สวัสดีนักเรียนและผู้ติดตามทุกท่านครับ วันนี้ครบหนึ่งเดือน หลังจาก Facebook ส่วนตัวของผมถูกแฮ็กด้วยวิธี Phishing กวาดเอาสินทรัพย์ดิจิทัลสำคัญไปเกือบหมดเนื้อหมดตัว และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ไม่สามารถกู้กลับมาได้ จึงขอประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมประสบการณ์แสนสาหัสในครั้งนี้ครับ
เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 30 เมษายน 2026 เป็นการแฮ็กด้วยวิธี Phishing ก็คือหาวิธีทำให้ผู้ใช้งานหลงกรอก User name และ Password ผ่านหน้ากากระบบปลอมที่ทำมาเลียนแบบเว็บไซต์ต่าง ๆ
โดยส่วนตัวผมเคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้เป็นระยะ ๆ มาตลอดกว่าสิบปีที่ผ่าน โดยปกติจะรู้ตัวและป้องกันได้ แต่รอบนี้ ด้วย เวลา จังหวะ และโอกาสต่าง ๆ ที่เราเกิดความประมาทไม่ทันระวังพอดีเลยเสร็จโจรครับ
กรณีนี้ คือคนร้ายสามารถแฮ็ก Facebook ผ่านวิธี Phishing แล้วตรงเข้าไปเทคโอเวอร์บัญชีของเจ้าของได้โดยไม่รู้ตัว วิธีนี้ เจ้าของบัญชีจะไม่ได้รับอีเมล์แจ้งเตือนกิจกรรมการล็อกอินแปลก ๆ หรือการเปลี่ยนรหัสใด ๆ อีกด้วยครับ
หลังจากคนร้ายเทคโอเวอร์บัญชีเพื่อไปยักย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ จนพอใจแล้วก็ได้ทำการระเบิดบัญชีเฟซบุ๊คส่วนตัวขอเจ้าของทิ้ง โดยการโพสต์ Violation ที่มีความรุนแรงสูงสุด ได้แก่รูปภาพในหมวด Child Sexual Exploitation, Abuse, and Nudity
ซึ่งจะส่งผลให้บัญชีถูกปิดทันที และส่วนใหญ่จะยื่นอุทรณ์ไม่ผ่านครับ และที่สำคัญเป็นการปิดถาวรแบบลบบัญชีทิ้ง คือ ไม่สามารถติดต่อใครได้ และไม่สามารถยื่นผ่านช่องทาง http://facebook.com/hacked เพราะระบบจะขึ้นข้อความว่า “ไม่พบบัญชี” = ถูกลบเกลี้ยงไปแล้ว
การทำเช่นนี้ ก็เพื่อทำให้เจ้าของบัญชีไม่สามารถหาทางกลับมาดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ใด ๆ ได้อีกเลย
1. คนร้ายได้อะไรไปบ้าง
สิ่งที่คนร้ายได้ไป ได้แก่:
-Facebook Business Account ที่ขาวสะอาดและสามารถใช้ยิงโฆษณาได้
-Facebook Page สาย AI Cinematic ทั้งหมด มียอดวิวรวมกันกว่า 200 ล้านวิว
หลังจากคนร้ายยักย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ดิจิทัลไปแล้ว ก็ทำการระเบิดเฟซส่วนตัวทิ้งโดยโพสต์รูปภาพ Violation ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้บัญชีถูกปิดทันที กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการปฏิบัติภารกิจ
———-
2. สิ่งที่ผมดำเนินการหลังถูกแฮ็ก
-แม้จะยากที่จะตามตัวคนร้าย แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ทุกท่านต้องรีบแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐานว่าเราไม่ใช่ผู้โพสต์รูปภาพ แต่เป็นผู้เสียหายครับ
-แม้ผมจะสมัคร Meta Verified ไว้ แต่เนื่องจากบัญชีส่วนตัวถูกปิดสนิทและล็อกเอาต์ออกจากระบบ การติดต่อซัพพอร์ตจึงทำได้ยากมาก
-ส่วน Instagram ซึ่งเป็นค่าย Meta เหมือนกัน ก็ถูกระงับบัญชีเพราะใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตเดียวกัน แต่ไม่ถึงขั้นถูกปิดบัญชี หลังจาก Verify ตัวตนและรอ 24 ชั่วโมงจึงปลดระงับ
ทันทีที่ปลดระงับ ผมสมัคร Meta Verified ฝั่ง IG เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ Meta Pro Thailand ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และส่งลิงก์ Facebook Help Center ให้กลับไปศึกษาเอง หลังจากพยายามอยู่หลายวิธี ศึกษาข้อมูลหลายทาง และพูดคุยกับผู้รู้หลายคน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีทางได้คืน จึงตัดสินใจเดินหน้าเริ่มต้นใหม่
———-
3. ทำไมเพจหลักอย่าง CEO Channels จึงรอด
คนร้ายขโมยได้เฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกกับเฟซบุ๊กส่วนตัวเท่านั้นครับ ส่วนเพจ CEO Channels ถูกโอนย้ายออกจากบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ไปเป็นบัญชีแบรนด์ภายใน Facebook Business Account แยกต่างหากตั้งแต่นานมาแล้ว
จึงนับว่าโชคดีมาก ๆ กับการตัดสินใจในครั้งนั้น
บทเรียนสำคัญ — แยกสินทรัพย์ดิจิทัลสำคัญ ๆ ออกจากบัญชีส่วนตัวครับ
———-
4. จะเปิดเพจใหม่หรือไม่
ผมได้เริ่มเปิดเพจใหม่แล้วครับ แต่ต้องเจอกับปัญหาที่ซับซ้อนเกินคาด
-การเปิดบัญชีเฟซบุ๊กใหม่ และเปิดเพจใหม่ในเฟซบุ๊กใหม่ ปัจจุบันทำได้ยากและมีข้อจำกัดสูง แม้จะหาวิธีเปิดได้ แต่ระบบเอไอของ Meta (Facebook) มีกลไกที่เรียกว่า Trust Score ใช้กำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัด และอภิสิทธิ์ของแต่ละบัญชี เพื่อป้องกันพฤติกรรมการสแปมของนักฟาร์มบัญชี
-บัญชีที่มี Trust Score ต่ำ เช่น เฟซบุ๊กใหม่ หรือเฟซบุ๊กที่ไม่ค่อยมีประวัติเคลื่อนไหว อาจเปิดเพจใหม่ไม่ได้ หรือได้แต่ต้องเว้นระยะหลายสัปดาห์
-ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าคือ — แม้จะเปิดเพจใหม่สำเร็จ แต่หลังโพสต์คลิปไปแล้วโดยใช้หลักการเดียวกับที่เคยทำ (และตามที่สอนในคอร์ส AI Cinematic Shortcut)
ผมได้คลิปไวรัลอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรก กราฟวิวเติบโตหลักพันเปอร์เซ็นต์ภายใน 3 วัน แต่เพียงเท่านั้น ก็กลับถูกระบบ Meta มองว่าเป็น Clickbait และ Spam และผลก็คือ Recommendation Suspend หรือถูกระงับการนำส่ง และยังไม่พอ ยังโดน Shadowban การนำส่งทุกเพจที่เปิดใหม่ภายใต้เฟซบุ๊กนั้น ๆ
ปล. 1 — Shadowban คือการแบนเงียบ ไม่มีการแจ้งเตือนว่าจะลงโทษ แต่คลิปจะไม่ถูกนำส่ง ทุกคลิปจะติด 0 ทั้งยอด View และ Impression (Impression คือการแสดงบนฟีด ถ้าค่านี้เป็น 0 ทุกคลิป แปลว่าไม่มีการส่งขึ้นฟีดเลย)
ปล. 2 — เหตุการณ์นี้ไม่กระทบเพจหลัก เพราะเพจหลักตั้งอยู่ในบัญชีธุรกิจที่แยกจากเฟซส่วนตัว ตามที่เล่าไปครับ
———-
5. อาจารย์พอลจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป

สิ่งที่ผมบอกเสมอมา คือ Skill หรือทักษะ ที่สอนจะอยู่ติดตัวและใช้ได้ตลอดชีวิต
-ทักษะ ไม่ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มหรือเครื่องมือ
-ทักษะที่มี สามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลกออนไลน์
ในเมื่อ Facebook ยังไม่พร้อมใช้งาน ผมก็ไปลุยทำบน YouTube และ TikTok ด้วยทักษะเดียวกับที่ผมสอนนักเรียนในคอร์ส โดยเริ่มจาก 2 ช่อง 2 นิช
-ช่องแรก Niche ประวัติศาสตร์ กว่า 200,000 วิวภายใน 1 สัปดาห์
-ช่องสอง Niche เล่านิทาน กว่า 200,000 วิวภายใน 1 วันครึ่ง
-ช่องสอง อัพเดทล่าสุด วันที่ 30 พฤษภาคม 2026 หรือผ่านไป 4 วันวิว 400,000 วิว (หน้า Analytic home ยังไม่อัพเดทข้อมูล)
ยอดวิวรวมทั้ง 2 ช่องประมาณ 700,000 วิวภายใน 1 สัปดาห์
ส่วนวิธีทำจะแตกต่างจาก Facebook พอสมควร เนื่องจากแนวที่ Facebook อนุญาตให้ทำ หากนำมาทำบน YouTube จะถูกคาดโทษเป็น Inauthentic Content ผมจึงต้องปรับเนื้อหาให้เข้มข้นขึ้น มีเรื่องราวและเรื่องเล่าที่ซับซ้อนมากขึ้นครับ
สำหรับรายละเอียด ผมจะทำคอนเทนต์บอกเล่าแชร์ขั้นตอนการทำงานบนเพจ CEO Channels ในอนาคตครับ
———-
6. จะติดตาม อ.พอล ได้ที่ไหน
ขณะนี้ Facebook เป็นอะไรที่อ่อนไหวครับ
บัญชี Trust Score ต่ำ จะแอดเพื่อน รับเพื่อน กดเข้ากลุ่ม หรือคุยทางข้อความ ก็เสี่ยงจะโดนระงับทั้งสิ้น ผมจึงขอใช้เวลา Warm บัญชีอีกพักใหญ่ ๆ ก่อนกลับมา Active ตามปกติครับ
ดังนั้น ผมจะเน้นอัปเดตข้อมูลข่าวสารและแบ่งปันความรู้ในเพจ และในช่อง YouTube CEO Channels เป็นหลัก โดยมีแผนทำวิดีโอคอนเทนต์สอนการใช้ AI ลงเพจและลงช่องครับ
ทุกท่านสามารถกดติดตามได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/ceochannels
YouTube: https://www.youtube.com/@ceochannels/videos
ผมขอขอบคุณนักเรียนทุกท่านที่แสดงความเป็นห่วงกันเข้ามาอย่างต่อเนื่องครับ แล้วพบกับอาจารย์พอล ในเพจใหญ่ครับ