5 คมความคิด ปั้นธุรกิจแบบสุดยอด ในแบบฉบับ Warren Buffet คนเก่งแห่งโลกการลงทุน

0
6693
วอร์เรน บัฟเฟตต์ - Warren Buffett
Image credit: seekingalpha

ถ้าพูดถึงเรื่องการลงทุนในหุ้น วอร์เรน บัฟเฟตต์ มักติดหนึ่งในไอดอลการลงทุนของใครหลายๆ คน เพราะเขาคือต้นแบบแห่งการลงทุนแนว VI หรือ Value Investment นักลงทุนเน้นคุณค่าที่มุ่งหาผลกำไรระยะยาวและยั่งยืน ถึงแม้ปัจจุบันลุงวอร์เรนจะมีอายุปาเข้าไป 85 ปีแล้ว แต่กระนั้นลุงก็ยังไม่เกษียณตัวเอง ยังคงดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของลุงนั้นก็เช่น อดีตมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกในปี 2008 และทุกวันนี้ลุงก็ยังคงวนเวียนอยู่กับ 1 ใน 10 ของบุคคลที่รวยที่สุดในโลกอย่างไม่เคยห่างหายด้วย

ท่ามกลางความปั่นป่วนของดัชนีหุ้นไทยในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะมีนักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเก่าหลายคนกระวนกระวายกับกระดานพอร์ตที่แดงเถือกของตัวเองไม่น้อย จะดีแค่ไหนถ้าเราได้มีโอกาสตามไปแกะรอยความคิดของลุงวอร์เรน ว่าเขามาทัศนคติในการลงทุนอย่างไร เพื่อให้สามารถทำกำไรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ นี่คือ 5 เคล็ดลับความคิดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้วิเศษแห่งโลกการลงทุน

คมความคิดที่ 1 : สำคัญกว่ากำไร คือ ทำยังไง ให้ไม่ขาดทุน!

แน่นอนว่าการลงทุนที่ดีที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จ หมายถึง การลงทุนที่สร้างกำไรให้กับเราได้ จึงเป็น ธรรมเนียมของทุกคนที่เมื่อคิดจะลงทุนทำอะไร สิ่งที่คิดก่อนอันดับแรกคือ “กำไร” ต้องเยอะ ทำให้หลายๆ ครั้งแผนการลงทุนของเรามันไม่ครอบคลุมรอบด้าน เอาแต่มุ่งว่าทางไหนได้ผลตอบแทนดี จนไม่ได้มีการรองรับคิดถึงการป้องกันเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

จะว่าไปการลงทุนก็เหมือนกับฟุตบอล จริงอยู่ที่เกมรับที่ดีที่สุดคือเกมบุก แต่การบุกโดยไม่มีแผนรองรับที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้เราไม่สามารถได้ชัยชนะตามที่หวังเช่นกัน เพราะพอโดนสวนทีหนึ่งก็เสียประตู ดังนั้น ทุกครั้งที่คิดว่าจะได้กำไรอย่างไร ขอให้คิดไว้เสมอด้วยว่า ทำอย่างไรไม่ให้ขาดทุน เพราะอย่างน้อย ถึงไม่มีกำไร เราก็ยังมีทุนเป็นกำลังใจให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ซึ่งลุงวอร์เรนเองก็ยึดกฎข้อนี้เช่นกัน กฎที่เชื่อว่าใครๆ ก็เคยได้ยิน และเอาไปดัดแปลงเล่นกันในอีกหลายๆ เรื่องในชีวิต ซึ่งกฎข้อกล่าวไว้ว่า

“…กฎข้อหนึ่งคือห้ามขาดทุน ส่วนกฎข้อที่สองคือห้ามลืมกฎข้อหนึ่ง…”

คมความคิดที่ 2 : การลงทุนที่ทรงคุณค่า คือ ตัดสินใจพัฒนาลงทุนในตัวเอง

หุ้น คอนโด ทองคำ Forex TFEX หรือ อะไรก็แล้วแต่ นับเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่ารออยู่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Asset ที่ทรงคุณค่าและคุ้มค่าคู่ควรแก่การลงทุนมากที่สุดไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นเลย แต่มันคือ “ตัวคุณเอง” ต่างหาก เพราะ หากคุณไม่ลงทุนให้ตัวเองมีความรู้ในเรื่องราวของ Asset ทั้งหลายบนโลกใบนี้ ก็ไม่มีวันเลยที่คุณจะสามารถทำกำไรจากมันได้อย่างยั่งยืน

อย่ามัวแต่ใช้บัตรเครดิตไปกับการซื้อวัตถุมาประดับตัวเพื่อบอกว่ามันเป็นการลงทุน อย่ามัวแต่ทุ่มเงินลงทุนไปกับสิ่งอื่นโดยไม่คิดจะลงทุนพัฒนาตัวเอง อย่าหวั่นเกรงกับการเสียเงินเพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพราะ ความรู้เท่านั้น ที่จะทำให้คุณสร้างสรรค์การลงทุนของคุณให้งอกงามได้อย่างมั่นคง ดังเช่นที่ลุงวอร์เรนสอนเอาไว้เสมอว่า

“…จงอยู่ห่างจากบัตรเครดิต และลงทุนในตัวคุณเอง…”

คมความคิดที่ 3 : แค่ “เพียงพอ” เราก็จะ “พอเพียง”

ถึงแม้ลุงวอร์เรนจะรวยจนน่าจะเรียกได้ว่าล้นฟ้า แต่ลุงก็สอนลูกของลุงอยู่เสมอให้รู้จักกับคำว่าพอเพียง

“…ผมอยากให้ลูกๆ มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะทำอะไรให้งอกเงย แต่ไม่ใช่มีมรดกกองโตจนไม่คิดทำอะไร นอกจากเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่ผมสร้างมาเองกับมือ…”

นี่คือความจริงที่เราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะต่อให้เราทำกำไรได้มากแค่ไหน ถ้าเราไม่รู้จักพอ เราก็จะไม่หยุด จนสุดท้ายแล้ว ความโลภจะทำให้เราพลาดท่าเข้าสักวัน และลองพิจารณาดูเถิดว่า คนที่ไม่เคยคิดจะพอเพียงในสิ่งที่มี หากวันหนึ่งสูญเสียสิ่งที่เคยมีไป จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไร? จง “พอเพียง” ในสิ่งที่เรามี และค่อยๆ ทำให้มันงอกเงยขึ้นมา เพราะ นั่นต่างหากที่เรียกว่า “กำไร” ที่แท้จริง กำไรที่ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหนเราก็ “เพียงพอ

เคล็ดความคิดที่ 4 : คิดให้ใหญ่ แต่ต้องใกล้กับ “ความเป็นไปได้”

จงคิดใหญ่” เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกให้คิดแบบนี้ ไม่ว่าจะคนที่ประสบความสำเร็จแล้วหรือยังไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่วิถีของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เพราะแกกล่าวไว้ว่า

“…ผมจะไม่พยายามกระโดดข้ามคานสูง 7 ฟุต แต่ผมจะมองหาคานสูง 1 ฟุต ที่จะสามารถก้าวข้ามได้ง่ายกว่า…”

จริงๆ การคิดใหญ่ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่คำสอนของลุงเติมเต็มให้เห็นว่า การจะคิดใหญ่ให้ดี มันต้องคิดให้มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นไปได้ เพราะเราจะสามารถทำมันได้อย่างสบายใจ ไม่กดดันจนเกินไป และที่สำคัญมันทำให้เราเดินไปได้อย่างรอบคอบ มั่นคง ถึงแม้อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ถ้าต้องการเน้นการลงทุนที่มั่นคงยั่งยืน ยิ่งเรายืนระยะได้ยาวนานเท่าไร เราก็ยิ่งเข้าใกล้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากเท่านั้น

เคล็ดความคิดที่ 5 : จงอย่าเป็น “คนเก่ง” ที่ไม่ใช่ “คนดี”

ทุกย่างก้าวของชีวิตเราที่ผ่านไป คือ การลงทุนทั้งสิ้น จงอย่าเป็นคนเก่งที่ไม่ใช่คนดี เพราะเราจะไม่มีวันก้าวไปถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนได้อย่างแน่นอน เพราะถึงแม้เราจะไม่เก่ง แต่ถ้าคนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนดี เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนจนกลายเป็นคนเก่งได้ แต่กลับกันถ้าเราเป็นคนเก่ง แต่ไม่ใช่คนดี เมื่อคนอื่นรู้ เราก็จะถูกกำจัดออกนอนเส้นทางแห่งความสำเร็จอยู่วันยังค่ำ ไม่ด้วยคนที่ลงทุนร่วมกับเรา ก็ด้วยน้ำมือของกฎหมาย การเลือกคนที่จะมาทำงานกับเราด้วยเช่นกัน จงเลือกคนดีก่อนคนเก่ง แต่ถ้าเป็นไปได้จงเลือกคนดีที่เป็นคนเก่งมาอยู่ในทีม แล้วการลงทุนนั้นจะให้ผลตอบแทนเป็นความสำเร็จที่คุ้มค่าและมั่นคง ดั่งที่คุณลุงวอร์เรนกล่าวไว้ว่า

“…คุณอาจจะขาดทุนโดยฝีมือผู้บริหารที่ซื่อสัตย์ แต่คุณไม่ทางได้กำไรจากพวกผู้บริหารที่คดโกง…”

สรุป…

ไม่ขาดทุน คือ กำไรในเบื้องต้น
พัฒนาตน จนเก่งดี มีเป้าหมาย
คิดการณ์ใหญ่บนพื้นฐาน ความเป็นไปได้
เพื่อบั้นปลายความสำเร็จสุข พอเพียง


และหากคุณชอบใน Content ที่ทาง CEO Blog ได้นำเสนอ ในเร็ว ๆ นี้ ทาง CEO Blog ของเรานั้น กำลังจะมีโปรเจค CEO Premium Content ซึ่งเป็น Content ด้านการค้าปลีกออนไลน์ แบบพรีเมี่ยม ที่หาอ่านไม่ได้บน Blog ปกติของ CEO Blog โดยจะเปิดรับสมัครสมาชิกพรีเมี่ยมในเร็ว ๆ นี้

หากคุณไม่อยากพลาด Content ระดับ Premium สามารถลงทะเบียนเพื่อรับแจ้งข่าวสารได้ที่นี่ก่อนใครเลยครับ รับรองได้เลยว่ามันเป็น Content ระดับพรีเมี่ยมในราคาที่คุ้มสุด ๆ อย่างแน่นอน >>> ลงทะเบียนรับข่าวสารที่นี่ก่อนใครceo premium content

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.