อยากเก่งภาษาอังกฤษมีวิธีฝึกอย่างไร? ภาษาอังกฤษเป็น Life time learning หรือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผมใช้ภาษาอังกฤษมานับสิบปี เคยคิดว่าเก่งแล้ว แต่คนที่เก่งกว่ายังมีเสมอ ตลอดเวลามีคำศัพท์จำนวนมากมายที่เราไม่รู้ หลาย ๆ ประโยคที่เจอก็อ่านไม่เข้าใจ ภาษาอังกฤษเป็นศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ถ้ารู้อย่างนี้แล้วจงรีบเริ่มต้นให้เร็วที่สุด บทความนี้จะพาลงรายละเอียดวิธีฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

ทำไมคนถึงอยากเก่งภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของโลก ใครรู้ภาษาอังกฤษก็สามารถลุยได้ทั่วโลก ทั้งการต่อยอดการศึกษา การทำงานและการทำการค้า

สำหรับในประเทศไทยเป็นที่รู้กันอยู่ว่าภาษาอังกฤษเพิ่มโอกาสการได้รับเข้าทำงาน เท่านั้นไม่พอ ความรู้ภาษาอังกฤษช่วยให้ได้งานดีเงินเดือนสูง งานฝ่ายขายต่างประเทศ งานจัดซื้อต่างประเทศ งานเหล่านี้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 20,000-50,000 บาททั้งสิ้น ส่วนการค้า ใครได้ภาษาค้าขายกับฝรั่ง ทำส่งออก หรือทำ eBay, Amazon, Alibaba ฯลฯ ร่ำรวยกันไป หรือถ้าจะทำงานบริการก็รับจ้าง รับเขียน รับแปล งานกับฝรั่งก็ได้เงินเยอะมาก ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงที่พบเห็นและประสบเอง

  • งานรับเขียนบทความภาษาอังกฤษลง Blog: ในบ้านเราค่าบทความละ 50-200 บาท ต่างประเทศรับเขียนบทความละ 500-1500 บา
  • งานรับแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย: ในบ้านเราค่าแปลหน้าละ 200-300 บาท ต่างประเทศค่าแปลหน้าละ 400-800 บาท
  • งานประจำตำแหน่งจัดซื้อในประเทศ เงินเดือน 10,000-15,000 บาท จัดซื้อต่างประเทศเงินเดือน 20,000-35,000 บาท

เหล่านี้นี่คือโอกาสของคนเก่งภาษา

ทำไมการท่องจำภาษาอังกฤษไม่เวิร์ค

ยิ่งท่องยิ่งลืม…

ท่องเท่าไรก็ลืมเท่านั้น วิธีพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เชื่อถือได้ที่สุด คือ ปฏิบัติเยอะ ๆ ออกไปพูด ออกไปสื่อสารกับคน ส่วนการอ่านหนังสือ การฟังบทสนทนา เป็นการพัฒนาความรู้และความเข้าใจและลับคมด้านภาษาไม่ให้สึกหรอ

สมองของคนมีกำลังในการจดจำที่จำกัด สมมุติ สมองจำได้ 10 หน่วย วันนี้คุณท่องจำ 10 คำ พรุ่งนี้ท่องจำอีก 10 คำ ตัวที่ท่องเมื่อวานก็ลืมแล้ว หากผ่านไป 1-2 เดือนไม่ได้ใช้งานก็ลืมหมดเกลี้ยง แต่การใช้งานจริงเช่นการสื่อสาร สนทนา พูดคุย เหล่านี้เรียกว่าประสบการณ์ ประสบการณ์จะบันทึกลงไปในจิตใต้สำนึกซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าสามัญสำนึก เป็นเหตุให้คุณจำคำศัพท์และประโยคได้นาน

กล่าวคือไม่ได้จำจากหน่วยความจำระดับสมองเพียงอย่างเดียว แต่จำจากประสบการณ์ในจิตใจ เหมือเวลาเราพูดภาษาไทย เรารู้เป็นแสน ๆ คำศัพท์เพราะเรารู้ ไม่ใช่เพราะเราจำ

5 วิธีฝึกภาษาอังกฤษสำหรับคนอยากเก่งภาษาอังกฤษ

1. เรียนพิเศษ

การเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณต้องการครูเพื่อปูพื้นฐานและแนะแนวการเรียน การเรียนพิเศษก่อให้เกิดการได้ใช้งานจริงคือการทำงานเขียน ทำแบบทดสอบ การสนทนากับเพื่อนและครู และต่อยอดไปสู่การสร้างสังคมคือมีเพื่อนในที่เรียน ถ้าต้องการการสนทนาเยอะอย่างเป็นธรรมชาติให้เรียนกับครูฝรั่ง ใช้คอร์สพื้นฐาน เน้นพูดเยอะ ช่วยได้ ยิ่งพูดเยอะ ยิ่งเป็นเร็ว สุดท้ายไม่ต้องไปนั่งท่องอะไรเลย โดยเฉพาะกิริยาช่อง 1 ช่อง 2 ช่อง 3 อะไรพวกนั้น ท่องไปเถอะครับ ท่องไปก็ใช้ไม่เป็น แต่ถ้าได้พูดกับฝรั่งบ่อยๆ เป็นเลย

2. มีกลุ่มเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษ

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่งทั้งหมด มาเลย์เซีย เกาหลี ไต้หวัน อะไรก็ได้ คุณจะพบกลุ่มเหล่านี้ได้จากที่เรียนพิเศษ ก็สานสัมพันธ์กันไป ผมเองครั้งหนึ่งก็มีเพื่อนร่วมคอนโดเป็นชาติแถบเอเชียและแขกขาวที่พูดอังกฤษทั้งหมด แล้วผมก็ไปสนิทกับพวกเขา ไปเที่ยวกันในวันหยุด อยู่ด้วยกันทั้งวัน ไปทำกิจกรรมที่โบสถ์ ผมได้พูดภาษาอังกฤษเยอะมากและช่วยผลักดันศักยภาพทางภาษาอย่างมากมายมหาศาล

3. มีตำราประจำตัว

ภาษาอังกฤษสำคัญที่โครงสร้างประโยค คือถ้าคุณรู้โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษซึ่งมันมีอยู่ไม่กี่อย่าง อาทิ

I do… /I do not… /I can… /I cannot… /I want… /I will… ฯลฯ แล้วตามด้วยคำศัพท์ คำกิริยา ฯลฯ เหล่านี้คือการสร้างโครงสร้างประโยค ถ้าคุณผสมโครงสร้างประโยคได้ ก็จบแล้วครับภาษาอังกฤษ ที่เหลือเป็นเรื่องของการเอาคำศัพท์มาปะติดปะต่อและการเลือกใช้ Tense ซึ่งความท้าทายของภาษาคือ Tense ซึ่งในภาษาอังกฤษแยก ปัจจุบัน อดีต อนาคต แบ่งเป็นอย่างต่ำ 6 tense และคำกิริยาก็ดันแยกออกเป็นสามตามแต่ละ tense:

  • Simple present: Sun goes up every morning.
  • Simple past: Sun went down at 6PM yesterday.
  • Future: Sun will go up 5AM in summer.
  • Present continuous: I am going to the shop in the afternoon.
  • Past continuous: I was going to the shop when you called.
  • Future continuous: I will be going to shop this time tomorrow
  • Present perfect: I have gone out already.
  • Past perfect: I had gone out by the time you came back yesterday.
  • Future perfect: I will have gone out by the time you come back tomorrow.

ส่วนนี้ก็นับว่าครอบคลุมการสร้างประโยคพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง และอย่างที่บอกไปว่าอย่ามัวท่องเพราะกลัวลืม การมีโอกาสได้สนทนาจริงบ่อย ๆ จะทำให้คุณจำวิธีใช้ประโยคจากหัวใจ

Side by Side Student Book by Steven J. Molinsky

เป็นตำราเรียนที่ไม่หนามาก แสดงเนื้อหาประกอบภาพการ์ตูนทีเข้าใจง่ายสุด ๆ ช่วยให้คุณเรียนรู้โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษโดยไม่รู้สึกเครียด มีหลายเวอร์ชั่นและอาจจะยังพอหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือขนาดใหญ่ เช่น Kinokuniya เป็นต้น

 

Michael Swan’s Practical English Usage

เล่มนี้ต้องเรียกว่า คัมภีร์ สำหรับคนที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในระดับหนึ่งและต้องการที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษระดับแอดวานซ์ หรือต้องการความถูกต้องเป๊ะ ๆ สำหรับการสื่อสารอย่างเป็นทางการหรือในการทำงาน เล่มนี้ช่วยได้ เล่มหนา บรรจุแยกเป็นหมวดหมู่การใช้ภาษาอังกฤษให้คุณตรวจเช็คความถูกต้องของการใช้งานแต่ละแบบ

4. ฝึกฟังภาษาอังกฤษผ่าน Youtube และ Pod Cast

ผมใช้บ่อยคือการเปิด Youtube พวกการพูดอย่าง TED Talk และ Pod Cast ที่ Blogger ฝรั่งชอบบันทึกแล้วนำไปเผยแพร่บัน Blog การฟังเป็นการฝึกทักษะที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะต้องใช้สติและสมาธิสูง ข้อมูลจะเข้าหัวได้ดีกว่าการฟังจากการดูหนังฝรั่ง

ปัญหาของภาพยนตร์ฝรั่งแบบอเมริกันคือภาษาอังกฤษแบบอเมริกันพูดเร็ว เป็นภาษาแสลงและภาษาโจ๋ๆที่เข้าใจยาก ผมดูหนังฝรั่งอเมริกันไม่เคยเข้าใจอะไรที่มันพูดเลย 

แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์อังกฤษอันนี้มีความเป็นภาษาที่ฟังออกและเข้าใจง่ายมากกว่าเยอะ ที่ผ่านมาคนมักแนะนำให้ดูหนังฝรั่งเพื่อฝึกภาษา แต่ผมขอแนะนำไปโหลด talk show ของนักพูดใน Youtube ดีกว่าเพราะคนเหล่านี้มีภาษาพูดที่ถูกต้องและชัดเจนมากกว่าเยอะ คุณสามารถทดสอบความแตกต่างได้โดยการเข้า Youtube ไปดู clip หนังฝรั่งอเมริกันแล้วลองไปดู clip สอนการพูดโดย Roger Love จะเห็นว่าแตกต่างกันมากในเรื่องของความชัดเจนของภาษา

5. อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

การอ่านเป็นการฝึก พัฒนา และลับคมความรู้ภาษาอังกฤษในระยะยาวได้เป็นอย่างดี คุณสามารถเลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้มากมายตามใจชอบ สนใจเรื่องใดอ่านเรื่องนั้น เรื่องที่คุณสนใจจะเป็นแรงผลักดันให้อยากอ่านอยากศึกษา ส่วนข้อแนะนำในการอ่านหนังสือคือหลีกเลี่ยงหนังสือที่เป็นวิชาการมากเกินไป เพราะหนังสือเหล่านี้เป็นเนื้อหาหนัก เขียนโดยนักวิชาการ ด็อกเตอร์ และผู้มีความรู้สูง ซึ่งปัญหาของคนมีความรู้สูงมากเกินไปคือถ่ายทอดภาษาที่เข้าใจอยู่คนเดียว

ให้เลือกอ่านหนังสือที่เขียนโดยคนทั่วไปทีอยากแชร์ประสบการณ์และความรู้ของตัวเอง คนทั่วไปเหล่านี้เขียนด้วยภาษาง่ายๆเหมือนผมและคุณ อ่านง่าย เข้าถึงง่าย ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาได้เร็วเพราะไม่เครียดในความเป็นวิชาการอันซับซ้อน

นี่คือ 5 วิธีฝึกภาษาอังกฤษสำหรับคนอยากเก่งภาษาอังกฤษ ที่ต้องทำสม่ำเสมอทุกวันอย่าหยุด ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาแม้ผมทำงานที่ใช้ภาษาแต่ก็ไม่หยุดฝึก ผมอ่าน Blog ฝรั่ง ฟัง Youtube Talk show และฟัง Podcast และอ่านหนังสือต่างประเทศ อ่านสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง บางเล่มซื้อมาอ่านไม่รู้เรื่องทั้งเล่มก็มี ประสบการณ์หลากหลายกับการฝึกภาษา แต่อย่าลืมว่านี่คือ Life time learning เรียนแล้วหาโอกาสใช้งานด้วย ประสบการณ์สำคัญที่สุดครับ

บทความที่คุณอาจสนใจ

6 วิธีฝีกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ฝึกภาษาอังกฤษฟรี พัฒนาทักษะภาษาตลอดชีวิต