนั้นจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เขาย้ำว่านักเทคโนโลยีต้องไม่เพิกเฉยต่อความมั่นคงของชาติ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การแข่งเทคโนโลยี แต่คือการต่อสู้เพื่อโลกที่เราจะอาศัยอยู่
“We have to fight for the world that we want to live in, and it has never been more important.” “เราต้องต่อสู้เพื่อโลกที่เราอยากอยู่ และมันไม่เคยสำคัญเท่านี้มาก่อน” – Alexandr Wang
#ceochannels #startup #ai