วงการภาพยนต์เดือด! Trump เตรียมเก็บภาษี 100% หนังที่ไม่ได้ถ่ายทำในสหรัฐ

CNBC: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตนอกประเทศแล้วนำเข้ามาฉายในสหรัฐฯ

โดยให้เหตุผลว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอเมริกากำลัง “ตายลงอย่างรวดเร็ว” อันเป็นผลจากแรงจูงใจด้านภาษีและเงินอุดหนุนที่รัฐบาลต่างชาติใช้ล่อใจผู้สร้างหนังชาวอเมริกันให้ย้ายฐานการถ่ายทำไปต่างแดน

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า นี่คือ “ความพยายามร่วมกันของชาติอื่น ๆ ที่กลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ” พร้อมอ้างว่าการผลิตภาพยนตร์ก็เป็นเครื่องมือด้าน “การสื่อสารและโฆษณาชวนเชื่อ” ด้วย เขาจึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินกระบวนการจัดเก็บภาษีทันที แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะบังคับใช้กับบริษัทต่างชาติเพียงอย่างเดียว หรือรวมถึงบริษัทอเมริกันที่ไปถ่ายทำต่างประเทศด้วย

Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์ โพสต์สั้น ๆ บนแพลตฟอร์ม X ว่า “เรากำลังดำเนินการอยู่” สะท้อนว่าเรื่องนี้ได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

ในอีกด้าน ข้อมูลจาก FilmLA ชี้ว่า การผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ในลอสแองเจลิสลดลงเกือบ 40% ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกต่างแข่งขันกันด้วยนโยบายลดหย่อนภาษีและเงินคืนเพื่อดึงงบประมาณก้อนโตจากอุตสาหกรรมบันเทิง ที่คาดว่าจะสูงถึง 248 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเตือนว่าการเก็บภาษีภาพยนตร์ต่างประเทศอาจย้อนศรกลับมาทำลายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของสหรัฐเอง โดย William Reinsch อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่าการตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ อาจ “ฆ่าอุตสาหกรรมของเราเอง” และย้ำว่า การนำภาพยนตร์มาโยงกับภัยความมั่นคงแห่งชาติอาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอในเวทีโลก

มาตรการนี้อาจกลายเป็นสงครามการค้ารูปแบบใหม่ ที่สั่นคลอนอำนาจของฮอลลีวูดในฐานะศูนย์กลางบันเทิงของโลก